วันเสาร์, ตุลาคม 17, 2026
ในประเทศ

ปราจีนบุรี-ระดมกำลังตรวจเข้มคุณภาพน้ำหลังโซเชียลห่วงน้ำดำคล้ำ ยันผลตรวจห้องแล็บทุกค่าผ่านเกณฑ์มาตรฐาน พร้อมเดินหน้าลุย Big Cleaning ฟื้นฟูเมืองหลังน้ำลดและบรรยากาศค้าขายกลับสู่ปกติ

ปราจีนบุรี-ระดมกำลังตรวจเข้มคุณภาพน้ำหลังโซเชียลห่วงน้ำดำคล้ำ ยันผลตรวจห้องแล็บทุกค่าผ่านเกณฑ์มาตรฐาน พร้อมเดินหน้าลุย Big Cleaning ฟื้นฟูเมืองหลังน้ำลดและบรรยากาศค้าขายกลับสู่ปกติ

 

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ. ปราจีนบุรี จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊กของแกนนำภาคประชาสังคมกลุ่มปราจีนบุรีเข้มแข็ง ได้โพสต์คลิปภาพน้ำไหลจากหนองแขนนาง ตำบลวังดาล อำเภอกบินทร์บุรี ผ่านประตูระบายน้ำเพชรเอิม โดยมีสภาพน้ำสีดำเข้มและไหลลงสู่แม่น้ำปราจีนบุรีจนมองเห็นเป็นสองสี สร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับปัญหามลพิษและสารเคมีปนเปื้อนหลังสถานการณ์อุทกภัยนั้น

 

ล่าสุด นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงบริเวณประตูระบายน้ำเพชรเอิมทันที พร้อมด้วยอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังดาล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนนทรี ปลัดอำเภอ หน่วยงานชลประทาน และเครือข่ายภาคประชาสังคม

 

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า สภาพน้ำมองเห็นเป็นสีดำ แต่เมื่อตักขึ้นมาตรวจสอบพบว่าน้ำไม่ได้ขุ่นหรือดำเข้มตามคลิปที่ปรากฏ มีเพียงกลิ่นวัชพืชเน่าเสียจากมวลน้ำท่วมขัง ทั้งนี้ ทางจังหวัดได้ประสานการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเพื่อนำตัวอย่างน้ำส่งตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ (Lab) อย่างเร่งด่วน

 

ต่อมา ได้มีรายงานผลการวิเคราะห์คุณภาพน้ำเบื้องต้นจากห้องปฏิบัติการ โดยตรวจวัด 5 พารามิเตอร์สำคัญ สรุปได้ดังนี้:

1. ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) อยู่ที่ 6.58 ซึ่งอยู่ในช่วงที่พบได้ทั่วไปของน้ำผิวดิน

2. ปริมาณของแข็งละลายทั้งหมด (TDS) อยู่ที่ 73.6 มิลลิกรัมต่อลิตร อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ แสดงว่ามีสารละลายหรือแร่ธาตุปะปนอยู่น้อย

3. ค่าความนำไฟฟ้าอยู่ที่ 147.2 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร สอดคล้องกับค่า TDS ที่ต่ำ แสดงว่าไม่มีการปนเปื้อนของน้ำเค็มหรือสารเคมีเข้มข้น

4. ค่าความขุ่นอยู่ที่ 34.4 NTU ซึ่งมีความขุ่นตามธรรมชาติจากตะกอนดินและสารแขวนลอย

5. ค่าออกซิเจนละลายในน้ำ (DO) อยู่ที่ 3.76 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งอยู่ในปริมาณที่ไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำ

 

โดยสรุปผลการวิเคราะห์คุณภาพน้ำทุกพารามิเตอร์ยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานแหล่งน้ำผิวดิน อย่างไรก็ตาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดได้มีข้อสั่งการให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปราจีนบุรีประสานสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 (สระบุรี) เข้าเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมให้อำเภอกบินทร์บุรีและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงเร่งเติมสารจุลินทรีย์เพื่อฟื้นฟูแหล่งน้ำสาธารณะโดยเร็ว

 

นอกจากนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยังได้ลงพื้นที่ติดตามการฟื้นฟูหลังน้ำลด ณ หมู่บ้านปราจีนวิลเลจ เทศบาลเมืองปราจีนบุรี โดยบูรณาการกำลังร่วมกับเทศบาลเมืองปราจีนบุรี อดีตนายกเทศมนตรี และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ระดมเครื่องจักรและกำลังพลเข้าทำความสะอาดบ้านเรือน ขนย้ายขยะตกค้างจากอุทกภัย เพื่อคืนสภาพแวดล้อมที่ถูกสุขลักษณะและช่วยให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว ซึ่งต่อเนื่องจากกิจกรรม Big Cleaning Day ที่ทางจังหวัดได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

เวลา16.30 น.ผู้สื่อข่าวรายงานพบ ในส่วนของบรรยากาศทั่วไป ประชาชนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ โดยบริเวณถนนสายบ้านสร้างตัดใหม่ (ปจ.5050) มีประชาชนออกมาหาปลาตามแหล่งน้ำธรรมชาติเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นปลานิลที่เลี้ยงในบ่อถูกน้ำท่วม โดยชาวบ้านไม่กลัวสารเคมี หรือ กากขยะอุตหกรรม

 

ขณะที่บรรยากาศการค้าขายที่ตลาดหน้าค่ายจักรพงษ์ อำเภอเมืองปราจีนบุรี กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

 

ด้าน “ป้าน้อง” เจ้าของร้านค้าบริเวณหน้าตลาดหน้าค่าย เปิดเผยถึงช่วงวิกฤติน้ำท่วมที่ผ่านมาว่า การค้าขายมีความยากลำบากอย่างมากเนื่องจากตลาดส่วนใหญ่รวมถึงตลาดล่างถูกน้ำท่วม เหลือเพียงตลาดหน้าค่ายแห่งเดียวที่ยังพอเปิดขายได้ แม้การหาซื้อสินค้าจะเป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่ทางร้านยังคงตรึงราคาขายตามปกติและไม่มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาแต่อย่างใด

 

อีกทั้งยังมีการจัดโปรโมชั่นพิเศษเพื่อช่วยเหลือลูกค้า เช่น ปลานิลที่ปกตาย ใน ราคา 40-50 บาทต่อกิโลกรัม ได้นำมาจัดโปรโมชั่นเหลือ 3 กิโลร้อยบาท เพื่อแบ่งปันน้ำใจในช่วงวิกฤต ก่อนที่สถานการณ์ในปัจจุบันจะเริ่มคลี่คลายและกลับมาค้าขายได้ดีขึ้นตามลำดับ

 

มานิตย์ สนับบุญ-ข่าว/ณัฐนัน์ ทองสุข สิงห์พิมพ์-ภา

พ/ปราจีนบุรี###