วุฒิสภาเร่งยกเครื่องท่องเที่ยวไทย ดัน “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ปรับโครงสร้างทั้งระบบ พลิกอยุธยาสู่เมืองมรดกโลกคุณภาพ
วุฒิสภาเร่งยกเครื่องท่องเที่ยวไทย ดัน “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ปรับโครงสร้างทั้งระบบ พลิกอยุธยาสู่เมืองมรดกโลกคุณภาพ
กรุงเทพฯ 30 มิถุนายน 2569 – คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายครั้งสำคัญ ยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยทั้งระบบ ในการประชุมครั้งที่ 21/2569 โดยมี นายพิศูจน์ รัตนวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ 5 และคณะกรรมาธิการ ร่วมกำหนดทิศทางการท่องเที่ยวและการกีฬาของประเทศ เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลก
ประเด็นสำคัญที่ที่ประชุมเห็นชอบ คือการผลักดันโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ปีงบประมาณ 2570 เปิดโอกาสให้บริษัทนำเที่ยวที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวกระจายสู่ผู้ประกอบการรายย่อย ชุมชน และเศรษฐกิจฐานราก พร้อมปรับแนวคิดจากการมุ่งเน้น “จำนวนนักท่องเที่ยว” ไปสู่ “คุณภาพนักท่องเที่ยวและการกระจายรายได้อย่างยั่งยืน”
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเร่งผลักดันนโยบายสำคัญเพื่อยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวไทยในหลายมิติ ทั้งการผลักดัน Blue Flag หาดจอมเทียน สู่มาตรฐานชายหาดระดับโลก การขับเคลื่อน Wellness Tourism เพื่อยกระดับโรงแรมและเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว อาทิ ท่าเรือสำราญ และโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง เพื่อสร้างจุดขายใหม่และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย
อีกวาระสำคัญ คือการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อปรับโครงสร้างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้มีความคล่องตัว ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลก และสามารถขับเคลื่อนการพัฒนาวงการกีฬาไทยได้อย่างเป็นระบบ
ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง ได้เสนอให้คณะกรรมาธิการลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อหารือร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัย หลังเกิดเหตุที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว โดยย้ำว่า “การท่องเที่ยวปลอดภัย คือหัวใจของการท่องเที่ยวยุคใหม่”
พร้อมกันนี้ ยังเสนอแนวทางพลิกโฉมพระนครศรีอยุธยาสู่ “เมืองโบราณ เมืองสะอาด เมืองแห่งคุณภาพ” ควบคู่การอนุรักษ์มรดกโลก ด้วยการส่งเสริมการใช้จักรยานไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า และรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า จำกัดความเร็วไม่เกิน 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อลดอุบัติเหตุ ลดมลพิษ และสร้างเมืองท่องเที่ยวสีเขียว รวมถึงการพัฒนา Night Tourism ด้วยการประดับไฟโบราณสถาน เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวด้วยระบบขนส่งไฟฟ้า เพื่อสร้างเศรษฐกิจยามค่ำคืน เพิ่มระยะเวลาการพักค้าง และกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน
การประชุมครั้งนี้สะท้อนทิศทางใหม่ของการท่องเที่ยวไทย ที่ไม่ได้มุ่งเพียงเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว แต่เดินหน้าสู่การสร้าง คุณภาพ ความปลอดภัย ความยั่งยืน และการกระจายรายได้ เพื่อยกระดับประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกใ
นอนาคต


