วันศุกร์, กรกฎาคม 3, 2026
Latest:
ในประเทศ

ปราจีนบุรี รัฐบาลยอมถอยยกแรก! ระงับแผนดึง ‘ปราจีนบุรี’ เข้า EEC ล่าสุด อำนาจ วิลาวัลย์ สส.พื้นที่สะท้อนเสียงชาวบ้าน ผวาโรงงานขยะ-มลพิษซ้ำรอยภาคตะวันออก รอลุ้น “อนุทิน-นายกฯ” เคาะยกสองหลังกลับจากฝรั่งเศส

ปราจีนบุรี รัฐบาลยอมถอยยกแรก! ระงับแผนดึง ‘ปราจีนบุรี’ เข้า EEC ล่าสุด อำนาจ วิลาวัลย์ สส.พื้นที่สะท้อนเสียงชาวบ้าน ผวาโรงงานขยะ-มลพิษซ้ำรอยภาคตะวันออก รอลุ้น “อนุทิน-นายกฯ” เคาะยกสองหลังกลับจากฝรั่งเศส

 

ปราจีนบุรี — ภาคประชาชนปราจีนบุรีเห็นเค้าลางชัยชนะยกแรก หลังปักหลักชุมนุมยืดเยื้อนาน 9 วัน ร่วมกับภาคีเครือข่ายบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล ล่าสุดบรรลุข้อตกลงร่วมกับตัวแทนฝ่ายรัฐบาล โดยยอมถอยด้วยการ “ระงับและทบทวน” แนวคิดนำปราจีนบุรีเป็นจังหวัดที่ 4 ของ EEC ด้าน สส.ในพื้นที่ระบุ ชาวบ้านหวาดกลัวอุตสาหกรรมขยะและสารเคมีซ้ำรอยระยอง-ชลบุรี เผยเตรียมนำเรื่องรายงานนายกรัฐมนตรีพิจารณาอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

 

เมื่อเวลา 17.45 น. วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรีความคืบหน้าภายหลังจาก กรณีความเคลื่อนไหวของ “เครือข่ายประชาชนหยุดกฎหมายขายแผ่นดิน” ซึ่งเป็นการประสานความร่วมมือระหว่าง เครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดปราจีนบุรี, กลุ่ม SEC Watch, EEC Watch, กลุ่มคัดค้านแลนด์บริดจ์ และกลุ่มประมงพื้นบ้านจังหวัดระยอง ที่ได้รวมตัวปักหลักชุมนุมอย่างยืดเยื้อตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อคัดค้านการขยายพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษและโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของรัฐบาล

 

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ณ อาคารสำนักงาน ก.พ. (เดิม) ฝ่ายรัฐบาลได้เชิญตัวแทนภาคประชาชนจำนวน 12 คน นำโดย นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล เข้าพูดคุยเพื่อหาทางออกร่วมกัน โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในพื้นที่ รวมถึง นายอำนาจ วิลาวัลย์ สส.ปราจีนบุรี เขต 1 พรรคภูมิใจไทย และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยใช้เวลาเจรจานานหลายชั่วโมงจนกระทั่งบรรลุข้อสรุปร่วมกันตามกรอบข้อเรียกร้อง 5 ข้อหลัก ประกอบด้วย

 

1. ยุติการผลักดันกฎหมาย SEC: ยุติการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) ฉบับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ทันที

2. แช่แข็งกลไกแลนด์บริดจ์: สั่งการให้ สนข. ระงับทุกกลไกและขั้นตอนทางกฎหมายของโครงการแลนด์บริดจ์ไว้ก่อน เพื่อรอผลการศึกษาที่รอบคอบ

3. ยกร่างแผนพัฒนาภาคใต้ใหม่: จัดตั้งคณะกรรมการร่วม 3 ฝ่าย (ภาครัฐ ภาคประชาชน และนักวิชาการ) เพื่อเขียนแผนพัฒนาภาคใต้ใหม่โดยยึดศักยภาพของพื้นที่

4. ระงับแผนดึงปราจีนบุรีเข้า EEC: รัฐบาลรับปากที่จะระงับและทบทวนแนวคิดการขยายพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC ดึงจังหวัดปราจีนบุรีเข้าไปร่วม

5. เร่งเยียวยาประมงระยอง: เร่งรัดชดเชยและเยียวยาชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดระยองที่ได้รับผลกระทบจากการถมทะเลสร้างท่าเรือ ซึ่งติดค้างมานานกว่า 6 เดือน

 

จากการบรรลุข้อตกลงดังกล่าว ส่งผลให้กลุ่มผู้ชุมนุมยอมสลายตัวและเดินทางกลับภูมิลำเนาในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เพื่อรอขั้นตอนต่อไปตามที่รองนายกรัฐมนตรีรับปากว่าจะนำเรียน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงนายกรัฐมนตรีให้พิจารณาอย่างเป็นทางการเมื่อเดินทางกลับมาจากปฏิบัติภารกิจ ณ ประเทศฝรั่งเศส

 

ทางด้าน นายอำนาจ วิลาวัลย์ สส.ปราจีนบุรี เขต 1 พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวภายหลังลงพื้นที่พบปะและรับฟังความเดือดร้อนของกลุ่มผู้ชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลด้วยตนเอง โดยระบุว่า สิ่งที่ประชาชนในพื้นที่กังวลใจและหวาดกลัวมากที่สุดคือผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในแถบตำบลบ่อทองและเขตอุตสาหกรรมเดิมในจังหวัด ซึ่งชาวบ้านได้รับบทเรียนราคาแพงและมีความกังวลใจสูงเกี่ยวกับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมภาคอุตสาหกรรม

 

“ตอนนี้เรื่อง EEC ของปราจีนบุรีให้ชะลอไปก่อน รัฐบาลรับเรื่องไปแล้วว่าจะยังไม่เอาเข้า และต้องไปศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมใหมอย่างรอบคอบร่วมกันระหว่างประชาชนและราชการ บางเรื่องเราก็เห็นด้วยกับชาวบ้าน เพราะโรงงานที่เขาจะเอาเข้ามามันไม่ใช่โรงงานสีเขียว แต่กลายเป็นพวกโรงงานขยะ โรงงานหลอมเหล็ก โรงงานเคมีภัณฑ์ ซึ่งโรงงานพวกนี้เข้ามามีแต่จะสร้างมลพิษ ชาวบ้านเขาเลยกลัวและคัดค้าน เพราะดูตัวอย่างที่จังหวัดระยองหรือชลบุรีที่ทำไปแล้ว มันสร้างมลพิษทิ้งไว้เยอะมาก ถ้าเป็นโรงงานสีเขียวหรือโรงงานผลิตรถยนต์เรายังพอว่า แต่พอเป็นอุตสาหกรรมแบบนี้เราก็ต้องสะท้อนเรื่องไปยังท่านรองนายกฯ ซึ่งท่านก็รับปากว่าจะนำเรียนท่านนายกรัฐมนตรีให้พิจารณาต่อไป” นายอำนาจ กล่าว

 

ขณะเดียวกันในสื่อสังคมออนไลน์ มีความเคลื่อนไหวจากเพจ “หยุดอีอีซีปกป้องปราจีนบุรี” ได้เผยแพร่ภาพขณะที่ นายสุนทร คมคาย หรือ “เกษตรแหลม” แกนนำและตัวแทนภาคประชาชนปราจีนบุรี กำลังอธิบายข้อสรุปและข้อเรียกร้องเรื่องการทบทวนไม่ให้จังหวัดปราจีนบุรีเป็นพื้นที่ EEC ให้แก่นายอำนาจและคณะได้รับทราบ พร้อมทั้งแสดงความขอบคุณ สส.ปราจีนบุรี เขต 1 ที่เป็นผู้แทนราษฎรเพียงคนเดียวที่เดินทางมารับฟังเสียงสะท้อนของประชาชนถึงพื้นที่ชุมนุม

 

นอกจากนี้ ทางภาคประชาชนยังได้ตั้งข้อสังเกตและคาดหวังให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) อีก 2 ท่านของจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งสังกัดพรรคการเมืองเดียวกัน มีจุดยืนไปในแนวทางเดียวกันในการร่วมปกป้องท้องถิ่นและสิ่งแวดล้อมของจังหวัดปราจีนบุรีไม่ให้ถูกทำลายด้วยนิคมอุตสาหกรรมที่ก่อมลพิษในอนาคต ซึ่งการระงับแผนงานในครั้งนี้ถือเป็นเพียงก้าวแรกที่ภาคประชาชนยังคงต้องติดตามท่าทีของรัฐบาลอย่างใกล้ชิดต่อไป

 

มานิตย์ สนับบุญ /

ปราจีนบุรี ###