วันเสาร์, มิถุนายน 6, 2026
ในประเทศ

ปทุมธานี สามีร้องปวีณาช่วยส่งศพภรรยาวัย 28 ปีเสียชีวิตหลังคลอดลูกที่รพ.แห่งหนึ่งในจ.ขอนแก่น

ปทุมธานี สามีร้องปวีณาช่วยส่งศพภรรยาวัย 28 ปีเสียชีวิตหลังคลอดลูกที่รพ.แห่งหนึ่งในจ.ขอนแก่น
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 12 เมษายน2567 ที่มูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี(คลองเจ็ด) ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี สามีและพี่สาว ชาวจ.ขอนแก่น เดินทางเข้าร้อง “ปวีณา” ช่วยส่งศพภรรยาวัย 28 ปี เสียชีวิตหลังคลอดลูกที่รพ.แห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น ส่งชันสูตรสงสัยสาเหตุการเสียชีวิตของภรรยา เนื่องจาก รพ.แจ้งญาติว่า คนท้องมีภาวะตกเลือด แต่ในใบมรณบัตรระบุสาเหตุ ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจบกพร่องในช่วงการตั้งครรภ์ ส่วนลูกรอด แต่ขาดอากาศหายใจระหว่างคลอด 5-6 นาที ตอนนี้อยู่ห้องไอซียู ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ “ปวีณา” ประสาน ผกก.สภ.เมือง จ.ขอนแก่น และ ผกก.สภ.น้ำพอง ส่งศพชันสูตรที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง และประสาน สสจ.ขอนแก่น ให้ผู้เสียหายเข้าพบและตั้งกรรมการตรวจสอบการเสียชีวิตของแม่เด็กที่รพ. และติดตามอาการทารกน้อยที่เพิ่งคลอดให้ผ่านภาวะวิกฤติไปได้
นายเอ็ม อายุ 28 ปีสามี และน.ส.แอน พี่สาว (ทั้งสองนามสมมุติ) เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ นายเอ็ม แจ้งว่า น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี ภรรยาตั้งครรภ์คนที่ 2 ได้เข้าฝากครรภ์กับคลินิกแพทย์ของ รพ.แห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น และไปพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง ที่แรกตั้งใจจะคลอดเอง แต่พออัลตร้าซาวด์รู้ว่าลูกตัวใหญ่จึงขอผ่าคลอดวันที่ 26 มี.ค. แต่แพทย์บอกว่าไม่ว่างและไม่มีคิว โดยภรรยามีกำหนดคลอดวันที่ 4 เม.ย.67 พอวันที่ 3 เม.ย.67 ตนจึงได้พาภรรยาเข้าแอดมิดที่โรงพยาบาลตามที่แพทย์นัดเพื่อเตรียมตัวรอคลอด แพทย์ได้ทำการกระตุ้นช่องคลอดให้ภรรยา แต่ช่องคลอดเปิดแค่ 1 ซม. และอาการยังทรงตัว จึงรอแพทย์ที่ฝากพิเศษซึ่งมาตรวจในช่วงค่ำ กระทั่งเวลา 19.00 น. ภรรยาเริ่มมีอาการปวดท้องรุนแรงขึ้น เจ้าหน้าที่ได้พาเข้าไปในห้องคลอด ต่อมาช่วง 20.00 น. แพทย์ได้เข็นลูกของภรรยาออกมา เป็นเพศหญิงน้ำหนัก 3,400 กรัม โดยพาไปที่ห้องผู้ป่วยวิกฤติเด็ก จากนั้นแพทย์ได้แจ้งกับตนและทางญาติๆ ว่าเด็กมีอาการหายใจผิดปกติ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ เนื่องจากเด็กหยุดหายใจขณะคลอดไป 5-6 นาที ส่วนภรรยาตกเลือดไปประมาณ 4 ลิตร และหาสาเหตุไม่ได้ จึงต้องทำการผ่าตัดเอามดลูกออกแล้วใช้ผ้ากอซอุดเลือดไว้ในช่องท้องของภรรยา แพทย์ยังบอกอีกว่า ภรรยามีภาวะหัวใจโตแทรกซ้อนตนเองฟังแล้วก็ตกใจมาก
ต่อมาวันที่ 4 เม.ย. ตนและญาติได้เข้าเยี่ยมอาการของภรรยาช่วงเที่ยง ภรรยามีภาวะน้ำท่วมปอดเข้ามาเพิ่ม แล้วไตวาย ทางโรงพยาบาลได้ย้ายภรรยาไปอีกตึก ช่วงแรกที่ย้ายไปทางโรงพยาบาลบอกว่า อาการภรรยาดีขึ้น กรดในเลือดก็เริ่มดีขึ้น ออกซิเจนก็เริ่มดีขึ้น วันที่ 5 เม.ย. ช่วงเที่ยงทางโรงพยาบาลมาแจ้งตนกับทางญาติว่า จะผ่าตัดเช็กดูว่าเลือดหยุดหรือยัง พอผ่าตัดภรรยาตอนช่วงบ่าย แพทย์บอกว่าเลือดหยุดแล้ว และเอาผ้าก๊อซออกก่อนจะทำการเย็บปกติ แต่พอช่วงดึกภรรยาก็เริ่มมีภาวะหัวใจเต้นเร็ว ช่วง 21.00 น. ตนสังเกตเห็นแพทย์หลายคนรีบมาดูอาการภรรยาและทำการกระตุ้นหัวใจ และไม่ได้บอกอะไรกับสามี วันที่ 6 เม.ย. ช่วง 10.00 น. แพทย์แจ้งว่า ภรรยามีภาวะแทรกซ้อนหลายอย่างอยู่ระหว่างกระตุ้นหัวใจ กระทั่ง 11.00 น. แพทย์ได้แจ้งว่าภรรยาเสียชีวิตแล้วตนเองช็อกมาก วันที่ 7 เม.ย. หลังจากรับศพภรรยากลับมาตั้งที่บ้าน แพทย์ที่ทำคลอดรวมทั้งตัวแทนของ ผอ.โรงพยาบาล เดินทางมาร่วมงาน มอบเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท และบอกว่าจะไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรจากนั้นตนได้ไปเขียนคำร้องขอรับสิทธิเยียวยา เจ้าหน้าที่แจ้งว่า กรณีที่ภรรยาเสียชีวิตทางรพ.ได้อนุเคราะห์ค่ารักษาไป 200,000 บาท แต่ยังมีค่ารักษาเพิ่มเติมที่ค้างจ่ายอีก 50,000 บาท “ตนคิดว่าไม่เป็นธรรม ตอนแรกไม่ได้ติดใจอะไร เพราะรพ.บอกว่า ไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรแล้วและจะชดใช้ให้ แต่พอมาวันนี้ไม่มีการเยียวยาอะไร ส่วนเด็กที่เพิ่งคลอดยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาลยังอาการวิกฤติ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ แพทย์บอกว่า อาจจะหูหนวก ตาบอด เป็นผู้ป่วยติดเตียง หรืออาจเสียชีวิตได้ และไม่รู้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการรักษาอีกขนาดไหน ตนจึงตัดสินใจร้องทุกมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อช่วยหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้ของภรรยาเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม และช่วยลูกที่ยังอาการวิกฤติอยู่ที่รพ.ด้วย”
หลังรับเรื่องเมื่อวันที่ 10 เม.ย. นางปวีณา ได้ประสาน พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ให้สามีและพี่สาว เข้าพบในวันที่ 11 เม.ย. 67 เวลา 09.30 น. เพื่อแจ้งความขอนำศพส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ และประสาน พ.ต.อ.ชุมพล บัวชุม ผกก.สภ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ช่วยประสานรถนำศพจากบ้านผู้ตาย อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ส่งมาชันสูตรที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง โดยศพผู้เสียชีวิตได้มาถึงที่ รพ.เมื่อคืนวันที่ 11 เม.ย. และอยู่ระหว่างการชันสูตรพลิกศพ พร้อมกันนี้ นางปวีณา ยังได้ประสาน สสจ.ขอนแก่น ให้ผู้เสียหายเข้าพบ และตั้งกรรมการตรวจสอบการเสียชีวิตของแม่เด็กที่รพ.และติดตามอาการทารกน้อยที่เพิ่งคลอดให้ผ่านภาวะวิกฤติไปได้ โดยมูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามการช่วยเหลือร่วมกับสสจ.ขอนแก่น ต่อไป