นนทบุรี คืบหน้า “ต๋อยท่าทราย” พร้อมนาย“ยัน”งัดอีกมุม ปัดรุมทำร้าย-ถอดเสื้อสาว อ้างถูกฝ่ายคู่กรณียกพวกบุกซ้ำ พ่อวัย 66 เจ็บหนักอัณฑะฉีกขา
นนทบุรี คืบหน้า “ต๋อยท่าทราย” พร้อมนาย“ยัน”งัดอีกมุม ปัดรุมทำร้าย-ถอดเสื้อสาว อ้างถูกฝ่ายคู่กรณียกพวกบุกซ้ำ พ่อวัย 66 เจ็บหนักอัณฑะฉีกขา
จากกรณีที่พ่อของหญิงสาววัย 16 ปี ร้องเรียนผ่านสื่ออ้างว่าลูกสาวพร้อมเพื่อนถูกกลุ่มคนในซอยรุมทำร้ายร่างกายกว่า 10 คน มีการกักขังและถอดเสื้อผ้า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 21.00 น. ภายในซอยนนทบุรี 23 แยก 3 ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 11 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุและพบกับนายอดิเรก หรือ “น้าต๋อย” จารุมะกร อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นบุคคลในคลิปที่มีปากเสียงและลงมือทำร้ายร่างกายฝ่ายหญิง รวมทั้งพบกับนายลิขิต กลั่นสอน หรือ “ยัน” อายุ 39 ปี พร้อมภรรยา ซึ่งถูกกล่าวหาว่าร่วมรุมทำร้ายและจับหญิงสาวถอดเสื้อผ้า
นายลิขิต เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุหญิงสาวคู่กรณีพร้อมพวกประมาณ 3-4 คน ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาภายในซอย ก่อนจะมีปากเสียงกับหลานของตนชื่อ “นิวส์” ซึ่งอยู่เพียงลำพัง จากนั้นผู้ใหญ่ในละแวกดังกล่าวจึงออกมาดูเหตุการณ์ และมีการโต้เถียงกัน กระทั่ง “น้าต๋อย” มีปากเสียงกับกลุ่มวัยรุ่นและเกิดการลงไม้ลงมือขึ้น
นายลิขิตยืนยันว่าตนเอง ภรรยา และพ่อของตนซึ่งชื่อ “ดุ๋ม” อายุ 66 ปี ไม่ได้ร่วมรุมทำร้ายร่างกายใคร แต่พยายามเข้าไปห้ามและแยกคู่กรณีออกจากกัน โดยยอมรับว่ามีการผลักดันและกันตัวกลุ่มวัยรุ่นออกไปทางปากซอยเพื่อระงับเหตุเท่านั้น พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการถอดเสื้อและการรุมทำร้ายกว่า 10 คน โดยยืนยันว่าหากมีการรุมทำร้ายจริง ผู้เสียหายน่าจะได้รับบาดเจ็บมากกว่านี้
ส่วนประเด็นการยึดกุญแจรถ นายลิขิตระบุว่าเป็นหลานของตนที่นำกุญแจรถมาให้ ไม่มีเจตนากักขังหน่วงเหนี่ยวแต่อย่างใด พร้อมระบุว่าหลังข่าวเผยแพร่ออกไป ทำให้ตนและครอบครัวได้รับผลกระทบอย่างหนัก ถูกสังคมมองในด้านลบจนไม่กล้าออกจากบ้าน จึงอยากให้คู่กรณีนำหลักฐานมาแสดง ไม่ใช่กล่าวหาเพียงคำพูด
นายลิขิตยังกล่าวอีกว่า หลังเหตุการณ์แรกยุติลงประมาณ 30 นาที กลุ่มผู้ปกครองและญาติของฝ่ายหญิงได้ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาภายในซอยกว่า 30-40 คน ก่อนจะเข้าทำร้ายร่างกาย “น้าต๋อย” จนได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้า ขณะที่พ่อของตนอายุ 66 ปี ซึ่งพยายามเข้าห้ามเหตุ ถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นอัณฑะฉีกขาด ต้องรักษาตัวและไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติอยู่หลายวัน โดยขณะนี้ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ แล้ว
นายลิขิตฝากถึงสังคมว่าอยากให้รับฟังข้อมูลจากทั้งสองฝ่าย และหากฝ่ายผู้เสียหายมีหลักฐานว่าตนร่วมทำร้ายร่างกายหรือถอดเสื้อจริง ก็ขอให้นำออกมาเปิดเผย พร้อมยืนยันความบริสุทธิ์ใจ และย้ำว่าตนมีลูกสาวเช่นกัน จึงไม่มีทางกระทำพฤติกรรมดังกล่าวได้
ด้านนายอดิเรก หรือ “น้าต๋อย” ยอมรับว่าบุคคลในคลิปคือ ตนเองจริง โดยเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุมีเด็กหญิงคนหนึ่งมองหน้าตน จึงเดินเข้าไปสอบถามว่า “หนูมาจ้องหน้าทำไม” แต่กลับถูกด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายและพาดพิงถึงบุพการี ทำให้ตนโมโหจนเดินเข้าไปตบตามที่ปรากฏในคลิป ขณะที่หญิงสาวผู้ร้องเรียนได้กระโดดถีบตนกลับเช่นกัน
น้าต๋อยกล่าวว่า สาเหตุที่ตนอารมณ์รุนแรงในวันนั้น เนื่องจากกลุ่มวัยรุ่นที่เข้ามาในซอยส่งเสียงดังจนลูกวัย 5 ขวบที่กำลังนอนหลับอยู่สะดุ้งตื่น ส่วนเรื่องการรุมทำร้ายหรือถอดเสื้อ ยืนยันว่าไม่ทราบเรื่องและไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยหลังเหตุการณ์สงบลง กลุ่มผู้ปกครองของฝ่ายหญิงได้ย้อนกลับมาพร้อมคนจำนวนมาก ก่อนเข้าทำร้ายร่างกายตนจนได้รับบาดเจ็บปากแตกและเจ็บหน้าอก

น้าต๋อยยืนยันว่าไม่เคยรู้จักกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวมาก่อน และได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายเช่นเดียวกัน โดยพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมผลตรวจจากแพทย์และพยานหลักฐานต่าง ๆ เพื่อประกอบสำนวนและพิจารณาดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป
