นนทบุรี คืบหน้า เจ้าของรถสิบล้อเข้ารับทราบข้อหา ยันถูกจับตามกฎหมาย-ไม่มีเส้น-ไม่ได้สั่งปิดเพจจ่าจักร ด้านผกก.วอนสังคมเห็นใจตำรวจน้ำดี เตรียมดำเนินคดีโซเชี่ยลคุกคามครอบครัว
นนทบุรี คืบหน้า เจ้าของรถสิบล้อเข้ารับทราบข้อหา ยันถูกจับตามกฎหมาย-ไม่มีเส้น-ไม่ได้สั่งปิดเพจจ่าจักร ด้านผกก.วอนสังคมเห็นใจตำรวจน้ำดี เตรียมดำเนินคดีโซเชี่ยลคุกคามครอบครัว
จากกรณีที่เพจ “ที่นี่ไทรน้อย” และ “จ่าจักร จราจรไทรน้อย” ประกาศยุติการเคลื่อนไหวในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และข้อสงสัยในโลกออนไลน์ว่าอาจเกี่ยวข้องกับกรณีการจับกุมรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ในขณะนั้น ซึ่งทางพ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา ฐานิสภัทราพงศ์ ผกก.สภ.ไทรน้อย พร้อมด้วย จ.ส.ต.บรรณภพ สังข์ไพโรจน์ ผบ.หมู่จราจร สภ.ไทรน้อย หรือ “จ่าจักร” ร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชน ว่าการปิดเพจดังกล่าวเป็นการตัดสินใจของเจ้าของเพจเอง ไม่ได้เกิดจากแรงกดดันหรือการแทรกแซงจากบุคคลใด โดยสาเหตุหลักมาจากภาระงานและปริมาณเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ความคืบหน้าล่าสุด เวลา 11.00 น. วันที่ 22 มิ.ย. 69 นางอังคณา สามเกษร หรือ “เจ๊ทรายซิ่ง” อายุ 42 ปี ชาวจ.นครปฐม เจ้าของรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ได้เดินทางมาที่ สภ.ไทรน้อย เพื่อเข้ามารับทราบข้อกล่าวหา พร้อมเปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเป็นคนขับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ และเป็นเจ้าของรถคันที่เป็นข่าว วันเกิดเหตุคือวันที่ 11 มิ.ย. 69 ตนขับรถบรรทุกทราย ออกมาจากท่าทรายย่านไทรน้อย และจะกลับบ้านไปที่สาย 1 จ.นครปฐม ซึ่งปกติจะไม่ขับเส้นทางนี้ มีบ้างเดือนละ 1-2 ครั้ง ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจเนื่องจากวิ่งเลนขวา และไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ตนจึงนำใบขับขี่มาแสดงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ และให้เหตุผลที่วิ่งเลนขวาเนื่องจากมีรถเยอะ และบางช่วงมีการทำถนน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ตนนำป้ายทะเบียนมาติดให้เรียบร้อย แต่ตนไม่มีเครื่องมือจึงไม่สามารถทำได้
วันเกิดเหตุตนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับนานกว่า 1 ชม. จึงเกิดความโมโหและเรียกแท็กซี่มาที่สภ.ไทรน้อย เพื่อแจ้งความข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว เมื่อมาถึง ผกก.สภ.ไทรน้อย ทราบเรื่องจึงได้สอบถามข้อเท็จจริง และชี้แจงการปฏิบัติงานของผู้ใต้บังคับบัญชา พร้อมทั้งได้สั่งให้ตนแก้ไขรถให้ถูกต้องตามกฎหมาย
วันนี้ตนเดินทางมาเพื่อชี้แจงกรณีที่เป็นข่าว และปฏิเสธว่าตนไม่ได้เป็นเจ้าแม่ หรือผู้มีอิทธิพล ตนเป็นเพียงคนขับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ และเป็นเจ้าของรถ ส่วนกรณีที่มีกระแสดราม่าว่าตนสั่งปิดเพจ ตนยืนยันว่าไม่สามารถทำได้ และพร้อมจะดำเนินคดีกับผู้ที่ด่าทอตนในโซเชี่ยลด้วย หลังจากนี้ตนจะเดินทางไปที่สำนักงานขนส่งจังหวัดนครปฐม เพื่อนำรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ไปตรวจสภาพ นอกจากนี้ในส่วนที่โซเชี่ยลตั้งคำถามว่าทำไมแต่งรถขนาดนี้ถึงตรวจสภาพรถผ่าน ซึ่งตนยอมรับว่าทุกครั้งที่นำรถเข้าตรวจสภาพที่ขนส่งได้มีการถอดอุปกรณ์ตกแต่งออก ไม่ได้จ่ายส่วยให้หน่วยงานใดตามที่เป็นข่าว
ด้านพ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา ฐานิสภัทราพงศ์ ผกก.สภ.ไทรน้อย กล่าวว่า ตนในฐานะผู้บังคับบัญชาขออนุญาตชี้แจงว่าวันเกิดเหตุได้มีการสอบถามข้อเท็จจริงกับเจ้าของรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ และแจ้งว่าไม่สามารถแจ้งข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ พร้อมอธิบายในส่วนการกระทำความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.จราจร และเปรียบเทียบปรับ
วันนี้ตนอยากออกมาพูดในมุมของการปฏิบัติหน้าที่ ในฐานะผู้บังคับบัญชา ตนตั้งใจทำงานและทำในสิ่งที่ถูกต้อง พร้อมทั้งปกป้องผู้ใต้บังคับบัญชา แต่กลายเป็นสังคมต่อว่าผู้บังคับบัญชา รวมถึงครอบครัวของตนด้วย ซึ่งตนรู้สึกเสียกำลังใจเป็นอย่างมาก
ตนมีนโยบายกวดขันรถพ่วง รถบรรทุก รถจยย.แต่งซิ่ง และจับจริงมาตลอดทุกคัน หากไม่ปฏิบัติอย่างเข้มงวดคงไม่เกิดเหตุการณ์ในวันนี้ ในส่วนรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ วันนี้ตนได้เรียกเจ้าของรถเข้ามาดำเนินคดีในข้อหาอื่นๆเพิ่มเติม ส่วนเรื่องการปิดเพจเป็นสิทธิส่วนบุคคล ตนไม่เคยก้าวก่ายหรือแทรกแซงใดๆ ตนมีแต่ส่งเสริมเพราะเห็นลูกน้องทำในสิ่งที่เกิดประโยชน์ต่อสังคม
สุดท้าย ตนขอความกรุณาโซเชี่ยลหยุดการด่าทอ และพาดพิงถึงครอบครัว รวมถึงสถานีตำรวจภูธรไทรน้อย พร้อมขอความเป็นธรรมให้กับตนและครอบครัว เมื่อทุกท่านได้รับข่าวสารที่ถูกต้องควรหยุดการกระทำดังกล่าว พร้อมจะดำเนินคดีตามกฎหมายหากยังไม่หยุด

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหา คือ ดัดแปลงสภาพรถ (บังโคลนยาวผิดปกติ, ท่อไอเสียลักษณะแต่ง และอุปกรณ์ตรวจพ่วงไม่สมบูรณ์) พร้อมเปรียบเทียบปรับ เป็นเงินจำนวน 2,000 บาท
