นนทบุรีกล้องหน้ารถ2สามีภรรยา ขี่รถจยย.ถูกรถบรรทุก 22 ล้อ เฉี่ยวชน ภรรยาดับ สามีเจ็บ
นนทบุรี กล้องหน้ารถ 2 สามีภรรยา ขี่รถจยย.ถูกรถบรรทุก 22 ล้อ เฉี่ยวชน ภรรยาดับ สามีเจ็บ
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 4 ก.ค. 67 เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บางบัวทอง ได้รับแจ้งเหตุรถจยย. เสียหลักเฉี่ยวชนกับรถพ่วง 22 ล้อ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 1 ราย ที่เกิดเหตุบริเวณถนนกาญจนาภิเษก เบี่ยงเข้าถนน 340 มุ่งหน้าสุพรรณบุรี ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงพร้อมด้วยแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้งรีบรุดตรวจสอบ
ภาพจากกล้องหน้ารถของพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ สามารถบันทึกภาพขณะรถยนต์เก๋ง ขับขี่อยู่ใกล้กับรถบรรทุก 22 ล้อ และเปลี่ยนเลนกะทันหันไปเลนกลับรถ รถบรรทุก 22 ล้อ จึงเบี่ยงหลบไปตามทางโค้ง ก่อนจะเฉี่ยวชนกับรถจยย.ล้ม และมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว
ที่เกิดเหตุก่อนถึงทางเข้าโค้งมะพร้าว (มุ่งหน้าสุพรรณบุรี) ใกล้จุดกลับรถใต้สะพานข้ามถนนหมายเลข 9 มีร่องรอยเบรคเป็นทางยาว ประมาณ 20 เมตร บริเวณเลนขวาสุด พบศพผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือน.ส.นัชชา นิโกรธา อายุ 26 ปี อาชีพพนักงานฝ่ายจัดซื้อของโรงพยาบาลกรุงไทย เวสเทิร์น (เป็นผู้ซ้อนท้ายรถจยย.) สวมชุดยูนิฟอร์มของโรงพยาบาล สภาพศพนอนหงายเสียชีวิต มีเลือดไหลออกบริเวณศีรษะจำนวนมาก มีรองเท้าแตะสีดำตกอยู่ข้างตัว ใกล้กันพบรถจยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นแกรนด์ฟีลาโน่ สีกรมท่า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มีหมวกกันน็อกแบบเต็มใบวางอยู่บนเบาะ ส่วนผู้ขับขี่คือนายณัฐพล ยันตโกเศศ อายุ 34 ปี แฟนหนุ่ม ได้รับบาดเจ็บบริเวณแขนด้านขวาเล็กน้อย เจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลกรุงไทย เวสเทิร์น ห่างไปประมาณ 50 เมตร พบรถพ่วง ยี่ห้อฮีโน่ หมายเลขทะเบียนหัวพ่วง 83-8705 สุพรรณบุรี หมายเลขทะเบียนท้ายพ่วง 83-8706 กทม. จอดชิดบริเวณข้างทาง ทราบชื่อผู้ขับขี่คือนายสนธยา แสนชู อายุ 48 ปี ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
นายสนธยา คนขับรถพ่วง 22 ล้อ กล่าวว่า ตนขับรถไปลงของที่พระประแดง และกำลังจะกลับสุพรรณบุรี ตนขับอยู่เลนขวาก่อนจะไปตามทางโค้ง ระหว่างนั้นมีรถยนต์เก๋ง (ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน) ขับอยู่เลนกลางด้านหน้ารถของผู้เสียชีวิต มีท่าทีลังเล ไม่เปิดไฟเลี้ยวใดๆ ตนจึงชะลอดูก่อนที่รถยนต์เก๋งจะเบี่ยงมาเลนขวา และเปลี่ยนเลนไปทางกลับรถ ตนจึงเบี่ยงหลบไปตามทางโค้งและเร่งแซง ก่อนจะเฉี่ยวชนกับรถจยย.ล้ม ตนไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ คนตายทั้งคน ตอนนี้รู้สึกแย่มาก โทษตัวเองว่าถ้าใจเย็นกว่านี้อีกนิดคงไม่เกิดเรื่อง
น.ส.โชษิตา แก้วแจ่มแจ้ง อายุ 24 ปี เพื่อนร่วมงาน กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตเป็นเพื่อนร่วมงานของตน ขณะเกิดเหตุคือหลังจากเลิกงานและแฟนของผู้เสียชีวิตขี่รถจยย.มารับกลับบ้าน และรีบไปจ่ายค่างวดรถเพราะรถจยย.คันที่เกิดเหตุเพิ่งออกมาไม่ถึงสัปดาห์
ด้านนายณัฐพล แฟนหนุ่มของผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมาที่เกิดเหตุหลังจากไปทำแผลที่โรงพยาบาลเสร็จ เล่าทั้งน้ำตาว่า ตนขับรถไปรับแฟนที่ทำงานเพื่อกลับบ้านเส้นทางนี้เป็นประจำทุกวัน และเห็นรถบรรทุก 22 ล้อ ขับอยู่เลนขวา ไม่ได้เปิดสัญญาณไฟว่าจะเลี้ยวไปทางไหน อยู่ดีๆก็เบี่ยงมาซ้ายมาชนอย่างกระทันหัน ตนได้ยินเสียงแฟนร้อง ตนคิดว่าคนขับประมาท เพราะเป็นรถใหญ่ หลังเกิดเหตุตนพยายามเรียกแฟนและกอดแฟนตลอด ตนไม่ได้ดูว่าตัวเองเป็นอะไรเลย เห็นแต่แฟนเลือดไหลเต็มตัว คาดว่าตอนที่เฉี่ยวชนกันแฟนของตนร่วงจากรถและหัวกระแทกพื้น ส่วนรถยนต์เก๋งคันข้างหน้าตนไม่เห็น ไม่ทันได้สังเกต
เบื้องต้น ทางแม่ของผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.รัตนาธิเบศร์ อำนวยความสะดวกขับรถมาส่ง ไม่สามารถขับรถเองได้ เนื่องจากอยู่ในอาการโศกเศร้า ร้องไห้จนเป็นลม



