กองปราบรวบสาวบัญชีม้า อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผ่านแอปพลิเคชันไลน์
กองปราบรวบสาวบัญชีม้า อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผ่านแอปพลิเคชันไลน์
หลอกผู้เสียหายให้โอนเงินไปให้ตรวจสอบเกี่ยวกับการกระทำผิดการฟอกเงิน เป็นเงิน 2 ล้านบาท
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก.,
พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ
ศรีจันทร์, พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิญโย, พ.ต.ท.วาทิต จิตรจันทึก, พ.ต.ท.ศรัณย์ ศรีพักตร์, พ.ต.ท.พิทยา ธนาวุฒิ รอง ผกก.5 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ร.ต.อ นิติธร ประชันกาญจนา รอง สว.กก.5 บก.ป., ร.ต.อ.สมเกียรติ อิทธิสาร,
ร.ต.ท.เรวัต ห้วยหงษ์ทอง, ร.ต.ต.สราวุธ ศิริพยาบาลรอง สว.(ป)กก.5 บก.ป., ด.ต.ศุภกร บุญมาก ผบ.หมู่ กก.5 บก.ป.
ร่วมกันจับกุม นางสาวหนึ่งฤทัยฯ อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสระบุรี ที่ จ.431/2568 ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น โดยทุจริตหรือโดยการหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเปิดหรือยินยอม
ให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัตรบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ต้องเกี่ยวข้องหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่
ของตนทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด”
สถานที่จับกุม บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่ง ม.4 ต.ท่ากระดาน อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา
ด้วยเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2566 ขณะที่ผู้กล่าวหาอยู่ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งใน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ซึ่งได้ลงเพจเฟซบุ๊ก ได้มีคนร้ายโทรศัพท์ โทรมาที่เบอร์โทรของผู้เสียหายซึ่งเป็นเสียงผู้หญิง และได้บอกกับผู้เสียหายว่า
เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประจำอยู่ที่สถานีตำรวจภูธรหัวหิน และแจ้งว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน จากนั้นหญิงคนดังกล่าวได้แอดไลน์หรือเพิ่มเพื่อนกับผู้กล่าวหาโดยอัตโนมัติ และหญิงคนดังกล่าวได้พูดกับผู้เสียหายว่าจะให้ติดต่อกับพนักงานสืบสวน และได้วางสายโทรศัพท์ไป
จากนั้นผู้เสียหายจึงได้เข้าไปในแอปพลิเคชันไลน์ในโทรศัพท์พบผู้ใช้ชื่อไลน์ว่า “สถานีตำรวจภูธรหัวหิน” ซึ่งมีภาพถ่ายของสถานีตำรวจภูธรหัว เป็นรูปหน้าปก ได้เป็นเพื่อนกับผู้เสียหายทางไลน์ และได้ส่งข้อความมาหาผู้เสียหายและได้ส่งเอกสารหลักฐานการกระทำผิดของคนอื่นมาให้ผู้เสียหายดู เมื่อผู้เสียหายเห็นภาพดังกล่าวแล้วรู้สึกตกใจและกลัว จากนั้นไลน์ดังกล่าวได้โทรวิดีโอคอล มาหาผู้เสียหายและได้เปิดกล้อง ผู้เสียหายเห็นว่า ผู้ใช้ชื่อไลน์ดังกล่าว ได้แต่งเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ตำรวจและเป็นผู้ชาย (จำยศไม่ได้) และสวมใส่แมสปิดบังใบหน้า และได้รีบปิดกล้องทันที จึงหลงเชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง
จากนั้นคนร้ายได้แนะนำตัวและสอบถามพูดคุยกับผู้เสียหายโดยแจ้งว่าผู้เสียหายมีส่วนในการกระทำผิดเกี่ยวกับฟอกเงิน ของนายบุญกรฯ และได้ส่งภาพถ่ายต่างๆ มาให้ผู้เสียหายดูอีก จากนั้นคนร้ายได้บอกกับผู้เสียหายให้มาพบที่สถานีตำรวจภูธรหัวหิน เพื่อแจ้งความภายใน 3 ชั่วโมง แต่ผู้เสียไม่สามารถไปได้ คนร้ายจึงได้จึงบอกว่า จะอำนวยความสะดวก

โดยให้ผู้เสียหายโอนเงินมาให้เพื่อตรวจสอบ ได้โอนเงินมาเข้าบัญชีของผู้ต้องหา ชื่อบัญชี นางสาวหนึ่งฤทัยฯ ซึ่งเป็นผู้ต้องหา (บัญชีม้า) จำนวน 2,000,000 บาท หากไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด จะโอนเงินคืนกลับมาให้เมื่อตรวจสอบเสร็จ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงได้โอนเงินไปให้คนร้ายตามหมายเลขบัญชีธนาคารของคนร้ายตามดังกล่าว
ต่อมาผู้เสียหายจึงทราบว่าผู้ต้องหาหลอกลวงจนเป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย ให้ดำเนินคดีกับคนร้ายให้ได้รับโทษตามกฎหมายจนกว่าคดีจะ
ถึงที่สุด จึงได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.แก่งคอย
ก่อนทำการจับกุมเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม ได้ทำการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหา นางสาวหนึ่งฤทัยฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสระบุรี ที่ จ.431/2568 ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น โดยทุจริตหรือโดยการหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัตรบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ต้องเกี่ยวข้องหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตนทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด” เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้จับกุมผู้ต้องหา ตามสถานที่ดังกล่าวฯ จากนั้นจึงควบคุมตัวผู้ต้องหามาจัดทำบันทึกการจับกุม ที่ สภ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา
ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แก่งคอย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพลอดทุกข้อหากล่าวหา
เตือนภัย อย่าเชื่อ อย่าโอน อย่ากดลิงก์เด็ดขาด ตรวจสอบข้อมูลก่อน
ทำธุรการเสมอ
