วันพุธ, มิถุนายน 24, 2026
Latest:
ในประเทศ

กองปราบรวบสาวบัญชีม้า โยงสแกมเมอร์กวาดเงินเหยื่อ เฉียด 21 ล้าน แฉอุบายจัดฉากอบรม ลวงอุ้มส่งข้ามแดน

กองปราบรวบสาวบัญชีม้า โยงสแกมเมอร์กวาดเงินเหยื่อ เฉียด 21 ล้าน

แฉอุบายจัดฉากอบรม ลวงอุ้มส่งข้ามแดน

 

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว, พ.ต.อ.ปทักข์ ขัวญนา รอง ผบก.ป., ว่าที่ พ.ต.อ.เนติวิทย์

ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ท.พงศกร ตันอารีย์, พ.ต.ท.พลวุฒิ ผาตินุวัติ, พ.ต.ท.ทัตพร เลขะวัฒนพงษ์, พ.ต.ท.สิทธิพร มีอาษา และ พ.ต.ท.ปรัชญ์ แม้นเดช รอง ผกก.2 บก.ป.

 

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.2 บก.ป. นำโดย ว่าที่ พ.ต.ท.ไพรวรรณ ตั้นหลก สว.กก.2 บก.ป.,

ว่าที่ ร.ต.ท.วิเชียร ใจทา รอง สว.(ป.) กก.2 บก.ป., ด.ต.เชวงศักดิ์ แสงอรุณ ผบ.หมู่ กก.2 บก.ป.,

ด.ต.จิรศักดิ์ มั่งคั่ง ผบ.หมู่ กก.2 บก.ป., ด.ต.เอกชัย หอมจันทร์ ผบ.หมู่ กก.2 บก.ป. และ จ.ส.ต.สาทิส พากเพียร ผบ.หมู่ กก.2 บก.ป.

 

ร่วมกันจับกุม นางสาวศิริพรฯ อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 0749/2569

ลงวันที่ 16 มิถุนายน 2569 เลขคดีอาญา สน.ทองหล่อ ที่ 540/2569 โดยต้องหาว่ากระทำผิดฐาน

“เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนและเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์

 

โดยมิได้มีเจตนาใช่เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่นใด”

สถานที่จับกุม บริเวณภายในชุมชน ม.12 ตำบลสวนกล้วย อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี

 

ด้วยผู้เสียหายถูกกลุ่มคนร้ายแอบอ้างเป็นพนักงานนิติกร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS และเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรเมืองเลย โดยใช้อุบายติดต่อผ่านทางโทรศัพท์และไลน์บัญชีปลอมชื่อ “สภ.เมืองเลย”

 

จากนั้นได้ส่งภาพเอกสารราชการและหมายจับปลอมมาข่มขู่ จนผู้เสียหายเกิดความตื่นตระหนกตกใจกลัวอย่างรุนแรงว่าตนเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการฟอกเงินผิดกฎหมายรายใหญ่

กลุ่มคนร้ายได้บังคับให้ผู้เสียหายโอนเงินในบัญชีธนาคารทั้งหมด รวมถึงเดินทางไปถอนเงินสด

เพื่อส่งมอบให้แก่กลุ่มขบวนการ

 

โดยอ้างว่านำไปตรวจสอบความบริสุทธิ์ใจ จนผู้เสียหายหลงเชื่อกระทำตาม

คำหลอกลวง เหตุเกิดระหว่างวันที่ 4 – 15 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา มีการโอนเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้าสู่บัญชีม้าออนไลน์และส่งมอบเงินสด รวมมูลค่าความเสียหายสุทธิทั้งสิ้น 20,897,460 บาท ผู้เสียหายจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้กระทำความผิดตามกฎหมายต่อไป

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบและสืบสวนเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหารายดังกล่าวได้ ทราบชื่อภายหลัง คือนางสาวศิริพรฯ อายุ 31 ปี โดยนางสาวศิริพรฯ อ้างว่า เมื่อเดือนมีนาคม 2569 ตนได้ไปสมัครงานตำแหน่งแอดมินเพจออนไลน์ และถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกพาตัวไปยังประเทศกัมพูชา ก่อนจะถูกบังคับให้นำบัญชีธนาคารมอบให้กับกลุ่มบุคคลซึ่งมาทราบในภายหลังว่าเป็นขบวนการสแกมเมอร์ โดยไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆ

 

และอ้างว่าไม่ทราบมาก่อนว่า บัญชีของตนจะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดหรือหลอกลวงประชาชน

 

จากการสอบสวนเชิงลึกและคำให้การของผู้เกี่ยวข้อง พบว่าขบวนการสแกมเมอร์กลุ่มนี้ได้พัฒนากลอุบายรูปแบบใหม่ในการจัดหาบัญชีม้าที่แยบยลและอันตรายเป็นอย่างยิ่ง โดยใช้วิธีเปิดรับสมัครงานออนไลน์ในตำแหน่งแอดมินเพจ “ทำงานที่บ้าน” เพื่อดึงดูดผู้ที่กำลังหางาน จากนั้นจะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการ

นัดหมายให้เหยื่อเข้าทำงานแต่ต้องผ่านการอบรมก่อน

กลุ่มคนร้ายจะทำการนัดหมายเหยื่อแยกย้ายกันไปตามโรงแรมต่างๆ ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และจังหวัดปริมณฑล

 

โดยมีการแอบอ้างชื่อบริษัทขายสินค้าออนไลน์ชื่อดัง และจัดฉากการฝึกอบรมให้เหมือนกับ

การฝึกอบรมสัมมนาจริงทุกประการ จนทำให้เหยื่อเกิดความไว้วางใจและไม่รู้สึกผิดสังเกต

 

เมื่อเสร็จสิ้นการจัดฉากอบรม กลุ่มคนร้ายจะแจ้งเหยื่อว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนสถานที่พักและให้เหยื่อขึ้น

รถตู้ที่เตรียมไว้ แต่ในระหว่างทางจะมีการวางแผนอย่างเป็นระบบ โดยจัดให้มีการสลับเปลี่ยนรถตู้อีกหลายทอด เพื่อให้เหยื่อเกิดความสับสนเส้นทาง พร้อมทั้งทำการกระจายกลุ่มผู้เข้าร่วมอบรมแยกออกจากกันไม่ให้อยู่ด้วยกัน และยึดโทรศัพท์มือถือของเหยื่อทั้งหมดในระหว่างการเดินทาง เมื่อรถตู้ขับมาถึงพื้นที่ชายแดน อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว จะมีกลุ่มผู้นำพาเดินเท้าพาลักลอบข้ามแดนไปยังประเทศกัมพูชาผ่านทางช่องทางธรรมชาติ และถูกนำตัวไปกักขังไว้ในอาคารปิดทึบ

 

เมื่อไปถึงฝั่งกัมพูชา เหยื่อจะเข้าสู่ขั้นตอนที่กลุ่มคนร้ายเตรียมไว้ โดยถูกบังคับให้สแกนใบหน้า เพื่อนำไปทำธุรกรรมและเดินบัญชีเงินฝากจนกลายเป็นบัญชีม้า ใช้รับโอนเงินที่ได้มาจากการหลอกลวงประชาชน จนกระทั่งบัญชีถูกอายัดหรือไม่สามารถใช้งานได้อีก กลุ่มคนร้ายก็จะทิ้งขว้างเหยื่อตามยถากรรม บางรายถูกบังคับให้ทำงานสแกมเมอร์ต่อ บางรายถูกขายทอดตลาดไปยังแก๊งอื่น

 

สำหรับผู้ต้องหารายนี้ ภายหลังถูกขบวนการใช้ประโยชน์จนหมดความจำเป็นแล้ว จึงถูกขบวนการนำมาปล่อยทิ้งไว้ในป่าฝั่งตรงข้าม ทำให้ต้องตัดสินใจเดินเท้าฝ่าป่าทึบตามช่องทางธรรมชาตินานกว่า 2 ชั่วโมง

 

จนกระทั่งสามารถข้ามแดนกลับมายังฝั่งไทยและได้รับความช่วยเหลือ ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่สืบสวนและจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้นเจ้าหน้าตำรวจชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิตามหมายจับที่เกี่ยวข้อง และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายพร้อมขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการรายอื่นต่อไป

 

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

 

เตือนภัย : กลุ่มมิจฉาชีพในปัจจุบันมีการพัฒนารูปแบบการหลอกลวงที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ บริษัทเอกชน หรือเปิดรับสมัครงานออนไลน์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนหลอกให้โอนเงิน

ส่งมอบทรัพย์สิน หรือแม้กระทั่งล่อลวงเหยื่อไปยังต่างประเทศเพื่อนำบัญชีธนาคารไปใช้ในการกระทำความผิด ประชาชนไม่ควรหลงเชื่อบุคคลที่ติดต่อผ่านทางโทรศัพท์หรือสื่อสังคมออนไลน์โดยอ้างว่าตรวจสอบคดี

อายัดทรัพย์ หรือต้องโอนเงินเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ใจ หากพบพฤติการณ์น่าสงสัยควรติดต่อหน่วยงาน

ที่ถูกกล่าวอ้างโดยตรง หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ทันที

 

 

“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน

ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด

ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”