รวบวิศวกรหนุ่ม หลงผิดเทรดทองขาดทุนร่วม 2 แสน ย่องลักทรัพย์หมู่บ้านดังหาเงินใช้หนี้
รวบวิศวกรหนุ่ม หลงผิดเทรดทองขาดทุนร่วม 2 แสน ย่องลักทรัพย์หมู่บ้านดังหาเงินใช้หนี้
เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 69 พ.ต.อ.ภูมิสิทธิ์ ตั้งวิทย์เดชา ผกก.สภ.บางศรีเมือง, พ.ต.ท.เอกพล ดีผลิผล รองผกก.สส.สภ.บางศรีเมือง, พ.ต.ท.สมพร โพธิ์ศรี สว.สส.สภ.บางศรีเมือง, ร.ต.อ.ปองพล จันทรปรางกูร รองสว.สส.สภ.บางศรีเมือง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ.บางศรีเมือง ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายเกรียงศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยสามารถจับกุมได้ที่ห้องพักแห่งหนึ่งใน ต.คลองข่อย อ.ปากเกร็ดพร้อมของกลางเป็นทรัพย์สินจำนวนมาก อาทิ สร้อยคอทองคำ แหวนทอง พระเครื่องเลี่ยมทอง ตลับใส่ทอง และเอกสารใบรับจำนำทองคำ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 21.14 น. นาย เอ (นามสมมุติ) อายุ 62 ปี ผู้เสียหาย ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.บางศรีเมือง ว่ามีคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์ภายในบ้านพักแห่งหนึ่ง ม.2 ต.ไทรม้า อ.เมืองนนทบุรี ได้ทรัพย์สินไปหลายรายการ
จากการสืบสวนและตรวจสอบกล้องวงจรปิดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าคนร้ายใช้รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รีโว่ สีดำ ทะเบียน ยก 4055 ขอนแก่น โดยมีนายเกรียงศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาเป็นผู้นำไปใช้ *** ไม่ใช่เจ้าของรถ *** ต่อมาในวันที่ 24 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เฝ้าสังเกตการณ์จนพบนายเกรียงศักดิ์ขับรถคันดังกล่าวมาจอดที่ลานจอดรถ และเข้าตรวจค้นภายในห้องพักของผู้ต้องหา พบของกลางซุกซ่อนอยู่ในกล่องพลาสติกและตู้เสื้อผ้า
นายเกรียงศักดิ์ ผู้ต้องหา เปิดเผยว่า ตนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า และทำงานในตำแหน่งรองหัวหน้าผู้จัดการ ได้รับเงินเดือนประเมินอยู่ที่ประมาณ 30,000 – 40,000 บาท แต่เนื่องจากช่วงหลังได้เห็นคลิปวิดีโอผ่านแอปพลิเคชัน TikTok เกี่ยวกับการเทรดทองคำ จึงสนใจและตัดสินใจลองลงทุนโดยใช้เวลาศึกษาเพียงไม่นาน ในช่วงแรกตนสามารถทำกำไรได้รอบละประมาณ 500 – 1,000 บาท แต่หลังจากนั้นกลับเสียเงินอย่างต่อเนื่อง ครั้งละประมาณ 5,000 – 6,000 บาท จนกระทั่งภายในระยะเวลาเพียง 1 สัปดาห์ ตนสูญเงินไปรวมกว่า 200,000 บาท ซึ่งเป็นทั้งเงินเก็บส่วนตัวประมาณ 60,000 – 70,000 บาท เงินกู้ยืมผ่านแอปพลิเคชัน และเงินที่หยิบยืมมาจากเพื่อนร่วมงานอีกกว่า 100,000 บาท เมื่อถูกกดดันเรื่องระยะเวลาการคืนหนี้สิน และไร้ทางออกตนจึงตัดสินใจก่อเหตุลักทรัพย์ โดยตระเวนขี่รถจักรยานยนต์ขณะทำงานไรเดอร์เสริม จนกระทั่งมาพบบ้านพักหลังหนึ่งที่ไม่มีกล้องวงจรปิด จึงปีนเข้าทางหน้าต่าง แล้วเข้าไปรื้อค้นทรัพย์สิน ได้ถุงใส่ทองคำและพระเครื่อง นำไปจำนองได้เงินมาประมาณ 120,000 บาท เพื่อนำไปใช้หนี้เพื่อนจนหมด แต่ยังคงมีภาระหนี้สินนอกระบบ/แอปพลิเคชันหลงเหลืออยู่ ตนเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมฝากเตือนเป็นอุทาหรณ์แก่สังคมว่า “อยากฝากถึงคนที่คิดจะเข้าไปเล่นหรือลงทุนในลักษณะนี้ ให้เลิกทำ เพราะอะไรที่ได้มาง่ายก็เสียไปง่ายเช่นกัน อย่าโลภมากจนทำให้ชีวิตต้องมาเดือดร้อนแบบตน”
ด้านนายเอ (นามสมมุติ) ผู้เสียหายฝากถึงเรื่องความปลอดภัยของหมู่บ้าน ตนเองเสียค่าคีย์การ์ดทุกเดือนเพื่อผ่านป้อมยามเข้า-ออกได้ แต่คนแปลกหน้าเข้า-ออกได้โดยไม่ต้องแลกบัตร ไม้กั้นก็ไม่ใช้ กล้องวงจรปิดก็ดูย้อนหลังไม่ได้ ดูได้แค่ปัจจุบันแบบ Real Time นิติบุคคลมี แต่ไม่ทำอะไรเลย
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “ลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใด ๆ โดยเข้าทางช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า หรือเข้าทางช่องทางซึ่งผู้เป็นเปิดไว้ ใช้งานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม” ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางศรีเมือง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

