วันเสาร์, มิถุนายน 13, 2026
Latest:
ในประเทศ

ปิดทองหลังพระ ลงพื้นที่ ต.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา ดัน บ้านจำปูน สู่ต้นแบบพัฒนาตามแนวพระราชดำริ เพิ่มผลผลิตข้าวเท่าตัว ควบคู่แก้ปัญหาน้ำ ยาเสพติด

ปิดทองหลังพระ ลงพื้นที่ ต.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา ดัน บ้านจำปูน สู่ต้นแบบพัฒนาตามแนวพระราชดำริ เพิ่มผลผลิตข้าวเท่าตัว ควบคู่แก้ปัญหาน้ำ ยาเสพติด
วันที่ 31 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. นายกฤษฎา บุญราช ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ พร้อมคณะ ลงพื้นที่หมู่ที่ 6 บ้านจำปูน ตำบลท่าธง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา เพื่อติดตามผลการดำเนินโครงการพื้นที่ต้นแบบบูรณาการการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ เนื่องในวาระเทิดพระเกียรติ 100 ปีชาตกาล พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในปี 2570
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีนายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นายโอฬาร บิลสัน ปลัดจังหวัดยะลา นายกิตติภณ เปรมรัชชานนท์ นายอำเภอรามัน หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำสตรี และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
นายกฤษฎา บุญราช เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามผล รับฟังปัญหาและอุปสรรค พร้อมให้ข้อเสนอแนะแก่ประชาชนในโครงการ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาใน 3 มิติหลัก ได้แก่ การบริหารจัดการน้ำ การสร้างอาชีพ และการดูแลสิ่งแวดล้อม พร้อมตรวจเยี่ยมกิจกรรมสำคัญ 6 จุด ได้แก่
1.ศูนย์รวมใจตาดีกาบ้านจำปูน
2.โครงการ “น้ำคือชีวิต”
3.แปลงข้าวพันธุ์พื้นเมือง
4.เกษตรผสมผสาน
5.การปลูกพืชเหมาะสมตามสภาพพื้นที่
6.กิจกรรมเด็กเลี้ยงวัว
สำหรับบ้านจำปูน เดิมประสบปัญหาผลผลิตข้าวต่ำและขาดแคลนน้ำ โดยตั้งแต่ปี 2560 สถาบันปิดทองหลังพระได้เข้ามาสนับสนุนองค์ความรู้ ทั้งการพาเกษตรกรไปศึกษาดูงานด้านการจัดการน้ำ การสร้างฝาย การขุดสระ และการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ รวมถึงการจัดตั้งกลไกชุมชน เช่น คณะกรรมการบริหารน้ำ และการเก็บค่าน้ำเพื่อดูแลระบบอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิต จากเดิมที่พึ่งพาพืชหลักเพียงข้าวและยางพารา ให้เพิ่มความหลากหลายของพืช เช่น ผักและพืชเศรษฐกิจอื่น เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านรายได้
ในด้านการทำนา ได้มีการแนะนำให้เกษตรกรแยกปลูกข้าวตามสายพันธุ์อย่างเป็นระบบ พร้อมนำพันธุ์ข้าวใหม่เข้ามาทดลองปลูก ส่งผลให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จากเดิมเฉลี่ยประมาณ 200 กิโลกรัมต่อไร่ เพิ่มเป็นประมาณ 400 กิโลกรัมต่อไร่ในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม ปัญหาสังคม โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของยาเสพติดในกลุ่มเยาวชน ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ โดยนายกฤษฎาได้เน้นย้ำให้ผู้นำชุมชนและหน่วยงานภาครัฐร่วมกันสร้างกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ เพื่อดึงเยาวชนให้ห่างไกลจากยาเสพติด เช่น การมีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านการเกษตรและการจัดการทรัพยากรในชุมชน
ด้านนางธีระ เตมะยะ อายุ 48 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ที่ 6 บ้านจำปูน ตำบลท่าธง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา เปิดเผยว่า หลังเข้าร่วมโครงการ ทำให้ได้รับความรู้ในการปลูกข้าวอย่างถูกวิธี ทั้งการเตรียมดิน การใส่ปุ๋ย และการจัดการน้ำ อีกทั้งยังมีการส่งเสริมพันธุ์ข้าวใหม่ เช่น พันธุ์เล็บนก พันธุ์พม่า รวมถึงพันธุ์พื้นเมืองเดิม อาทิ ซาโฮะ เวาะห์ปูเตะ กูนิง ราโยะบาโรห์ และจันเตะ
จากเดิมที่ได้ผลผลิตเพียงประมาณ 200 กิโลกรัมต่อไร่ ปัจจุบันสามารถเพิ่มเป็นกว่า 300 กิโลกรัมต่อไร่ในบางสายพันธุ์ สร้างรายได้และความมั่นคงให้กับครัวเรือนมากยิ่งขึ้น
โครงการดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งต้นแบบความสำเร็จของการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ที่มุ่งเน้นการพึ่งพาตนเองของชุมชนอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง
ปิดโหมดสีเทา