ปทุมธานี ลุงวัย63ปีร้อง”ปวีณา”ช่วยสายเคเบิลเกี่ยวคอรถล้มเจ็บสาหัสไร้เยี่ยวยาจากบ.สายเคเบิล
ปทุมธานี ลุงวัย63ปีร้อง”ปวีณา”ช่วยสายเคเบิลเกี่ยวคอรถล้มเจ็บสาหัสไร้เยี่ยวยาจากบ.สายเคเบิล
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 13 มิ.ย.69 ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรึ คลองเจ็ด ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นายวิ (นามสมมุติ) อายุ 63 ปี พนักงานโรงงานผลิตแก้ว พร้อมภรรยา หอบสภาพร่างกายที่บาดเจ็บ เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อขอความช่วยเหลือหลังประสบอุบัติเหตุรุนแรงถูกสายเคเบิลเกี่ยวคอจนรถเสียหลักคว่ำได้รับบาดเจ็บสาหัส ขอให้บริษัทเจ้าของสายเคเบิลออกมารับผิดชอบ
นายวิ กล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเย็นวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่ตนกำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านภายในซอยข้างหมู่บ้านแคนวาส คลอง 7 ธัญบุรี คาดว่าหลังฝนตกมีลมกระโชกทำให้สายเคเบิลตกลงมาพาดขวางกลางถนนและเกี่ยวเข้าที่คอตนอย่างจัง ส่งผลให้รถล้มคว่ำ หมวกกันน็อกกระเด็น ศีรษะตนกระแทกพื้นอย่างรุนแรงจนสลบคาที่ โชคดีมีเพื่อนร่วมงานผ่านมาเห็นจึงแจ้งภรรยามาช่วยนำส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลา
แพทย์ตรวจสภาพร่างกายที่บาดเจ็บมีอาการศีรษะแตก เลือดออกในสมอง ไหล่ซ้ายเส้นเอ็นฉีกขาดรุนแรง ไหล่ซ้ายบาดเจ็บหนักจนกระดูกโผล่ขึ้นมา ส่วนภายนอกมีแผลถลอกทั่วใบหน้า หลัง และหลังใบหู แพทย์จึงให้นอนพักรักษาตัวในห้อง ICU นานถึง 4 วัน เพื่อรับยาละลายลิ่มเลือด พอพ้นขีดอันตรายจึงออกมาอยู่ที่ห้องผู้ป่วยอีก 5 วัน หลังอาการดีขึ้นแพทย์ให้ออกจากรพ.มาเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ทั้งนี้ยังต้องรักษาต่อเนื่องโดยแพทย์นัดวันที่ 15 มิ.ย.นี้ เพื่อดูนัดผ่าตัดเส้นเอ็นหัวไหล่ซ้ายและกระดูกไหล่ซ้ายที่โผล่
“ตั้งแต่ออกจากรพ.ตนก็มีอาการวิงเวียนศีรษะอยู่บ่อยครั้ง ยังไม่รู้จะต้องรักษาตัวอีกนานเท่าไหร่ รถจักรยานยนต์ก็พังเสียหาย ตอนนี้ทำงานไม่ได้จึงขาดรายได้ทำให้ครอบครัวลำบากเพราะมีหนี้สินผ่อนบ้านและค่าใช้จ่ายเดินทางไปพบแพทย์ หลังเกิดเหตุได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.ธัญบุรี ต้องการให้บริษัทเจ้าของสายเคเบิลมารับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นและไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับใครอีก ตนกับภรรยาไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร จึงตัดสินใจร้องทุกข์มูลนิธิปวีณาฯ ขอให้ช่วยเหลือด้วย”
หลังรับเรื่อง นางปวีณา ได้ประสานไปยัง พ.ต.อ.จรินทร์ อธิบธานนท์ ผกก.สภ.ธัญบุรี ทันที เพื่อเร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบและเรียกตัวบริษัทเจ้าของสายเคเบิลต้นเหตุมารับผิดชอบดูแลเยียวยาผู้เสียหายโดยเร็ว รวมถึงให้มีการจัดระเบียบสายเคเบิลในพื้นที่เพื่อความปลอดภัยของชาวบ้าน



