’เอกชัย ศรีวิชัย‘ร้อง ปอศ. จับเว็บหนังเถื่อนฉกมาสเตอร์ “สรรพลีหวน”
ปล่อยฉายชนโรงคมชัดระดับ 4K ยอดวิวทะลัก 10 ล้าน แฉกระบวนการรั่วไหลปริศนาจี้ตำรวจ-ดีอี ลากคอขบวนการมาเฟียโซเชียลทำลายอุตสาหกรรมหนังไทย ลั่นเรียกค่าเสียหายยับทั้งแพ่งและอาญา
เมื่อเวลา 15.30 น.
วันที่ 19 ก.พ. 69 ที่อาคารพิทักษ์สันติ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายเอกชัย ศรีวิชัย นักร้อง ศิลปินและผู้กำกับภาพยนตร์ พร้อมด้วย น.ส.มัณฑนา ฉางแก้ว (ทนายก้อย) ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท มูฟวี่ สตูดิโอวีไอพี จำกัด เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์เรื่อง “สรรพลีหวน” หลังตรวจพบว่ามีการนำผลงานไปเผยแพร่ซ้ำผ่านทางเว็บไซต์เถื่อนและแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก
นายเอกชัย กล่าวภายหลังการเข้าพบ พงส.บก.ปอศ. ว่า ในวันนี้ได้นำหลักฐานข้อมูลเว็บไซต์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์รวม 7 เว็บไซต์มามอบให้พนักงานสอบสวน โดยพบพฤติการณ์ความรุนแรงตั้งแต่วันแรกที่ภาพยนตร์เข้าฉายเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีเว็บไซต์เกือบ 20 แห่งนำภาพยนตร์ไปโพสต์ลงในระบบ บางเว็บไซต์เก็บค่าสมาชิกรายเดือน บางแห่งมีการแปะลิงก์การพนันแอบแฝง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าแต่ละเว็บไซต์มียอดผู้เข้าชมสูงถึง 8-10 ล้านวิว สร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์อย่างมหาศาล และเชื่อว่าค่ายหนังทั่วประเทศต่างประสบปัญหาในลักษณะเดียวกันนี้มาโดยตลอด
นายเอกชัย ยังตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการรั่วไหลของไฟล์ภาพยนตร์ โดยระบุว่า ไฟล์ที่ปรากฏในเว็บเถื่อนมีความคมชัดระดับ 4K ไม่ใช่หนังซูม ซึ่งตามขั้นตอนการผลิตปกตินั้น หนังจะถูกส่งต่อไปยังห้องตัดต่อ ห้องทำเสียง ห้องเกรดสี และทำซีจี ก่อนจะส่งเข้าโรงภาพยนตร์ผ่านระบบออนไลน์หรือฮาร์ดดิสก์ที่มีรหัสป้องกัน จึงตั้งคำถามไปยังเจ้าหน้าที่ว่าไฟล์มาสเตอร์เหล่านี้หลุดรอดไปอยู่ในมือโจรออนไลน์ได้อย่างไร พร้อมฝากถึงนักวิจารณ์และประชาชนให้เข้าใจถึงความยากลำบากและงบประมาณกว่า 10 ล้านบาทในการผลิตหนังแต่ละเรื่อง แต่กลับถูกกลุ่มคนที่ไม่เสียภาษีและอาศัยอยู่ในประเทศที่มีกฎหมายรองรับเข้ามาตักตวงผลประโยชน์ตัดหน้าผู้สร้าง
นอกจากนี้ นายเอกชัยยังได้เรียกร้องไปยังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยระบุว่ารัฐมนตรีที่มีบารมีและมีความสามารถควรหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง ไม่ควรปล่อยให้อาชญากรไซเบอร์ลอยนวลอยู่ในสังคม และอยากเห็นผลงานการปราบปรามที่เป็นรูปธรรมมากกว่านี้ เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้กระทบแค่ตัวบุคคล แต่ทำลายภาพรวมขององค์กรและอุตสาหกรรมบันเทิงทั้งหมด พร้อมยืนยันว่าจะไม่ถอดใจในการดำเนินคดี แม้การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีข้อจำกัดทางกฎหมายและภาระงานที่มากก็ตาม
ทางด้าน ทนายก้อย ระบุว่า เบื้องต้นได้มีการส่งหนังสือแจ้งเตือนไปยังเว็บไซต์ต่าง ๆ แล้ว และมอบหมายให้พนักงานสอบสวนเร่งสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดเนื่องจากเจ้าหน้าที่มีเครื่องมือในการเข้าถึงข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตได้ดีกว่า โดยการกระทำดังกล่าวมีความผิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 4 เดือน ถึง 6 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000 ถึง 800,000 บาท นอกจากนี้ ทางบริษัทจะดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งโดยคำนวณจากยอดผู้เข้าชมในเว็บไซต์และความสูญเสียรายได้จากการฉายหนังตามความเป็นจริงต่อไป ซึ่งคดีประเภทนี้สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ทุกท้องที่เนื่องจากเป็นการกระทำความผิดบนโลกออนไลน์
เบื้องต้นพนักงานสอบสวน รับแจ้งความสอบปากคำผู้เสียหาย ก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป











