DSI เรียกผู้บริหาร บริษัท พี.ซี. สยามปิโตรเลียม จำกัด รับทราบข้อกล่าวหา กรณีกรมธุรกิจพลังงานตรวจพบน้ำมัน 2.1 ล้านลิตร ไม่ถูกนำออกจำหน่ายในเดือนมีนาคม 2569 วันจันทร์ที่ 13 นี้
DSI เรียกผู้บริหาร บริษัท พี.ซี. สยามปิโตรเลียม จำกัด รับทราบข้อกล่าวหา กรณีกรมธุรกิจพลังงานตรวจพบน้ำมัน 2.1 ล้านลิตร ไม่ถูกนำออกจำหน่ายในเดือนมีนาคม 2569 วันจันทร์ที่ 13 นี้
ตามที่คณะกรรมการคดีพิเศษ ได้มีมติเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 กรณี ความผิดทางอาญาที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันเชื้อเพลิงตามนิยามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีผลกระทบจากเหตุการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่เกิดจากการกระทำของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 หรือมาตรา 10 หรือผู้ค้าน้ำมันไม่ว่าจะจดทะเบียนตามกฎหมายหรือไม่โดยทำเป็นขบวนการหรือมีความซับซ้อน หรือที่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อประชาชนหรือกระบวนการภาคอุตสาหกรรม ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป จนกว่าเหตุการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางจะสงบ เป็นคดีพิเศษที่จะต้องสืบสวนและสอบสวนตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ
พ.ศ. 2547 นั้น
จากมติกรรมการคดีพิเศษดังกล่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับโอนคดีอาญา จากตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี กรณีพาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวหา บริษัท พี.ซี. สยามปิโตรเลียม จำกัด กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 เนื่องจาก กรมธุรกิจพลังงาน มีการตรวจพบว่าบริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 มีน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 คงคลังในเดือนมีนาคม 2569 ถึงประมาณ 2.1 ล้านลิตร และมีการนำออกจำหน่ายเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปริมาณน้ำมันคงคลัง ในขณะที่เกิดภาวะการขาดแคลนน้ำมันในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและทั่วประเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับไว้ทำการสอบสวนเป็นคดีพิเศษที่ 59/2569
จากการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน คณะพนักงานสอบสวน ได้ประชุมและมีมติเป็นเอกฉันท์ ให้แจ้ง
ข้อกล่าวหาฯ บริษัทพีซีฯ และกรรมการผู้จัดการ ในความผิดฐาน “ร่วมกันไม่นำสินค้าควบคุม(น้ำมันเชื้อเพลิง) ที่มีไว้เพื่อจำหน่าย ออกจำหน่ายหรือเสนอขายตามปกติโดยไม่มีเหตุอันสมควร” อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 มาตรา 4 มาตรา 24 วรรคหนึ่ง มาตรา 30 และมาตรา 41 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 โดย กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาฯ ให้มารับทราบข้อกล่าวหา ในวันจันทร์ที่ 13
กรกฎาคม 2569 เวลา 10:00 น. ณ กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ศูนย์ราชการฯ อาคาร C และเปิดโอกาสให้ผู้ต้องหา
นำพยานหลักฐานมาชี้แจงเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
คดีความผิดเกี่ยวกับการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่กระทำโดยผู้ประกอบการรายใหญ่ เป็นคดีสำคัญ
ที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อย และความมั่นคงทางพลังงานประเทศ ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงยุติธรรมให้ความสำคัญ และกำชับให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการสอบสวนด้วยความรวดเร็วและรอบคอบตามพยานหลักฐานเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยคดีนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงยุติธรรม กระทรวงพลังงาน และกระทรวงพาณิชย์ ทั้งยังเป็นหนึ่งในแปดคดีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษรับผิดชอบ ที่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหา
