ปราจีนบุรี-ผวาหนัก! 3 ช้างป่าโหดอ่างฤาไนบุกทุ่ง ปราจีนฯ เร่งเกี่ยวข้าวหนีตาย-หวั่นราบเป็นหน้ากอง!-หนีน้ำดำสีรุ้ง
ปราจีนบุรี-ผวาหนัก! 3 ช้างป่าโหดอ่างฤาไนบุกทุ่ง ปราจีนฯ เร่งเกี่ยวข้าวหนีตาย-หวั่นราบเป็นหน้ากอง!-หนีน้ำดำสีรุ้ง
(ปราจีนบุรี) – ชาวนาปีเขาไม้แก้วสุดระทึก! 3 ช้างป่าตัวแสบ “สีดอโหนก-แข็งแกร่ง-งาบิด” แยกฝูงอ่างฤาไนจากแปดริ้วข้ามฝั่งบุกยกทัพยึดไร่อ้อย-ทุ่งนาประเดิมช่วงเก็บเกี่ยว ชาวบ้านขวัญผวาหลังพบประวัติเหี้ยม เคยขย้ำชาวบ้านดับมาแล้ว 3 ศพ ต้องกัดฟันเร่งรถเกี่ยวข้าวแข่งกับเวลา ก่อนถูกเหยียบวอดไม่เหลือซาก!
เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี บรรยากาศความเดือดร้อนของชาวนาปีในพื้นที่บ้านเขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ที่กำลังเผชิญวิกฤตหนัก ต้องเร่งเก็บเกี่ยวข้าวนาปีหนีภัยช้างป่าจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน จ.ฉะเชิงเทรา (ป่าราบต่ำผืนสุดท้ายของไทยในเขตป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก จ.ฉะเชิงเทรา จ.สระแก้ว จ.จันทบุรี,ระยอง และ จ.ชลบุรี)
ที่พากันแยกฝูงข้ามฝั่งเข้ามาหากินไดลข้ามจังหวัดในพื้นที่การเกษตร ต.เขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเปรียบเสมือน “คลังอาหารใหญ่” ที่มีทั้งไร่อ้อยนับหมื่นไร่ แปลงมันสำปะหลัง และนาข้าว โดยเฉพาะข้าวนาปีที่กำลังให้ผลผลิต-เก็บเกี่ยว โดยช้างป่ามักจะเดินทางตามเส้นทางเดิมเข้าบุกรุกพื้นที่รอยต่อ อ.กบินทร์บุรี และ ต.วังท่าช้าง จ.ปราจีนบุรี กับ จ.ฉะเชิงเทรา เป็นประจำทุกปี
ความสะพรึงกลัวยิ่งเพิ่มเป็นเท่าตัว เมื่อช้างป่า 3 ตัวที่ป่วนเมืองอยู่ในขณะนี้ ได้แก่ “เจ้าสีดอโหนก, เจ้าแข็งแกร่ง และเจ้างาบิด” ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นช้างป่าสุดอันตราย โดย 2 ใน 3 ตัวนี้เคยก่อเหตุทำร้ายชาวบ้านเสียชีวิตมาแล้วถึง 3 ราย! แถมเมื่อ 2 คืนที่ผ่านมา ยังแอบย่องเข้าไปในบริเวณบ้านชาวบ้านที่ยังสร้างไม่เสร็จ ซึ่งอยู่ใกล้กับทุ่งนาที่กำลังเก็บเกี่ยว ทำให้ชาวบ้านต้องทำงานด้วยความขวัญผวา เพราะเกรงประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเหมือนปีก่อนๆ ที่ช้างยกฝูงมาเหยียบย่ำและกินพืชผลจนพังราบพินาศไม่เหลือแม้แต่ต้นเดียว
ด้าน นางสำเรือง เจริญผล เจ้าของนาข้าว เผยความในใจทั้งน้ำตานงและหวาดระแวงว่า ถึงเวลาต้องเกี่ยวข้าวแล้วแต่ยังไม่รู้ว่าจะขายได้หรือเปล่า เพราะนอกจากต้องเสี่ยงกับช้างป่าที่ยังนอนซุ่มพักอยู่ไม่ไกล จนตนเองต้องยกมือไหว้บอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์และช้างป่าขอให้ย้ายไปหากินที่อื่นก่อนแล้ว ยังต้องเจอปัญหามลพิษคุกคาม ข้าวเริ่มมุด “น้ำสีรุ้ง” ไม่รู้โรงสีจะรับซื้อหรือไม่ แต่ก็จำเป็นต้องเร่งเกี่ยวเพราะต้องหาเงินไปจ่ายค่ารถเกี่ยวข้าว
นางสำเรือง ยังได้ฝากเสียงร้องเรียนไปถึงนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ให้ช่วยเร่งรัดผลการตรวจมลพิษในน้ำโดยเร็ว พร้อมลั่นประท้วงประชดประชันว่า “หากนายกฯ แก้ปัญหามลพิษตรงนี้ไม่ได้ ก็ขอให้นำเงินเดือนตนเองมาช่วยซื้อข้าวของตนมูลค่าประมาณ 200,000 บาทไปแทน!”
ขณะที่ นายสุนทร คมคาย ได้เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาข้าวนาปีในปัจจุบันว่า ราคาถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตกอยู่ที่เกวียนละ 11,000 – 12,000 บาท ซึ่งยิ่งทำให้ชาวบ้านต้องเร่งเกี่ยวข้าวแข่งกับเวลา เพื่อหวังนำเงินมาจุนเจือครอบครัวก่อนที่จะถูก 3 ช้างป่าโหดทำลายจนหมดสิ้น
###มานิตย์ สนับบุญ-ข่าว-ทองสุข สิงห์พิมพ์ -ภาพ/ ปราจีนบุรี###

