วันอังคาร, มิถุนายน 23, 2026
ในประเทศ

ปราจีนบุรี ใจสลายรับต้นเทอม น้องเป้ เหยื่อพ่อแม่ทิ้งกราบลาผืนดินเก่า นั่งร่ำไห้ซบหน้ากอดทวดวัย 73 ก่อนถูก พม. หิ้วปีกย้ายด่วน เซ่นพิษด้ามไม้ไผ่หวดซ้ำรอบ 2 กกหู ชายโครงเขียวช้ำระบม

ปราจีนบุรี ใจสลายรับต้นเทอม น้องเป้ เหยื่อพ่อแม่ทิ้งกราบลาผืนดินเก่า นั่งร่ำไห้ซบหน้ากอดทวดวัย 73 ก่อนถูก พม. หิ้วปีกย้ายด่วน เซ่นพิษด้ามไม้ไผ่หวดซ้ำรอบ 2 กกหู ชายโครงเขียวช้ำระบม มหากาพย์น้ำตานองปราจีนฯ รอยแผลเก่า ป.4 ยังไม่ทันหาย แผลใหม่ ป.5 โผล่ซ้ำซาก! ปราจีนบุรี — อุทาหรณ์ชีวิตสุดรันทดของเด็กชายวัยเบาะบางที่ถูกโชคชะตาเล่นตลก หลังพ่อแม่หย่าร้างแยกทางกันตั้งแต่ออกจากท้องแม่ ทิ้งทารกตาดำ ๆ ไว้ให้เป็นภาระของยายทวดผู้ยากไร้และชราภาพขูดรีดแรงกายเลี้ยงดูตามอัตภาพ ล่าสุดเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 23 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี เกิดภาพสุดสะเทือนใจขึ้น เมื่อคณะเจ้าหน้าที่นำโดย นายสมใจ พุทธเสนา นายอำเภอนาดี ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), บ้านพักเด็กและสตรีจังหวัดปราจีนบุรี ,งค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งโพธิ์ (อบต.) ผู้นำท้องถิ่น กำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน และ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปราจีนบุรี เขต 2 Zสพป.ปราจีนบุรี เขต 2 ) สนธิกำลังลงพื้นที่เพื่อกางกฎหมาย “อุ้มตัวด่วน” ลี้ภัยความรุนแรงในครอบครัว เหยื่ออารมณ์ในคราบญาติรายนี้คือ “น้องเป้” (เด็กชายสมรรถ นิดเจริญ) อายุ 11 ขวบ หนูน้อยชั้น ป.5 ที่เพิ่งก้าวขาเข้าสู่รั้วโรงเรียนรับต้นเทอมใหม่ได้ไม่นาน แต่กลับต้องแบกรับรอยไหม้ระบมฟกช้ำดำเขียวดวงโตบริเวณ “กกหูซ้ายและชายโครงด้านซ้าย” จากน้ำมือของคนในสายเลือดที่หวดด้วยด้ามไม้ไผ่อย่างไร้ความปราณีเมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา จนครูและผู้ใหญ่บ้านทนดูไม่ได้ ต้องพาตัวส่งรพ.สต.ทุ่งโพธิ์ กลางดึก นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แผ่นหลังและเนื้อตัวของน้องเป้ต้องหลั่งเลือดซับน้ำตา เพราะย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 ตอนที่น้องเป้ยังเรียนอยู่ชั้น ป.4 เขาก็เคยถูกยายทวดและน้าชายรุมทุบตีด้วยด้ามไม้กวาดไม้ไผ่จนข้อมือเคล็ดขยับไม่ได้ขณะเรียนวิชาลูกเสือมาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนั้นนายอำเภอและหน่วยงานรัฐเคยทัณฑ์บนและทำบันทึกข้อตกลงร่วมกับ นางสาวประทุม พรมมาเยี่ยม อายุ 73 ปี ยายทวดแท้ ๆ ไว้แล้วว่า “หากมีหนที่สอง จะยึดสิทธิ์การเลี้ยงดูทันที” ทว่า สุดท้ายใบสัญญาแผ่นนั้นก็กลายเป็นเพียงเศษกระดาษ เมื่อความโกรธแค้นและวิถีชีวิตอันแร้นแค้นบีบคั้นให้เกิดการลงไม้ลงมือซ้ำสองต้อนรับชั้น ป.5 ของเด็กชายผู้โชคร้าย “ไม่อยากอยู่บ้านนี้แล้ว…” เสียงสะอื้นสั่นเครือหลุดออกมาจากปากของน้องเป้ แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสับสนต่อโชคชะตาที่เขาไม่ได้เลือกเอง บรรยากาศการเข้าช่วยเหลือเต็มไปด้วยคราบน้ำตาและความขัดแย้งสะเทือนอารมณ์ เมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองแจ้งความจำเป็นตามกฎหมายว่าจะต้องนำตัวน้องเป้ไปส่งให้อยู่ในความดูแลของ นางเสงี่ยม เจริญสุข (ผู้เป็นย่า) ที่อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ทันทีที่ทราบว่าจะถูกพรากเหลนรัก ยายทวดประทุมในวัย 73 ปี ถึงกับปล่อยโฮร่ำไห้ปานจะขาดใจ ทรุดตัวยืนกรานเสียงแข็งกอดทรัพย์สินสิ่งเดียวในชีวิตไว้แน่น “ไม่ยอมให้ใครเอาหลานไปไหนทั้งนั้น!” ขณะที่เจ้าหน้าที่พยายามชี้แจงข้อกฎหมายว่ายายทวดล่วงละเมิดข้อตกลงปกป้องเด็ก ก่อนจากลา เจ้าหน้าที่ใจอ่อนยอมให้ทั้งสองคนได้ปรับความเข้าใจและเห็นหน้ากันเป็นครั้งสุดท้าย ภาพที่ปรากฏทำเอาข้าราชการและชาวบ้านที่ยืนดูถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เมื่อน้องเป้ก้มลงกราบลาทวดผู้ชราภาพ ทั้งสองร้องไห้กอดกันกลมเป็นภาพที่บาดลึกเข้าไปในจิตใจ ก่อนที่เด็กชายตัวน้อยจะปาดน้ำตา ยกมือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วหอบหิ้วรองเท้านักเรียนคู่เก่ากับรถจักรยานยนต์คู่ใจ ขึ้นท้ายรถตู้ของเจ้าหน้าที่ พม. มุ่งหน้าสู่อนาคตใหม่ที่จังหวัดนครนายกทิ้งอดีตอันแสนช้ำไว้เบื้องหลัง เนื่องจากน้องเป้มีฐานะยากจนมาก เสื้อผ้าและกางเกงนักเรียนเก่าและไม่ได้ซัก หากผู้ใดมีความประสงค์จะ บริจาคเสื้อผ้าหรือของใช้จำเป็น สามารถติดต่อผ่าน นางกาญจนา อุทัยรัมย์ (ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3) ได้โดยตรงที่เบอร์โทรศัพท์ 063-965-5557 ### มานิตย์ สนับบุญ-ข่าว / ทองสุข สิงห์พิมพ์ – ภาพ / ปราจีนบุรี###