วันอังคาร, มิถุนายน 23, 2026
Latest:
ในประเทศ

ปทุมธานี คลองสามเดือด หนุ่มขับย้อนศรเข้าบ้าน ลุง รปภ.ไม่ให้เข้าคว้าสปาต้าฟันเจอสวนกลับนิ้วแหกเรียกแผลเปิด1แสนบาท

ปทุมธานี คลองสามเดือด หนุ่มขับย้อนศรเข้าบ้าน ลุง รปภ.ไม่ให้เข้าคว้าสปาต้าฟันเจอสวนกลับนิ้วแหกเรียกแผลเปิด1แสนบาท วันที่ 23 มิถุนายน 69 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก ว่าที่ร้อยตรีฉัตรชัย สุทธิประภา ประธานนิติบุคคลหมู่บ้านพฤกษา 13 ม.4 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ว่า รปภ.หมู่บ้านเกิดการปะทะคารมเรื่องการจราจรในหมู่บ้านกับชายคนหนึ่งที่ใช้มีดสปาต้าฟัน รปภ.หมู่บ้าน แต่ทาง รปภ.หลบทันแล้วเอาไม้สวนกลับไปโดนนิ้วจนบาดเจ็บ แต่กลับถูกคู่กรณีเรียกค่าเสียหาย 100,000 กว่าบาทสุดงงทั้งที่ถูกหาเรื่องและถูกมีดฟันก่อน จึงไปตรวจสอบเรื่องราวดังกล่าว ที่สำนักงานนิติบุคคลหมู่บ้านพฤกษา 13 พบกับทางด้าน ว่าที่ร้อยตรีฉัตรชัย สุทธิประภา ประธานนิติบุคคลหมู่บ้านพฤกษา 13 และ นายจิระวัฒน์ สุเมธโอฬารธนกิจ อายุ 59 ปี รปภ.หมู่บ้านพฤกษา13 ที่โดนมีดฟันได้เปิดกล้องวงจรปิดบริเวณด้านหลังหมู่บ้านที่เกิดเหตุขณะที่ ลุง รปภ.ปะทะกับชายให้ดูพร้อมไปชี้จุดเกิดเหตุบริเวณป้อม รปภ. นายจิระวัฒน์ สุเมธโอฬารธนกิจ อายุ 59 ปี รปภ.หมู่บ้านพฤกษา13 เล่าเหตุการณ์ว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. คืนที่ผ่านมา ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณป้อมรักษาควาปลอดภัยด้านหลังหมู่บ้าน ได้พบรถยนต์ของลูกบ้านพยายามขับย้อนศรเข้ามาทางช่องทางออก จึงนำกรวยจราจรมาวางกั้นตามระเบียบเพื่อป้องกันการฝ่าฝืนกฎจราจรภายในหมู่บ้าน ซึ่งผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวยังคงเคลื่อนรถเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการนำกรวยไปวางขวางหน้ารถ ก่อนที่ผู้ขับขี่จะลงจากรถและเกิดการโต้เถียงกันจนสถานการณ์เริ่มตึงเครียดและมีท่าทีจะเกิดการทำร้ายร่างกาย จังหวะนั้นตนได้ถอยออกมาบริเวณหน้าป้อมและหยิบท่อนไม้ที่อยู่ในป้อมขึ้นมาถือไว้เพื่อป้องกันตัวและคุมเชิงเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายใคร แต่ฝ่ายคู่กรณีกลับเดินไปหยิบมีดสปาต้ายาวประมาณ 1 ฟุต ออกมาจากรถก่อนจะพุ่งเข้ามาไล่มีดฟันตน โดยหลังถูกฟันตนได้ใช้ไม้โต้กลับเพียง 1 ครั้ง คู่กรณีใช้มีดรับแรงกระแทกจากไม้ ส่งผลให้เกิดบาดแผลบริเวณมือของคู่กรณี ซึ่งเป็นผลจากการปะทะกันระหว่างมีดกับไม้ ไม่ได้เกิดจากการตีโดยตรงและไม่ได้มีการทำร้ายซ้ำหลังจากนั้น หลังเหตุการณ์ยุติลงคู่กรณีได้ขับรถออกจากจุดเกิดเหตุ ต่อมามีกลุ่มบุคคลขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาสอบถามว่าใครเป็นผู้ทำร้ายน้องของเขา ซึ่งตนได้ชี้แจงว่า ตนไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มต้นแต่เป็นการป้องกันตัวหลังถูกใช้อาวุธมีดทำร้ายก่อน และหากตนหลบไม่ทันอาจได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต้องเข้ารักษาตัวในห้องไอซียูก็เป็นได้ ซึ่งภายหลังเกิดเหตุ มีการประสานงานกับประธานนิติบุคคลหมู่บ้านและหัวหน้าชุดรักษาความปลอดภัย ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ โดยมีความพยายามเจรจาไกล่เกลี่ยกันแต่ไม่สามารถหาข้อยุติได้ เนื่องจากคู่กรณีอ้างว่าได้รับบาดเจ็บและต้องการเรียกร้องค่าเสียหายกว่า 100,000 บาทซึ่งมองว่าบาดเจ็บเล็กน้อยทำไม่ถึงแพงมากขนาดนี้ ทั้งนี้ตนได้แจ้งความเอาไว้แล้วที่ สภ.คลองหลวง โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เสนอแนวทางให้ทั้งสองฝ่ายร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายคนละครึ่งเพื่อยุติเรื่องดังกล่าว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุป เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นตนรู้สึกน้อยใจและไม่ได้รับความเป็นธรรมมาก เนื่องจากตนปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบของหมู่บ้านในการห้ามรถย้อนศรเข้าออกไม่ได้เลือกปฏิบัติหรือมุ่งเป้าไปที่รถคันใดคันหนึ่งโดยรถทุกคันที่พยายามย้อนศรจะถูกห้ามเช่นเดียวกันแต่กลับกลายเป็นผู้ที่ต้องเผชิญกับปัญหาและข้อกล่าวหา ทั้งที่เป็นฝ่ายถูกใช้อาวุธก่อน ซึ่งตนไม่ได้ต้องการเรียกร้องสิ่งใด เพียงต้องการให้เรื่องจบลงด้วยดี แต่หากไม่สามารถตกลงกันได้ ก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายต่อไป ส่วนทางด้าน ว่าที่ร้อยตรีฉัตรชัย สุทธิประภา ประธานนิติบุคคลหมู่บ้านพฤกษา 13 เปิดเผยถึงกรณีเหตุปะทะคารมระหว่างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) กับบุคคลภายนอกภายในหมู่บ้านว่า ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ รปภ. อาจมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยและเกรงว่าจะถูกกลับมาคุกคามหรือทำร้ายซ้ำ เนื่องจากบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวมักเป็นกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมรวมตัวกันเป็นเครือข่าย โดยที่ผ่านมา นิติบุคคลได้ติดตามและเฝ้าระวังปัญหาที่เกิดขึ้นภายในหมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง สำหรับคู่กรณีในเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เป็นผู้อยู่อาศัยในหมู่บ้าน แต่เข้ามาในพื้นที่เพื่อส่งงานหรือทำธุระบางอย่าง ซึ่งหากพูดตรงๆก็คือแก๊งเงินกู้นอกระบบก่อนจะเกิดปัญหาขึ้นจากการขับรถเข้ามาทางออกของหมู่บ้าน ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนกฎระเบียบที่กำหนดเส้นทางเข้าและออกไว้อย่างชัดเจน โดยลูกบ้านทุกคนทราบและปฏิบัติตามกฎดังกล่าวอยู่แล้ว การกระทำเช่นนี้อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุและสร้างความเสี่ยงต่อผู้ใช้รถใช้ถนนภายในหมู่บ้าน อีกทั้งที่ผ่านมา นิติบุคคลได้รับข้อร้องเรียนจากลูกบ้านเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้เส้นทางไม่ถูกต้องอยู่เป็นประจำ จึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ รปภ. เข้มงวดในการดูแลและบังคับใช้กฎระเบียบ เพื่อแก้ไขปัญหาและรักษาความปลอดภัยภายในชุมชน โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ รปภ. ส่วนใหญ่เป็นผู้อยู่อาศัยภายในหมู่บ้าน จึงมีความเข้าใจกฎระเบียบและสภาพปัญหาในพื้นที่เป็นอย่างดี ภายหลังเกิดเหตุ นิติบุคคลได้ประสานเจ้าหน้าที่สายตรวจให้เข้ามาพูดคุยเพื่อหาทางยุติปัญหา และเชื่อว่าหากทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันได้ตั้งแต่คืนเกิดเหตุ เรื่องน่าจะจบลงด้วยดี แต่ภายหลังกลับมีการกล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่ รปภ. เป็นฝ่ายทำร้ายร่างกายคู่กรณี ซึ่งตนได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและคลิปเหตุการณ์ที่เห็นว่าข้อเท็จจริงไม่เป็นไปตามข้อกล่าวหาซึ่งทางคู่กรณีเป็นฝ่ายกระทำผิดกฎของหมู่บ้านตั้งแต่ต้นด้วยการใช้ทางออกเป็นทางเข้า ซึ่งชายคนดังกล่าวมีพฤติกรรมลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำหลายครั้ง โดยเจ้าหน้าที่ รปภ. เคยพบรถคันดังกล่าวฝ่าฝืนกฎระเบียบเป็นประจำแม้จะมีการตักเตือนผู้ใช้รถที่กระทำผิดหลายรายนี้มาโดยตลอด ทั้งนี้ตนได้รับการร้องเรียนจากลูกบ้านว่าชายคู่กรณีจะเช่าบ้านภายในหมู่บ้านและจับกลุ่มสร้างความเดือดร้อนรำคาญภายในพื้นที่ โดยเฉพาะการขับรถเสียงดังในช่วงเย็น การใช้รถที่ไม่มีแผ่นป้ายทะเบียนด้านหลัง และการรวมกลุ่มในลักษณะที่สร้างความไม่สบายใจให้แก่ผู้อยู่อาศัย ซึ่งนิติบุคคลได้พยายามแก้ไขปัญหาตามอำนาจหน้าที่ แต่บางกรณีจำเป็นต้องอาศัยการดำเนินการจากหน่วยงานภาครัฐและฝ่ายปกครองที่เกี่ยวข้อง ตนจึงฝากขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง อำเภอคลองหลวง สภ.คลองหลวงในการเข้ามาตรวจสอบและดูแลในหมู่บ้านด้วย