ปทุมธานีคู่อริขับเรือไล่ยิงหนุ่มหาปลาดับ
ปทุมธานี คู่อริขับเรือไล่ยิงหนุ่มหาปลาดับ
เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 2 ก.ค. 67 ร.ต.อ.อุดมเกียรติ มาแจ้ง รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองปทุมธานี ได้รับแจ้งมีคนถูกยิงเสียชีวิตอยู่ภายในเรือเข็มหางยาวหาปลาลอยลำอยู่ท่าเรือร้านยุ้ง7 ถนนปทุมสายใน หมู่4 ต.บางเดื่อ อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองปทุมธานี แพทย์และเจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ในที่เกิดเหตุเป็นท่าเรือริมน้ำของร้านอาหารยุ้ง7 เจ้าหน้าที่พบนายมาโนชย์ สุขเกษม อายุ 53 ปี บ้านเลขที่ 43/1 หมู่ 4 ต.ห่อหมก อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ในสภาพหายใจรวยรินนอนอยู่ภายในเรือ เจ้าที่กู้ภัยจึงได้พยายามรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา
จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่าถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่ ต้นแขนขวาทะลุซ้าย 1 นัด ราวนมขวา 1 นัด แล้วซ้ายโครงซ้าย 1 นัด รวม 3 นัด ต่อมาเจ้าที่ตำรวจได้เดินทางไปตรวจสอบเรือหาปลาของผู้ตายที่จอดอยู่บริเวณริมน้ำมพบอุปกรณ์หาปลาจำนวนหนึ่ง และยังพบคราบเลือดอยู่บนเรือจำนวนมาก จึงได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบถามนางอรวรรณ รักปทุม อายุ 53 ปี บ้านเลขที่ 21 ม.3 ต.กระแชง อ.สามโคก ภรรยา ผู้เสียชีวิต เล่าทั้งน้ำตาว่าสามีโทรมาบอกว่าพ่อโดนยิงไอ้คิดมันยิงพ่อไอ้คิดมันยิงพ่อ พ่อไม่ไหวแล้วแม่มาช่วยพ่อหน่อย พ่ออยู่ที่ยุ้งเจ็ดอยู่ใต้ยุ้งเจ็ดตรงนี้ ปกติเค้าจะไม่ได้ออกทุกวันนานนานเค้าจะมาทีเพราะช่วงนี้มันเป็นช่วงหน้าห้าม โดยปกติจะออกมาด้วยกันแล้วก็จะกลับไปนอนที่บ้านแต่วันนี้หลานนอนโรงพยาบาลจะผ่าคอที่โรงพยาบาลตนเองมานอนเฝ้าหลาน แล้วปกติกับคนชื่อคิดจะเขม่นกันมาหลายปีแล้วไม่กินเส้นกันเกี่ยวกับเรื่องการหากินโดยคนชื่อคิดตกกุ้ง ส่วนเราจะหาปลาซึ่งปลาหน้าวัดทีมงานนี้ก็ไม่เคยไปยุ่งไปแตะโดยทางคนชื่อคิดก็มักชอบพูดว่ามาหาปลาหมดหมดแม่น้ำแล้วไม่ให้ใครหาแดกบ้างเลยหรอจะหาแดกคนเดียวหรอซึ่งอาชีพเราก็คืออาชีพประมงโดยคาดว่าเขาน่าจะอิจฉาเราซึ่งก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยมีการกระทบกระทั่งกันมีแต่เขม่นกันเฉยเฉย ไม่เคยมีการต่อว่าหรือด่าทอกันเลย แล้วก็ไม่เคยมีการขับเรือประกบกันด้วยไม่เคยทำเลยซึ่งสามีไม่เคยมีเรื่องกับใครแถมยังเป็นที่รักใคร่ของทุกคน
ทางด้าน ร.ต.อ.อุดมเกียรติ มาแจ้ง รองสารวัตร(สอบสวน)สภ.เมืองปทุมธานี ได้บันทึกภาพในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐานพร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตรวจสอบชายชื่อคิดว่าเป็นใครมาจากไหน แล้วจะได้รีบเชิญตัวมาทำการสอบปากคำว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้หรือเปล่า หากพบว่ากระทำผิดจริง ก็จะได้นำตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนศพมอบให้มูลนิธิฯนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์กระทรวงยุติธรรมเพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงต่อไป



