เมื่อวันที่ 23 มิ.ย 67 ที่หมู่บ้านพฤกษา ริมคลอง 1 ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังจาก น.ส.ลัดดา ตวงวิเศษกุล หรือคุณเล็ก อายุ 50 ปี มาร้องขอความช่วยเหลือจากนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เพราะประสบปัญหาเพื่อนบ้านมหาภัย เอาของมาวางของเต็มหน้าบ้าน จนตนไม่สามารถที่จะเข้า-ออกจากบ้านได้ อยู่บ้านหลังนี้มานานกว่า 10 ปี ตอนแรกก็ยังไม่มีปัญหาอะไร เริ่มมามีปัญหากับเพื่อนบ้านซึ่งบ้านอยู่ติดกันช่วงก่อนโควิดระบาด เนื่องจากเพื่อนบ้านทำอาชีพขายของเก่า และมีการประกาศขายในอินเทอร์ทั้งตู้ กลองชุด และอื่นๆ จึงใช้พื้นที่หน้าบ้านของตัวเองเป็นจุดถ่ายรูป แล้วนำของมากองไว้บริเวณหน้าบ้านของตัวเอง จนทำให้ประตูของตัวเองมีรอยแตก มีคราบน้ำมันรถของคู่กรณีเปื้อนเต็มถนน ปกติตัวเองกับเพื่อนบ้านไม่ได้มีปากเสียงอะไรกัน ตัวเองจะมาบ้านหลังนี้ในช่วงวันวันเสาร์-อาทิตย์ ช่วงที่ตัวเองไม่อยู่บ้าน เพื่อนบ้านจึงใช้พื้นที่หน้าบ้านทำกิจกิจกรรมต่างๆ เยอะแยะไปหมด ปัจจุบันของทั้งหมดที่วางไว้ตัวเองได้มีการคุยกับเพื่อนบ้านหลายรอบ ให้ช่วยเคลียร์ปัญหา แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย ตนเองร้องแบบนี้ 2 ครั้ง และแจ้งความไว้ที่สภ.บางบัวทอง 4 ครั้ง จนถึงตอนนี้ผ่านมาหลายปีแล้วก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหากับเพื่อนบ้านหลังนี้ได้ เนื่องจากทางเทศบาลบางคูรัดอ้างว่าเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล
ล่าสุด เมื่อเวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบนายเอก อายุ 57 ปี ซึ่งเป็นบ้านคู่กรณี ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ตนมีอาชีพขายของเก่า ส่วนของที่วางเอาไว้ที่หน้าบ้านตนได้สั่งเอามาใช้ ซึ่งตอนนี้ตนจัดข้าวของในบ้านอยู่ ต้องเอาตู้เหล็กเข้าบ้าน ก็ไม่ได้คิดว่าจะเอามาวางเอาไว้แบบนี้ และสิ่งของต่างๆก็ไม่ได้เน่าเหม็น ที่ผ่านมาก็มีปัญหากันกับเพื่อนบ้านและสิ่งของต่างๆก็เก็บหมดแล้ว ส่วนตู้เหล็กพึ่งสั่งมาได้ประมาณ 2 อาทิตย์ได้ และที่ผ่านมาเพื่อนบ้านของตนไปร้องเรียนมาแล้วหลายหน่วยงาน และทางเจ้าหน้าที่เทศบาลบางคูรัดก็เข้ามาดูแล้ว เพื่อนบ้านของตนก็ไม่ค่อยได้อยู่บ้านซึ่งตนคิดว่าบ้านของตนเป็นบ้านหลังสุดท้ายซึ่งตนคิดว่าใช้พื้นที่หน้าบ้านได้แต่ก็ไม่ได้เกะกะอะไรมากมาย
นางเจ็ก อายุ 55 ปี ภรรยานายเอก กล่าวว่า เมื่อก่อนตรงหน้าบ้านตนจะโล่ง จะไม่มีโต๊ะหรือต้นไม้ แต่เพราะตนเห็นว่าเขาอยากจะมีความส่วนตัวตนจึงเอาต้นไม้มาวางและทำทางออกอีกทาง แต่กับกลายเป็นว่าหน้าบ้านเป็นของเขาทั้งหมด ตนรู้สึกว่ามันบั่นทอนชีวิตตัวเอง อยู่ไม่เป็นสุข จะมาอะไรมากกับเรื่องพวกนี้ มันก็ต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยเพราะมันอยู่ร่วมกัน ไม่ได้อยู่บ้านเดี่ยวหรืออะไรหน้าจะใจกว้าง ยอมรับตรงนี้ด้วย ที่อยู่ด้วยกันทั้งๆที่เพื่อนบ้านก็เดือดร้อนกัน เรื่องให้ตัดต้นไม้ เพราะบังหน้าต่าง ทั้งๆที่เป็นธรรมชาติ อย่างตัวเขาเอง ตอนนั้นตนทำสวนหย่อม มีชิงช้าแต่ตอนนี้ให้กำนันไปแล้ว มันจะได้มองเห็นอะไรสีเขียวๆบ้าง เขาก็บอกว่าไม่ชอบเขาอยากเห็นกำแพง ตนก็ไม่เข้าใจ เรื่องของเรื่องที่มาแค่บอดว่าให้ถอยรถ จยย. แต่เขากดสติกเกอร์ชี้หัวเราะ เราไม่ได้อะไรเขานะ แต่กับเป็นเหตุ "หัวเราะทำเหี้ยอะไร" "ไอ้หน้าตัวเมีย" ทั้งๆที่คำพวกนี้ตนสามารถแจ้งความได้ ตนก็ให้แฟนตนเข้าบ้าน เดี๋ยวตนจัดการเอง แต่เขาก็ไม่สมควรพูดคำพวกนี้ เพราะตนก็ไม่เคยพูดคำพวกนี้เลย ตนได้แต่บอกว่าคุณทำตัวด่อยค่า เมื่อก่อนคุณก็ไม่ได้เป็นแบบนี้
นายไพโรจน์ คุ้มเกิด อายุ75 ปี จิตรอาสาช่วยดูแลหมู่บ้าน กล่าวว่า ในเมื่อก่อนบ้านทั้ง 2 หลังก็เป็นเพื่อนบ้านกันดี ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าเขามีปัญหากันตั้งแต่ตอนไหน ทางเจ้าของบ้านเลขที่ 48/50 ได้โทรหาตนหลายครั้งว่าเพื่อนบ้านบ้านเลขที่ 48/51 นำสิ่งของมาวางที่หน้าบ้านของตนและได้ร้องเรียนไปหลายหน่วยงานและที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ก็เข้ามาเคลียร์ปัญหาให้แล้วเพราะเขามีอาชีพขายของเก่าบางครั้งตนก็ช่วยขนของที่ไม่ใช้เอาออกไปทิ้งให้ เพราะเขาก็ไม่ค่อยสบายและของที่เห็นวางเอาไว้แบบนี้ เดี๋ยวก็ขนเข้าไปในบ้านซึ่งตนก็อยากให้ทั้ง 2 ฝ่ายเข้าใจกันเพราะหลายหน่วยงานก็ได้เข้ามาดูพื้นที่แล้ว