ธัญญ่า อาร์สยาม โล่งใจเหตุป่วนบ้านเป็นเพียงแฟนคลับที่สติไม่ดี
เมื่อเวลา 12:30 น วันที่ 3 มกราคม 2569 คุณธัญญ่าอาร์สยาม ได้เข้าพบผู้กำกับสนคันนายาว และพูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่แฟนคลับก่อกวนคุณธัญญา:เหตุการณ์: แฟนคลับคนหนึ่งที่อ้างว่าป่วยได้ก่อกวนคุณธัญญาการเผชิญหน้า: คุณธัญญาได้พบกับแฟนคลับคนดังกล่าว ซึ่งผู้กำกับระบุว่ามีอาการทางจิตไม่ค่อยดี แฟนคลับอ้างว่าเป็นแฟนคลับและอยากเจอคุณธัญญาจึงทำเช่นนั้นการพูดคุย: แฟนคลับขอโทษและบอกว่าจะไม่ทำอีกแล้วข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแฟนคลับ: มีลูกน้อยวัย 3 เดือน และอุ้มลูกมาด้วย แม่ของแฟนคลับระบุว่าไม่ได้พาไปหาหมอและไม่ได้รับยามาประมาณ 6 ปี พนักงานสืบสวนระบุว่าแฟนคลับไม่ค่อยออกไปไหน และยอมออกมาเมื่อถูกบอกว่าจะพาไปถ่ายรูปกับคุณธัญญาความรู้สึกของคุณธัญญา: ให้อภัยเพราะเห็นว่ามีลูกน้อยและพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่องสบายใจขึ้นที่ได้รู้ว่าเป็นใครและทำไปเพื่ออะไรกังวลว่าหากทำอีกจะไม่ได้นอนคุกการทำงานของตำรวจ: คุณธัญญาชื่นชมการทำงานที่รวดเร็วของ สน.คันนายาว ผู้กำกับ และพนักงานสืบสวนผลของคดี: คดีถูกถอนและจบลง เนื่องจากผู้ก่อเหตุไม่ใช่คนปกติ และบรรยากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินคดีต่อการดำเนินการ: มีการทำประวัติและปล่อยตัวผู้ก่อเหตุไป เนื่องจากคุณธัญญาไม่ติดใจเอาความ
เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากนางสาวชัชชญา ทวินันท์ หรือ ธัญญ่า อาร์สยาม ได้เดินทางมาแจ้งความที่สน.คันนายาว หลังจาก หญิงปริศนาโทรป่วนคุกคาม โดยการโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ทั้งกู้ภัยตำรวจรวจให้มาที่บริเวณหน้าบ้านอ้างว่ามีหญิงท้องแก่ใกล้คลอด ที่บ้านพักย่าน ออเงิน
นางสาวชัชชญา โดยเล่าว่าเหตุการณ์ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 เวลา 22.35 น. มีคนมากดกิ่งที่บริเวณหน้าบ้านด้วยความที่ดึกแล้วจึงตัดสินใจดูกล้องวงจรปิดพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่กู้ชีพ พร้อมรถพยาบาลฉุกเฉิน มาประมาณ 4-5 คน พอเห็นแบบนั้นจึงทำให้นึกย้อนกลับไปในปี 2567 ที่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาก่อน
ตัวเองเลยตัดสินใจลงไปพบกับเจ้าหน้าที่กู้ชีพทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่ามีคนโทรศัพท์มาแจ้งว่ามีหญิงท้องแก่ไก่ทอดให้มารับตัวที่บ้านหลังนี้ ซึ่งตัวเองได้อธิบายกับเจ้าหน้าที่ว่าไม่ใช่ตัวเองที่โทรแจ้ง ก่อนที่จะมีหญิงปริศนาโทรศัพท์เข้ามาหาเจ้าหน้าที่กู้ชีพพร้อมถามว่า “ถึงหน้าบ้านหรือยัง มีใครอยู่บ้านหรือไม่ บ้านเปิดไฟไหม” รวมถึงอยากจะแอดไลน์ เจ้าหน้าที่กู้ชีพเพื่อขอดูหน้าบ้านเพื่อยืนยันว่าเจ้าหน้าที่กู้ชีพไปถึงหน้าบ้านจริง
พอได้ยินเสียงหญิงสาวปริศนาที่คุยกับเจ้าหน้าที่กู้ชีพก็ทำให้รู้สึกคุ้นเคย และจำได้ว่าเป็นเสียงเดียวกันกับที่เคยโทรคุกคามเธอ 2-3 ครั้ง เมื่อปี 2567 โดยครั้งแรกที่โดน คือมีพนักงานร้านสะดวกซื้อนำน้ำอัดลมมาส่งที่หน้าบ้านแล้วให้เธอจ่ายเงินทั้งที่เธอไม่ได้เป็นคนสั่ง ครั้งที่สอง คือเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับแจ้งว่ามีคนลื่นล้มในห้องน้ำ ส่วนครั้งที่สาม คือเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่ามีเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทที่บ้านเธอ รวมถึงครั้งล่าสุดที่โทรแจ้งเจ้าที่กู้ชีพว่ามีคนใกล้คลอด
ในปี 2567 ตัวเองได้มีการไปแจ้งความที่สน. คันนายาวทั้งหมด โดยพนักงานสอบสวน ได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานจนถึงขั้นออกหมายเรียกแต่ทางด้านผู้ก่อเหตุไม่มาตามหมายเรียกแล้วเธอไม่เข้าใจว่าทำไมตำรวจถึงไม่ออกหมายจับ นางสาวชัชชญา ยอมรับว่าน้อยใจที่ทำไมต้องรอให้เกิดเหตุซ้ำก่อนโชคดีที่เห็นในครั้งนี้ไม่ได้รุนแรง และคิดว่าในครั้งนั้นน่าจะตามเรื่องต่อให้ถึงที่สุดแต่ที่ไม่ได้ตามต่อเป็น เพราะว่าตอนนั้นท้องแก่และเพิ่งคลอดลูก และต้องเลี้ยงลูกจึงไม่ได้ตามเรื่องต่อ แต่ในครั้งนี้ตนเองตั้งใจว่าจะดำเนินการให้ถึงที่สุด และถ้าหากพบว่าผู้ก่อเหตุเป็นผู้ป่วยจิตเวชมองว่าเขาควรไปหาหมอเพื่อทำการรักษา แต่ถ้าหากเป็นคนปกติจะดำเนินคดีอาญา และละเมิดให้ถึงที่สุดครั้งนี้ ยืนยันเลยว่าเราต้องได้เจอกัน และอยากจะถามว่าก่อเหตุแบบนี้ทำไม
ซึ่งเบื้องต้นประเมินจากพฤติกรรม ตัวผู้ก่อเหตุ เชื่อว่าเป็นบุคคลเดียวกันทั้งหมด 4 ครั้ง โดยเป็นผู้หญิงสูงวัยแต่มีน้ำเสียงคล้ายเด็ก เท่าที่ทราบมารู้ว่าบ้านอยู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ และยืนยันว่าไม่ใช่คนที่เธอรู้จัก เพราะเธอได้เห็นหน้าแล้ว จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ / ส่วนใช่คนที่เคยมีปัญหากันมาก่อนหน้านี้หรือไม่นั้นขอไม่กล่าวพาดพิงถึง
ส่วนตัวเธอไม่รู้ว่าเขาก่อเกตุแบบนี้ทำไม แต่คิดว่าเค้าไม่ได้ตั้งใจจะเอาชีวิตเพียงแค่ต้องการปั่นประสาทเธอ เพราะว่าการกระทำแบบนี้ พร้อมบอกว่าการกระทำแบบนี้มันทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยตำรวจแทนที่จะได้ไปช่วยเคสที่ฉุกเฉินจริงๆแต่ต้องมาเสียเวลากับเรื่องแบบนี้รวมถึงตัวเธอเองด้วย











