DSI บูรณาการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรข้ามชาติ ภายใต้ปฏิบัติการ “เผยเงาเหนือ”(Operation Northern Shadow)พื้นที่จังหวัดเชียงราย
DSI บูรณาการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรข้ามชาติ ภายใต้ปฏิบัติการ “เผยเงาเหนือ”(Operation Northern Shadow)พื้นที่จังหวัดเชียงราย
ตามนโยบายของรัฐบาลและพลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในการ
บูรณาการปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนราษฎร ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษในฐานะหน่วยงานภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน 6 หน่วยงาน ประกอบด้วยกรมการปกครอง กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ท. และสำนักงาน ป.ป.ง. ได้ร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจดังกล่าว ทั้งในมิติการข่าว การสืบสวน ตลอดจนการร่วมปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง นั้น
ภายใต้การอำนวยการของ ร้อยตำรวจเอก วิษณุ ฉิมตระกูล และพันตำรวจตรี จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สั่งการให้ พันตำรวจตรี เกรียงไกร สืบสัมพันธ์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม และนายสมชาย ติไชย ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 บูรณาการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรข้ามชาติที่กระทำความผิดเกี่ยวกับทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ภายใต้ปฏิบัติการ “เผยเงาเหนือ”(Operation Northern Shadow) มีผลการปฏิบัติดังนี้
วันที่ 5 ตุลาคม 2569 นายสมชาย ติไชย ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 เป็นผู้แทน
กรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงพื้นที่ร่วมกับชุดปฏิบัติการสืบสวน DOPA N.I.C.E. กรมการปกครอง เข้าตรวจสอบวัดแห่งหนึ่งในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ศุลกากร
ด่านศุลกากรแม่สายตรวจยึดธนบัตรไทยมูลค่ากว่า 23 ล้านบาท ซึ่งซุกซ่อนอยู่ในกล่องกระดาษภายในรถยนต์ ขณะนายหลวง ยี่หลง บุคคลสัญชาติเมียนมา พยายามนำเงินออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร จากการขยายผลพบว่าบุคคลดังกล่าวมีรายการซ้ำซ้อนกับบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนตาม พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านประเภทวัดดังกล่าว ซึ่งจัดทำขึ้น
เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2559 ทั้งที่ตรวจสอบพบว่ามีหนังสือเดินทางประเทศเมียนมาและมีข้อเท็จจริงที่ต้องตรวจสอบเกี่ยวกับคุณสมบัติในการจัดทำทะเบียนประวัติ ผลการตรวจคัดกรองพระภิกษุ 26 รูป และลูกวัด 3 คน
พบพระภิกษุสัญชาติไทย 4 รูป บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน 2 รูป ผู้มีบัตรเลข 8 จำนวน 1 รูป และพระภิกษุต่างด้าว 19 รูป ในจำนวนนี้อยู่เกินกำหนดอนุญาต 8 รูป และหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย 11 รูป นอกจากนี้ ชุดปฏิบัติการฯ ได้แจ้งข้อกล่าวหาเจ้าอาวาส 1 รายในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการรับย้ายเข้าและให้ที่พักแก่คนต่างด้าวโดยมิชอบ รวมถึงพฤติการณ์ที่อาจเอื้อให้มีการจัดทำรายการทางทะเบียนโดยผิดกฎหมาย
ต่อมา วันที่ 9 ตุลาคม 2569 นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม
เป็นผู้แทนกรมสอบสวนคดีพิเศษเข้าร่วมแถลงผลการ
ปฏิบัติการ 4 คดีสำคัญ โดยมีนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน พร้อมด้วย พลตำรวจโท นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง และผู้แทนหน่วยงานภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ 6 หน่วยงาน สรุปผลการปฏิบัติการขยายผลปราบปรามการทุจริตทะเบียนราษฎรตรวจสอบเครือข่ายสวมสิทธิและใช้เอกสารประจำตัวโดยมิชอบในพื้นที่ อ.เวียงแก่น และ อ.แม่สาย จ.เชียงราย พบความเชื่อมโยงตั้งแต่ผู้จัดหาเอกสาร ผู้รับรอง เจ้าบ้าน นายหน้า ไปจนถึงเจ้าหน้าที่รัฐ พบผู้เกี่ยวข้องรวม 36 ราย ศาลออกหมายจับ 15 หมาย และหมายค้น 7 หมาย
สามารถจับกุมได้แล้ว 24 ราย แบ่งเป็นจับตามหมาย 5 ราย และจับซึ่งหน้า 19 ราย ประกอบด้วยชาวจีน 3 ราย คนไทย 2 ราย และชาวเมียนมา 19 ราย โดยจากการขยายผลพบ 4 เป้าหมายสำคัญที่มีพฤติการณ์แตกต่างกัน แต่เชื่อมโยงกับการได้มาซึ่งสถานะบุคคล เอกสารประจำตัวไทย และการใช้สิทธิต่างๆ ในประเทศไทย ซึ่งกรมการปกครองและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยหน่วยงานภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ 6 หน่วยงานร่วมกันสนับสนุนการปฏิบัติงานจนพบการกระทำความผิดดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ นอกจากการร่วมบูรณาการด้านการข่าวและการร่วมสนับสนุนการปฏิบัติการ หากพบว่าการกระทำดังกล่าวมีเจตนาเพื่อได้มาซึ่งการถือครองทรัพย์สิน ทำธุรกิจ หรือการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือกระทบต่อ
ความมั่นคงอันเข้าข่ายเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามอำนาจหน้าที่เพื่อขยายผลและตัดวงจรอาชญากรรมข้ามชาติ อันมีสาเหตุมาจากการทุจริตทางทะเบียนเหล่านี้
อย่างเด็ดขาดต่อไป
ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษจะบูรณาการสืบสวนและขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับขบวนการทุจริตทางทะเบียนตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงยุติธรรม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่องต่อไป


