นนทบุรี วงจรปิด แทบหมดตัว! แม่ค้าหอยทอดยกมือไหว้ร่ำไห้ โจรกรีดเต็นท์กวาดทอง 9 บาท เงินสด 7 หมื่น สูญกว่า 6 แสน
นนทบุรี วงจรปิด แทบหมดตัว! แม่ค้าหอยทอดยกมือไหว้ร่ำไห้ โจรกรีดเต็นท์กวาดทอง 9 บาท เงินสด 7 หมื่น สูญกว่า 6 แสน
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 ก.ค. 69 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนางวิลาวรรณ วงศ์อนุ หรือเจ๊ป้อม อายุ 44 ปี เจ้าของร้าน “เจ๊ป้อม หอยทอด น้ำจิ้ม 3 รส” ว่าถูกคนร้ายบุกเดี่ยวเข้ามากรีดเต็นท์ก่อนขโมยกระเป๋าสะพาย ขณะนอนหลับ ซึ่งภายในกระเป๋าสะพายมีทรัพย์สินมีค่าหลายรายการ ประกอบด้วย สร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท 1 เส้น, สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท 1 เส้น, พระหลวงพ่อมั่น เลี่ยมทองหนัก 1 บาท 1 องค์, พระหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม เลี่ยมทองหนัก 1 บาท 1 องค์, เงินสดจากการขายของ 40,000 บาท, เงินเก็บ 30,000 บาท, บัตรเอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย, บัตรเอทีเอ็มธนาคารกสิกรไทย, บัตรประจำตัวประชาชน และใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ รวมมูลค่าความเสียหาย กว่า 6 แสนบาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 ก.ค. 69 เวลาประมาณ 04.00 น. ภายในงานถนนคนเดินแห่งหนึ่ง ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เบื้องต้นแจ้งความไว้ที่สภ.บางบัวทอง
ภาพจากกล้องวงจรปิด (1) วันที่ 26 ก.ค. 69 เวลา 02.38 น. จับภาพคนร้ายเป็นชาย อายุประมาณ 35-40 ปี รูปร่างสูง สมส่วน ผมยาวมัดด้านหลัง สวมเสื้อแจ็คเก็ตแขนยาวสีดำ ใส่กางเกงยีนส์ขายาวสีดำ สวมรองเท้าผ้าใบ ใส่แว่นตาและมีแมสก์ปิดบังใบหน้า เดินดมยาดมเข้ามาภายในงานขณะร้านค้าแต่ละร้านปิดแล้ว
ต่อมาเวลา 03.56 น. ภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพคนร้ายรายเดิมเข้ามานั่งในร้านเกาลัดเพื่อดูลาดเลา ก่อนจะชะโงกหน้าดูร้านข้างๆ และเดินออกหลังร้านอ้อมไปยังร้านของผู้เสียหาย *** ไม่มีกล้องวงจรปิดเห็นขณะก่อเหตุ ***
ภาพจากกล้องวงจรปิด (2) เวลา 04.15 น. จับภาพคนร้ายเดินออกด้านหลังของร้านค้าหนึ่งในตลาด โดยสะพายกระเป๋าของผู้เสียหายไว้ด้านหลังก่อนหลบหนีออกไป
นอกจากนี้ผู้เสียหายยังได้ถ่ายคลิปวีดิโอระบายความในใจ โดยยกมือไหว้และร้องไห้ออกมาตลอดทั้งคลิป วอนให้พลเมืองดีช่วยแจ้งเบาะแสคนร้ายด้วย
นางวิลาวรรณ เจ้าของร้านผู้เสียหาย กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนเปิดร้านขายหอยทอดขนมจีน ก๋วยเตี๋ยวเรือตามงานต่างๆ ซึ่งครั้งนี้ตนมาขายที่งานถนนคนเดิน ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.-2 ส.ค. 69 รวม 10 วัน และจะนอนพักอยู่ที่นี่ทุกคืน ช่วงเช้ามืดของคืนที่ผ่านมา เวลาประมาณตี 4 มีคนร้ายเป็นชายรูปร่างสูง สมส่วน ผมยาวมัดด้านหลัง เดินเข้ามาภายในงานขณะที่ทุกร้านค้าทยอยปิดแล้ว โดยเดินตรงเข้าไปที่โซนสวนสนุกก่อนจะกลับมาที่ร้านขายกาละแม ร้านเกาลัด และวนเข้ามาด้านหลังร้านของตน ก่อเหตุใช้ของมีคมกรีดเต็นท์และขโมยกระเป๋าสะพายของตนไป
ภายในกระเป๋าสะพายมีทรัพย์สินมีค่าหลายรายการ ประกอบด้วย สร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท 1 เส้น, สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท 1 เส้น, พระหลวงพ่อมั่น เลี่ยมทองหนัก 1 บาท 1 องค์, พระหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม เลี่ยมทองหนัก 1 บาท 1 องค์, เงินสดจากการขายของ 40,000 บาท, เงินเก็บ 30,000 บาท, บัตรเอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย, บัตรเอทีเอ็มธนาคารกสิกรไทย, บัตรประจำตัวประชาชน และใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ รวมมูลค่าความเสียหาย กว่า 6 แสนบาท ซึ่งตนวางกระเป๋าสะพายไว้บนหัวนอนภายในเต็นท์ และใช้เอี๊ยมปิดทับไว้ คาดว่าคนร้ายเห็นสายของกระเป๋าสะพายจึงลงมือก่อเหตุ ปกติใครเข้ามาในร้านตนจะได้ยินทันที แต่คืนนั้นตนกินยาเพื่อพักผ่อนด้วยเพราะตระเวนเดินสายออกงานติดๆกันมานาน
ตนตื่นมาประมาณ 6 โมงเช้า กำลังเตรียมตัวจะไปซื้อของที่ตลาด แต่กลับไม่เห็นกระเป๋าสะพายจึงสอบถามสามีว่าได้หยิบไปหรือไม่ จึงรู้ตัวว่าถูกคนร้ายขโมยไป สามีจึงได้พาตนเดินทางเข้าแจ้งความที่สภ. บางบัวทอง และขอดูกล้องวงจรปิดจากร้านใกล้เคียง ซึ่งร้านของตนไม่มีกล้องวงจรปิดเนื่องจากตลอดเวลาที่ขายของมา 6 ปี ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ และภายในร้านก็มีแต่ญาติพี่น้องกันทั้งนั้น

ตอนนี้ตนรู้สึกท้อ หมดแรง และหมดกำลังใจ ทุกอย่างที่สูญไปคือน้ำพักน้ำแรงที่ตนสะสมมานาน เรียกได้ว่าแทบหมดตัว ตอนนี้ต้องขายของหาเงินจ่ายค่าที่ และดูแลทุกคนในร้าน รวมถึงแม่ของตนที่ตาบอดด้วย ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับตนเอง เคยเห็นแต่ในข่าว อยากเตือนภัยพ่อค้าแม่ค้าอย่านำทรัพย์สินมีค่าไว้กับตัวเองเยอะ ฝากเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด
