ทลาย 4 บริษัทรับจำนำ iCloud เถื่อนรีดดอกเบี้ยโหดกับศึกษาพบมีลูกค้ากว่า 5 พันราย
ทลาย 4 บริษัทรับจำนำ iCloud เถื่อนรีดดอกเบี้ยโหดกับศึกษาพบมีลูกค้ากว่า 5 พันราย ปอท.เปิดปฏิบัติการ Operation iLockdown รื้อระบบล็อก iCloud ล้มระบบกู้เงินเถื่อน ลุยค้นบริษัทรับจำนำ iCloud 4 จุด หลังพบปล่อยกู้ดอกเบี้ยโหด ร้อยละ 365 ต่อปี กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รอง ผบก.บก.ปอศ., พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล รอง ผบก.บก.ปอศ., พ.ต.อ.เมฆพิศาล ศรีภิรมย์ ผกก.5 บก.ปอศ.,พ.ต.ท.พิทยา คงเจริญ รอง ผกก.5 บก.ปอศ., พ.ต.ท.ภาคิน สุขพรหม รอง ผกก.5 บก.ปอศ., พ.ต.ท.หญิง สินีนาฏ เชิดชูตระกูลทอง รอง ผกก.5 บก.ปอศ. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจค้น นำโดย พ.ต.ท.สุทธิพงษ์ มอญรัต, พ.ต.ท.สุทธิพงษ์ จันทพันธ์, ว่าที่ พ.ต.ต.บัญชา ช่วยรอดหมด, พ.ต.ต.พิชญากร แตงรอด สว.กก.5 บก.ปอศ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. ร่วมกันตรวจค้น 1. บริษัท สำนักงาน แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 2. บริษัทสาขาสุขุมวิท ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 3. บริษัทสำนักงานใหญ่ ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 4. บริษัท สาขาพระประแดง-สุขสวัสดิ์ ต.บางพึ่ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ พร้อมตรวจยึดของกลาง ดังนี้ 1.เครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 7 เครื่อง 2.เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก จำนวน 3 เครื่อง 3.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 13 เครื่อง 4.เอกสารเกี่ยวกับการรับจำนำไอคลาวด์ จำนวน 1 แฟ้ม 5.ป้ายโฆษณาการรับจำนำไอคลาวด์ ร่วมกันกล่าวโทษ ได้แก่ 1. กรรมการบริษัท จำนวน 5 ราย 2. นายอรรถพล (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี 3. น.ส.ปรารถนา (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ในความผิดฐาน “ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด” สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายได้มาร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เกี่ยวกับบริษัท 4 แห่งซึ่งมีพฤติกรรมร่วมกันปล่อยสินเชื่อเงินกู้และร่วมกันเรียกดอกเบี้ยเกินที่กฎหมายกำหนดให้กับบุคคลและนักศึกษาทั่วไป ด้วยวิธีการรับจำนำ iCloud โดยมีรายละเอียดของการทำสัญญาการรับจำนำ iCloud ในลักษณะสัญญากู้เงิน (นิติกรรมอำพรางสัญญากู้เงิน) ซึ่งจากการสืบสวนพบว่ากู้ยืมเงินโดยการใช้บัญชี iCloud เป็นหลักประกันในการกู้ยืมเงิน (จำนำ iCloud) ของบริษัท ไอทีมันนี่ฯ มีขั้นตอนการรับจำนำ iCloud คือ 1.ผู้กู้ต้องมีเพื่อนในเฟซบุ๊ก เกิน 500 คน 2.มีการโพสต์ หรือแชร์เนื้อหาในเฟซบุ๊กสม่ำเสมอ 3.ร้านจะทำการเช็กรุ่นเครื่องโทรศัพท์หรืออุปกรณ์ที่ต้องการจะจำนำและเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่ 4.ร้านจะส่งลิงก์ให้กรอกข้อมูลส่วนตัว ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ปัจจุบัน ที่ทำงาน หมายเลขบัญชีธนาคาร อีกทั้งเลข IMEI, Apple ID, รหัสผ่าน Apple ID 5.ร้านจะแจ้งราคา และดอกเบี้ย โดยสอบถามว่าผู้กู้ประสงค์จะมาทำสัญญาหน้าร้านหรือออนไลน์ กรณีหน้าร้าน จะส่งแผนที่สาขาที่ผู้กู้จะเข้ามาทำสัญญา กรณีออนไลน์จะส่งแบบฟอร์มให้กรอก โดยให้ผู้กู้ถ่ายรูปถือบัตรประชาชน หลังจากทำสัญญาแล้ว ผู้กู้ยังสามารถใช้เครื่องได้ตามปกติและมีการชำระดอกเบี้ยเป็นงวดๆ โดยต้องชำระดอกเบี้ยคิดเป็นร้อยละ 30 ต่อเดือน คิดเป็นร้อยละ 365 ต่อปี จนกว่าจะมีเงินต้นมาชำระคืน หากผู้กู้ชำระดอกเบี้ยล่าช้าเกิน 3 วัน ทางบริษัทจะปรับเงินค่าล่าช้า วันละ 100 บาท และหากชำระล่าช้าเกิน 7 วัน เครื่องจะถูกล็อกทันที ในกรณีเครื่องถูกล็อก บริษัทฯจะคิดค่าปลดล็อกเพิ่มเติมอีกส่วนหนึ่ง จากการตรวจสอบพบมีจำนวนลูกค้าเกือบ 5,000 ราย ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการสืบสวนจนทราบแหล่งที่ตั้งบริษัทฯ ดังกล่าว จึงได้ยื่นขออนุมัติหมายค้นจากศาล จากนั้นได้เข้าตรวจค้นที่ตั้งของบริษัทฯ ซึ่งอยู่ในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพฯ และจังหวัดสมุทรปราการ ผลการตรวจค้นพบเครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 7 เครื่อง, เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก จำนวน 3 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือ จำนวน 13 เครื่อง, เอกสารเกี่ยวกับการรับจำนำ iCloud จำนวน 1 แฟ้ม และป้ายโฆษณาการรับจำนำ iCloud ภายในบริษัทฯ ดังกล่าว จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและนำพยานหลักฐานดังกล่าวประกอบการสืบสวนสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับบริษัทฯ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในฐานความผิด “ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด” ต่อพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอฝากเตือนภัยถึงประชาชน อย่าหลงเชื่อจำนำ iCloud แลกเงิน เนื่องจากมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในข้อมูลส่วนตัว และอาจมีผลกระทบถึงบริษัทหรือองค์กรที่ทำงานอยู่ นอกจากนี้การให้รหัสบัญชี iCloud แก่ผู้อื่น อาจเป็นสาเหตุให้ถูกติดตามข้อมูลต่างๆ หรือบุคคลอื่นอาจเข้าถึงรหัสส่วนตัว, รูปภาพ, ข้อมูล, ไฟล์งาน ทั้งของส่วนตัว หรือ องค์กร มีความเสี่ยงที่จะถูกนำข้อมูลไป Blackmail หรือนำไปใช้ในทางที่เสื่อมเสีย “การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด

