“ผอ.ศอ.ปส.ตร.” ชี้การครอบครองไม่ว่าจะ 1 เม็ดหรือ 2 เม็ด หรือ 5 เม็ดขึ้นไปหากการสืบสวนสอบสวนพบว่ามีพฤติการณ์ที่มีไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย ก็ถือเป็นการกระทำผิดกฏหมายอีกฐานหนึ่งซึ่งไม่ใช่มีไว้เพื่อเสพ
“ผอ.ศอ.ปส.ตร.” ชี้การครอบครองไม่ว่าจะ 1 เม็ดหรือ 2 เม็ด หรือ 5 เม็ดขึ้นไปหากการสืบสวนสอบสวนพบว่ามีพฤติการณ์ที่มีไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย ก็ถือเป็นการกระทำผิดกฏหมายอีกฐานหนึ่งซึ่งไม่ใช่มีไว้เพื่อเสพ
“เรื่องดังกล่าวเป็นเพียงประเด็นการแสดงความคิดเห็นเท่านั้น ซึ่งยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการที่มีหน้าที่และอำนาจในการพิจารณาตามกระบวนการขั้นตอน ที่จะเสนอออกเป็นกฎกระทรวง”
เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2566 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร. ) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบช.(ปป.)และในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศอ.ปส.ตร.) เปิดเผยถึงกรณี ประเด็นการกำหนด 5 เม็ด หรือ 10 เม็ด นัันอยากนำเรียนเป็นข้อมูลดังอย่างนี้
- เรื่องดังกล่าวเป็นเพียงประเด็นการแสดงความคิดเห็นเท่านั้น ซึ่งยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการที่มีหน้าที่และอำนาจในการพิจารณาตามกระบวนการขั้นตอน ที่จะเสนอเป็นกฎกระทรวงประกาศออกไป
- ในยุคสมัยของ ท่าน ผบ.ดำรงศักดิ์ ก็เคยแสดงความคิดเห็น ที่เห็นว่า ผู้มีไว้ในความครอบครองไม่เกิน 5 เม็ดคือ ผู้เสพ
- สำหรับความเห็นของตนนั้น- การพิจารณากำหนดปริมาณจำนวนยาเสพติดดังกล่าว ถ้ามีความชัดเจนอย่างไร ก็จะทำให้การทำงานของตำรวจ ไม่ต้องใช้ดุลยพินิจ
- การครอบครองไม่ว่าจะ 1 เม็ดหรือ 2 เม็ด หรือ 5 เม็ดขึ้นไปหากการสืบสวนสอบสวนพบว่ามีพฤติการณ์ที่มีไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย ก็ถือเป็นการกระทำผิดกฏหมายอีกฐานหนึ่งซึ่งไม่ใช่มีไว้เพื่อเสพ
- การสืบสวนปราบปรามจับกุมผู้ค้ารายย่อยที่ทำให้การแพร่ระบาดของยาเสพติดไปสู่ชุมชนและทำให้เกิดผู้เสพมีอาการคลุ้มคลั่งหรือเป็นอาการทางจิตเวช ก็ไม่ควรกำหนดในปริมาณที่สูงเกินไป เพราะจะทำให้เกิดการแพร่ระบาดและลักลอบจำหน่ายมากขึ้น
- ผลการตรวจพบหรือจับกุมผู้เสพที่ผ่านมา ก็จะพบว่า มีไว้ในความครอบครองเพื่อเสพไม่เกิน 5 เม็ด “ผอ.ศอ.ปส.ตร.กล่าว”
