วันอาทิตย์, มิถุนายน 14, 2026
Latest:
อาชญากรรม

ตชด.ยิงสนั่นกลางดึกปมค่าจ้างวินจยย. ดับ 1 เจ็บ 2 คาปากซอยประชาสงเคราะห์ 38 ห้วยขวาง กรุงเทพฯ

ตชด.ยิงสนั่นกลางดึกปมค่าจ้างวินจยย. ดับ 1 เจ็บ 2 คาปากซอยประชาสงเคราะห์ 38 ห้วยขวาง กรุงเทพฯ

เมื่อเวลา 02.35 น. วันที่ 14 มิถุนายน 2569 พ.ต.ท.หญิง ภิณฑ์ เมฆไพบูรณ์ สว.(สอบสวน) สน.ห้วยขวาง ได้รับแจ้งเหตุยิงกันส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย บริเวณหน้าปากซอยประชาสงเคราะห์ 38 และ 43 แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ได้เกิดเหตุ ภายหลังได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวาง ได้เร่งรุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

จากการเข้าตรวจสอบในพื้นที่ พบร่างของนายภูริต มังธิสาร อายุ 37 ปี นอนจมกองเลือดอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบร่องรอยบาดแผลจากการถูกอาวุธปืนไม่ทราบชนิดกระหน่ำยิงเข้าที่บริเวณหน้าอกรวม 4-5 นัด ส่งผลให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย คือ นายเกียรติศักดิ์ ศรีรัตน์ อายุ 46 ปี ซึ่งถูกกระสุนเข้าที่ต้นขา และนายชรินทร์ ขุนารักษ์ อายุ 48 ปี ซึ่งถูกยิงที่ต้นขาขวาและมือซ้าย โดยเจ้าหน้าที่ได้เร่งให้การช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

จากการสอบปากคำพยานเบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นชายสวมเสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงยีนขาสั้น สะพายกระเป๋าข้างสีดำ ได้ก่อเหตุแล้วหลบหนีไปจากพื้นที่ ท่ามกลางความตื่นตระหนกของประชาชนในละแวกดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ภายหลังเกิดเหตุได้ไม่นาน นายนำทัพ ภาควรรธนะ อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มักกะสัน พร้อมด้วยของกลางเป็นอาวุธปืนขนาด 9 มม. ยี่ห้อซิกซาวเออร์ จำนวน 1 กระบอก และซองกระสุนปืน 1 อัน
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายนำทัพให้การรับสารภาพว่า มูลเหตุจูงใจที่ก่อเหตุสลดในครั้งนี้ เกิดจากการมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรงเนื่องจากความขัดแย้งเรื่องค่าโดยสารรถจักรยานยนต์รับจ้าง จนบันดาลโทสะตัดสินใจใช้อาวุธปืนพกประจำกายรัวยิงใส่กลุ่มวินรถจักรยานยนต์ดังกล่าว ก่อนที่จะอาศัยจังหวะชุลมุนนั่งรถยนต์สาธารณะหลบหนีออกจากพื้นที่และเข้ามอบตัวในเวลาต่อมา

ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการควบคุมตัวผู้ต้องหาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยไม่มีการละเว้น ส่วนร่างของผู้เสียชีวิตนั้น เจ้าหน้าที่จากมูลนิธิร่วมกตัญญูได้ดำเนินการเคลื่อนย้ายไปส่งยังสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดตามขั้นตอนนิติวิทยาศาสตร์ ก่อนจะประสานให้ญาติมาติดต่อขอรับศพไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป

ปิดโหมดสีเทา