รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนำ ป.ป.ส. ร่วมมือกับประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงผลักดันการแก้ไขปัญหาแหล่งยาเสพติดในสามเหลี่ยมทองคำ ลดผลกระทบประชาชนไทย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนำ ป.ป.ส. ร่วมมือกับประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงผลักดันการแก้ไขปัญหาแหล่งยาเสพติดในสามเหลี่ยมทองคำ ลดผลกระทบประชาชนไทย
พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นำสำนักงาน ป.ป.ส. และคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสภายใต้บันทึกความเข้าใจ 7 ฝ่าย ว่าด้วยการควบคุมยาเสพติดในอนุภูมิภาค ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยมีประเทศสมาชิกในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงเข้าร่วม ได้แก่ กัมพูชา จีน ลาว เมียนมา ไทย และเวียดนาม รวมถึงผู้แทนสำนักงาน ยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime: UNODC) ในฐานะฝ่ายเลขานุการ ระหว่างวันที่ 19-21 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมดุสิตธานี พัทยา เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยคณะผู้แทนจากกัมพูชาเข้าร่วมการประชุมในรูปแบบทางไกล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เน้นย้ำความกังวลต่อสถานการณ์ปัญหายาเสพติดในอนุภูมิภาคที่ทวีความรุนแรงและมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น จากการที่ปัญหายาเสพติดเชื่อมโยงกับอาชญากรรมหลากหลายรูปแบบ ทั้งการฟอกเงิน การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมเรียกร้องให้ทุกประเทศให้ความสำคัญกับความร่วมมือในการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติด การยึดและจัดการทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด ที่จะนำไปสู่การทำลายโครงสร้างการค้าและเงินของเครือข่ายอาชญากรรมยาเสพติด โดยแสดงความชื่นชมความก้าวหน้าของแต่ละประเทศในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ทั้งการควบคุมเคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติดของจีน การสกัดกั้นตามแนวชายแดนของลาว การทำลายแหล่งลักลอบผลิตยาเสพติดและเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติของกัมพูชา เมียนมาและเวียดนาม อีกทั้งได้ขอบคุณ UNODC ในการขับเคลื่อนความร่วมมือการดำเนินงานในภูมิภาคให้มีความเป็นรูปธรรมมาโดยตลอด นอกจากนี้ ยังได้ให้คำมั่นว่าประเทศไทยจะร่วมมือกับประเทศสมาชิกภายใต้บันทึกความเข้าใจ 7 ฝ่ายฯ และ UNODC ในการสร้างภูมิภาคให้มีความมั่นคงและปลอดภัยจากปัญหาอาชญากรรมและยาเสพติดอย่างยั่งยืน เพื่อนำไปสู่การลดผลกระทบของประชาชนไทยให้ได้ต่อไป
สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม เชื่อมั่นว่าการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการดำเนินการตามพันธกรณีของประเทศไทยภายใต้กรอบบันทึกความเข้าใจ 7 ฝ่ายฯ แล้ว ยังเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยในการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในอนุภูมิภาค ตลอดจนเสริมสร้างความสัมพันธ์และเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก เพื่อร่วมกันรับมือและแก้ไขปัญหายาเสพติดในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธร
รม

