รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่รับเปิดเทอม ดูแลความปลอดภัยนักเรียน พร้อมติดตามการใช้ระบบไฟจราจรอัจฉริยะแบบ Adaptive ส่งข้อมูลเรียลไทม์ช่วยคลี่คลายรถติด
รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่รับเปิดเทอม ดูแลความปลอดภัยนักเรียน พร้อมติดตามการใช้ระบบไฟจราจรอัจฉริยะแบบ Adaptive ส่งข้อมูลเรียลไทม์ช่วยคลี่คลายรถติด
วันนี้ (27 ตุลาคม 2569) เวลา 06.50 น. พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศจร.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศจร.ตร. ลงพื้นที่ตรวจสภาพการจราจรในกรุงเทพมหานคร ช่วงเปิดภาคเรียนที่ 2 โดยตรวจสอบระบบสัญญาณไฟจราจร และการอำนวยความสะดวกบริเวณหน้าโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน และโรงเรียนเซนโยเซฟคอนแวนต์
พล.ต.อ.อิทธิพลฯ กล่าวว่า ในช่วงเปิดภาคเรียน ปริมาณการจราจรจะเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะช่วงเช้าที่ผู้ปกครองเดินทางไปส่งบุตรหลานและประชาชนเดินทางไปทำงานพร้อมกัน ส่งผลให้บริเวณหน้าโรงเรียนและถนนสายหลักหลายแห่งมีการจราจรหนาแน่น จึงกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเตรียมความพร้อมและวางแผนการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับสภาพการจราจรในแต่ละพื้นที่ จัดกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลจุดเสี่ยงและบริเวณทางข้ามหน้าโรงเรียนอย่างเหมาะสม เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับนักเรียนและผู้ใช้รถใช้ถนน
พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากเกิดปัญหาการจราจรติดขัดต้องเร่งบริหารจัดการและระบายรถโดยเร็ว รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการเดินทาง พร้อมขอความร่วมมือประชาชนวางแผนการเดินทางและเผื่อเวลาในช่วงเร่งด่วน ผู้ขับขี่ควรลดความเร็วเมื่อผ่านสถานศึกษา ปฏิบัติตามกฎจราจร และระมัดระวังเด็กนักเรียนที่เดินข้ามถนนหรืออยู่บริเวณริมทาง โดยขอให้ทุกฝ่ายร่วมกันสร้างวินัยจราจรและคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ
นอกจากนี้ พล.ต.อ.อิทธิพลฯ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ได้ตรวจสอบการทำงานของระบบสัญญาณไฟจราจร บริเวณแยกใต้ด่วนพระรามที่ 4 เพื่อรับฟังข้อมูลการจัดการจราจรโดยนำเอาเทคโนโลยีการบริหารสัญญาณไฟจราจร Adaptive แบบใหม่ ที่สำนักการจราจรและขนส่ง กทม. ได้นำเอาเทคโนโลยีดังกล่าวมาสนับสนุนเพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัดเนื่องจากระบบไฟจราจรแต่ละแยกไม่สัมพันธ์กัน โดยระบบดังกล่าวมีการนำเอาข้อมูลการจราจรแบบ Real-time มาวิเคราะห์ประมวลผล ปรับจังหวะสัญญาณไฟจราจรตามปริมาณและสภาพการจราจรที่ตรวจจับได้แบบอัตโนมัติ เพื่อช่วยแก้ปัญหาการจราจรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ด้าน พล.ต.ท.นิธิธรฯ กล่าวว่า ขอขอบคุณเครือข่ายผู้ปกครองอาสา และโครงการพี่รับน้องของแต่ละโรงเรียน ที่ร่วมดูแลนักเรียนที่ผู้ปกครองขับรถมาส่งบริเวณหน้าโรงเรียน ทำให้เด็กนักเรียนปลอดภัย ผู้ปกครองอุ่นใจ และช่วยให้การจราจรบริเวณหน้าโรงเรียนสามารถสัญจรได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะติดตามสถานการณ์การจราจรในช่วงเปิดภาคเรียนอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความสะดวกในการเดินทางของนักเรียน ผู้ปกครอง และประชาชนเป็นสำคัญ
