วันพุธ, ตุลาคม 14, 2026
Latest:
ในประเทศ

นนทบุรี สุดทน ลูกเนรคุณเสพยา-บุกรุกบ้าน-ขู่ ฆ่าแม่ ขโมยทรัพย์สินในบ้านขายนานนับปี ครอบครัวสุดทนประกาศตัดขาด

นนทบุรี สุดทน ลูกเนรคุณเสพยา-บุกรุกบ้าน-ขู่ ฆ่าแม่ ขโมยทรัพย์สินในบ้านขายนานนับปี ครอบครัวสุดทนประกาศตัดขาด

 

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง แชร์คลิปเตือนภัยชายอันตราย ก่อเหตุลักขโมย บุกรุกบ้านยามวิกาล และทำร้ายจิตใจผู้เป็นแม่แท้ๆ สร้างความหวาดผวาให้กับคนในพื้นที่หมู่บ้านพฤกษา 3 ตำบลบางคูลัด อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี

 

ภาพจากกล้องวงจรปิดวันที่ 12 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 19:20 น. ผู้ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์มาจอดที่หน้าบ้านของผู้เสียหาย จากนั้นเดินมาที่หน้าประตูบ้าน พยายามขยับเปิดประตูหน้าบ้าน และตะโกนส่งเสียงเรียกหา “แม่” พูดเอะอะโวยวาย

 

ภาพวงจรปิดภายในบ้าน (เวลาเดียวกัน) จับภาพพี่สาวของผู้ก่อเหตุ (ผู้เสียหาย) และคนในบ้านได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย จึงเดินมาดูที่บริเวณประตู ขณะนั้นสามีของผู้เสียหายนั่งสูบบุหรี่อยู่ด้านนอกบ้านเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ผู้ก่อเหตุจะเปิดประตูบุกรุกเข้ามาด้านใน ทำให้เกิดการเผชิญหน้ากัน สามีของผู้เสียหายและผู้เสียหายได้ถือไม้ออกมาไล่และเกิดการชุลมุนกันกับผู้ก่อเหตุบริเวณหน้าบ้านและโรงจอดรถ หลังจากปะทะและชุลมุนกันสักครู่ ทั้งสองฝ่ายก็ได้แยกย้ายกันไป

 

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุ และได้พูดคุยกับ นางสาว อายุ 65 ปี ผู้เป็นแม่ และน.ส.นฤมล อายุ 42 ปี พี่สาวของผู้ก่อเหตุ คือนายธนกร หรือ “แก๊ป” อายุ 38 ปี ซึ่งปัจจุบันว่างงานและมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย

 

น.ส.นฤมล (พี่สาวผู้ก่อเหตุ) เปิดเผยว่า เหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำวันที่ 12 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 19.19 น. ขณะที่ตนและครอบครัวกำลังทำวัตถุดิบค้าขายอยู่ภายในบ้าน น้องชายของตน คือ นายธนกร ได้ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าบ้าน แล้วเปิดประตูบุกรุกเข้ามาอาละวาด ตะโกนโวยวายอ้างว่าฝันว่าพี่สาวเอาหมอนทับหน้าแม่ และกล่าวหาว่ายักยอกเงินในบัญชีของแม่ จนแฟนของตนต้องใช้ไม้ตีเพื่อขับไล่ออกไป ก่อนจะมีการแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.บางบัวทอง

 

นอกจากนี้ นายธนกรยังก่อเหตุลักลอบต่อสายไฟฟ้าหลวงไปใช้ที่บ้านพักเดิมของแม่ หลังจากถูกตัดมิเตอร์ไฟเนื่องจากไม่ได้ชำระค่าบริการ ซึ่งเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าได้เข้ามาตรวจสอบและพบว่ามีการแอบต่อไฟจริง ทำให้มีจดหมายเรียกเก็บค่าปรับและค่าเสียหายย้อนหลังเป็นเงินราว 36,000–37,000 บาท ส่งมาในชื่อของแม่ ทำให้ครอบครัวต้องหอบหลักฐานการแจ้งความไปชี้แจงเพื่อยื่นยืนยันความบริสุทธิ์

 

น.ส.นฤมล กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า นายธนกรมีพฤติกรรมลักเล็กขโมยน้อย นำทรัพย์สินของครอบครัวไปขายจนหมด ไม่ว่าจะเป็น ตู้เย็น ถังน้ำแข็ง เตาแก๊ส เครื่องซักผ้า รวมถึงรถยนต์ของพ่อผู้เสียชีวิตอีก 2 คัน อีกทั้งยังมีพฤติกรรมโกงเงิน หลอกลวงผู้อื่นในโซเชียลมีเดีย จนมีผู้เสียหายเข้ามาคอมเมนต์เตือนภัยเป็นจำนวนมาก

 

ด้าน นางสาว (แม่ผู้ก่อเหตุ) เปิดเผยว่า นายธนกรเป็นลูกชายคนสุดท้อง ที่ผ่านมาไม่ยอมทำงานทำการเป็นหลักแหล่ง มักจะมาขู่บังคับขอเงินทีละ 500–1,000 บาท หากไม่ได้ก็จะมีพฤติกรรมก้าวร้าว เงื้อมมือทำท่าจะตี และใช้คำพูดทำร้ายจิตใจอย่างรุนแรง จนตนเกรงว่าจะถูกทำร้ายถึงชีวิต และต้องหนีมาอาศัยอยู่กับลูกสาว

 

นอกจากนี้ ลูกชายยังเคยอาศัยช่วงที่ตนถอดแว่นตา นำโทรศัพท์มือถือไปสแกนใบหน้าถอนเงินสะสมจากการค้าขายในธนาคารไปกว่า 6,000 บาท รวมถึงขโมยทองคำและทรัพย์สินอื่นๆ ไปจนหมด ทำให้ตอนนี้ตนมีอาการเครียดหนัก นอนไม่หลับ ทานอาหารไม่ได้ และหวาดระแวงจนไม่กล้าออกไปไหน ตนน้อยใจและเสียใจมาก อยากให้ตำรวจช่วยจับกุมตัวไปดำเนินคดี เพื่อให้ปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น และอยากให้ครอบครัวได้อยู่อย่างสงบสุขเสียที

ทั้งนี้ ทางครอบครัวได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายธนกร หรือ “แก๊ป” ในข้อหาบุกรุกและข้อหาอื่นๆ ให้ถึงที่สุด พร้อมวอนขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมตัวโดยเร็ว เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่และผู้เสียหายรายอื่นอยู่ในความหวาดระแวง