นนทบุรี หวิดปะทะเดือดกลางแคมป์คนงาน เปิดใจเจ๊เดือน สาดน้ำกะทิต้มร้อนใส่สาวใหญ่วัย45ปีปมเหตุนินทา อ้างเป็นอุบัติเหตุ
จากกรณีที่เมื่อวานนี้ เมื่อวลา 19.00น. น.ส.มาลัย สร้อยศรี อายุ45ปี หรือพี่น้อย เข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ. ไทรน้อยว่า ถูกน.ส.ดวงเดือน เพิ่มปัญญา อายุ51ปี หรือเจ๊เดือน ได้ทำร้ายร่างกายหยิบกระทะนำน้ำกะทิขษะร้อนๆสาดใส่ที่บริเวณลำตัวช่วงเอวถึงขาซ้ายและขาขวา ทำให้ได้รับบาดเจ็บเป็นแผลพองทั้งสองข้าง เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล
ล่าสุดเมื่อเวลา 17.30น. วันที่ 18 พ.ค.69 ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่จุดเกิดเหตุบริเวณแคมป์คนงาน หลังเซเว่น ต.ทวีวัฒนาหมู่ 1 อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี พบ น.ส.มาลัย สร้อยศรี อายุ45ปี ผู้เสียหาย กำลังนั่งให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว เล่าเหตุการณ์เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด หลังจากนั้นประมาณ 30 นาที น.ส.ดวงเดือน เพิ่มปัญญาอายุ51ปี หรือเจ๊เดือน ได้ขี่รถจยย. เข้ามาที่แคมป์คนงานพอดี ทั้งสองคนจึงปะทะ และโต้เถียงกัน ทำให้ไม่สามารถคุยกันได้อีก ส่วนเรื่องเหตุการณ์ทั้งหมดจะให้ทางเจ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นคนตัดสินและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบถาม น.ส.มาลัย สร้อยศรี อายุ45ปี พี่น้อย ผู้เสียหาย เมื่อวานนี้ตนออกจากห้องมาและกำลังเช็ดรถจยย. หลังจากนั้นได้ยินเสียงเจ๊เดือนกำลังต่อว่าใครก็ไม่รู้ ตนจึงถามว่า เจ๊เดือนบ่นใคร แต่เขาตอบมาว่า คนพูดน่าจะรู้ ตนจึงเงียบ แต่แฟนของเจ๊เดือนพูดกับตนว่าไอ้น้อยอยากมีปัญหาหรอ ตนจึงรีบเข้าห้องไปฟังเพลงในห้อง แต่เจ๊เดือนไม่หยุดบอกว่าตนด่าเขาลับหลัง หาว่าตุ่นไปพูดว่าเจ๊เดือนเป็นเมียหัวหน้าขับรถไปมาไม่ทำงาน แต่ตนไม่ได้สนใจเพราะตนไม่ได้ว่าเขา แหละเจ๊เดือนเดินมาบอกกับลุง ว่าไม่ชอบตน บอกว่าตนปากหมา ไปนินทาเขาลับหลัง ตนจึงบอกกับเจ๊เดือนว่าให้พาคนที่ กล่าวหาว่าตนไปนินทามาเจอกันหน่อย แต่เจ๊เดือนไม่ยอมพาตัวคนนั้นมา ตนจึงตอบกลับเจ๊เดือนไปว่าเจ๊เป็นกลาง ทำไมทำกับตนแบบนี้ หลังจากนั้นตนได้เดินไปหาเพื่อนชื่อนา แต่เจ๊เดือนตามออกมาและหยิบหูกระทะน้ำกะทิสาดใส่ตน แต่ตนจับกระทะไม่ทัน ทำให้ตัวเองได้รับบาดเจ็บเยอะ และไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนี้ หลังจากเกิดเหตุเจ๊เดือนยังไม่เคยเข้ามาพูดคุยกับตนหรือขอโทษเลยสักคำ หลังจะเกิดเหตุตนยังเจอหน้าเจ๊เดือนอยู่ แต่ตนคิดว่าเหตุหลังจากนี้ไม่น่ามีแล้ว เพราะตนทำดีต้องได้ดี คนทำรู้อยู่แก่ใจและตนจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
น.ส.ดวงเดือน เพิ่มปัญญาอายุ51ปี หรือเจ๊เดือน กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เริ่มแรกเลยคือมีคนมาฟ้องตนว่า ตนถูกน้อย นินทาลับหลัง และพูดจาแขวะตนว่า” เรามันเส้นไม่ใหญ่นะ ไม่ใช่เมียหัวหน้าเหมือนเขา จะทำอะไรก็ไม่ผิด “ซึ่งเขาพูดวันที่ 13พ.ค.69 พอตนได้ยินตนจึงเรียกน้อย ออกมาคุยกันบริเวณหน้าห้อง เมื่อวานนี้ แต่ก่อนหน้านี้ที่ไม่เรียกมาคุยเพราะว่าตนกำลังลาพักร้อน ซึ่งเมื่อวานที่มีการพูดคุยกันไม่มีการพูดจาหยาบคาย หลังจากที่น้อยเดินตามตนมา เพราะตนอยากคุยข้างนอก แต่น้อยมาดึงเสื้อของตนและขึ้นเสียงใส่ว่าน้อยไม่ได้พูดอะไร จึงมีการฉุดกระชากกันเล็กน้อย ที่บริเวณหน้าห้องของนาที่นาต้มกะทิอยู่หน้าห้อง ซึ่งตนยืนยันว่าตนไม่ได้หยิบกระทะ แต่คาดว่าเป็นจังหวะที่ชุดกระชากกับน้อยจึงไปชนนาที่ยืนถือกระทะอยู่ จึงทำให้น้ำกะทิไปโดนน้อยและนา หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไปหาหมอตามปกติ ซึ่งตนมองว่าเป็นอุบัติเหตุ ตนไม่ได้มีการตั้งใจจะหยิบกระทะไปราดเขา ตอนนี้ยังไม่ได้เคลียร์ใจกับน้อย ตนพึ่งมาเจอหน้าเขาเมื่อกี๊ ส่วนเรื่องที่น้อยไปแจ้งความตน ก็ต้องคุยกันภายหลัง
ส่วนทางด้าน นางพัทยา แก้วเบญจา (เสื้อสีฟ้า)หรือนา อายุ43ปี คนต้มกระทิ อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ตอนเกิดเหตุตนกำลังต้มกะทิเพื่อจะทำขนมขนมหวาน ต้มอยู่บริเวณหน้าห้อง หลังจากหลังจากนั้น พี่น้อย และเจ๊เดือน เดินตามกันมาบริเวณหน้าห้องของตน ตนจึง หยิบกระทะที่ต้มกะทิ ขณะเดือดอยู่ กำลังจะเอาเข้าห้อง แต่ตอนที่ตนหยิบกระทะกำลังจะเข้าห้องทั้งสองคนเดินมาชนตน ทำให้ตนโดนน้ำกะทิที่แขนไปด้วย หลังจากเกิดเหตุตนได้ไปหาหมอกับแฟนสองคน ส่วนพี่น้อยตนไม่ทราบว่าเจ็บเยอะหรือไม่ เพราะพี่น้อยไม่ยอมไปหาหมอตั้งแต่เกิดเหตุ ส่วนเรื่องตั้งใจหรือไม่ตั้งใจตนไม่ทราบ เพราะตนเป็นคนถือกระทะกะทิเอง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรอผลแพทย์และจะเรียกทั้งสอฝ่ายเข้ามาสอบปากคำเพื่อดำเนินคดีต่อไป








