ปทุมธานี ชาวองค์รักษ์กว่า 500 คนสุดทนรวมตัวปมระบายน้ำคลอง 12 เจรจาไม่เปิดประตู หวั่นกระทบปทุมธานีชาวรังสิตธัญบุรี ล่าสุดฝั่งปทุมธานียอมยกประตูเพิ่มขึ้น
ปทุมธานี ชาวองค์รักษ์กว่า 500 คนสุดทนรวมตัวปมระบายน้ำคลอง 12 เจรจาไม่เปิดประตู หวั่นกระทบปทุมธานีชาวรังสิตธัญบุรี ล่าสุดฝั่งปทุมธานียอมยกประตูเพิ่มขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวแทนชาวบ้านองค์รักษ์ จ.นครนายกและปทุมธานี เปิดโต๊ะหารือแนวทางระบายน้ำที่ประตูระบายน้ำคลอง 12 หลังชาวองครักษ์เรียกร้องเปิดทางระบายน้ำผ่านคลองรังสิตประยูรศักดิ์ลงแม่น้ำเจ้าพระยา เบื้องต้นยังไม่สามารถเปิดประตูได้ หวั่นมวลน้ำไหลเข้าคลองสาขา 8–12 ซ้ำเติมพื้นที่น้ำท่วม พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำและประเมินสถานการณ์ ภายใน 2 ชั่วโมง
เมื่อเวลา 09,00 น. วันที่ 12 ตุลาคม 2569 ที่ประตูระบายน้ำคลอง 12 ต.บึงน้ำรักษ์ อฺธัญบุรี จ.ปทุมธานี ได้มีประชาชนจากจังหวัดนครนายกและจังหวัดปทุมธานีรวมตัวกันกว่า 500 คน เพื่อหารือแนวทางการบริหารจัดการน้ำและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ โดยมีนายวัชรินทร์ บรรจงทรัพย์ (กำนันโต้ง) รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองใหญ่ และนายสุชาติ กีรพันธ์ ตัวแทนชาวบ้านองครักษ์ เข้าร่วมเจรจากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การหารือครั้งนี้มี นายเทพสุริยา สะอาด ท้องถิ่นจังหวัด นายสมชาย รังสิวัฒนศักดิ์ นายกเทศมนตรีเมืองสนั่นรักษ์ และนายวีระวัฒน์ ผสมทรัพย์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตใต้ กรมชลประทาน ร่วมประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาตามข้อเรียกร้องของประชาชนในพื้นที่อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ที่ต้องการให้เปิดประตูระบายน้ำคลอง 12 เพื่อระบายน้ำผ่านระบบคลองรังสิตประยูรศักดิ์ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมยังไม่สามารถเปิดประตูระบายน้ำคลอง 12 ได้เนื่องจากเกรงว่าจะส่งผลให้ปริมาณน้ำในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีตามแนวคลอง 8 คลอง 9 คลอง 10 คลอง 11 และคลอง 12 เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่น้ำจากการระบายบริเวณประตูระบายน้ำคลองสองยังมีโอกาสไหลย้อนกลับเข้าสู่พื้นที่คลอง 13 จึงจำเป็นต้องประเมินสถานการณ์และติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิดภายใน 2 ชั่วโมง ภายหลังการหารือ ที่ประชุมได้ข้อสรุปเบื้องต้นเพื่อปรับแผนบริหารจัดการน้ำ ได้แก่ ปรับลดระดับไซฟ่อนคลอง 13 หมู่ 5 ต.บึงน้ำรักษ์ ลง 20 เซนติเมตร ลดระดับประตูระบายน้ำพระธรรมราชาลง 10 เซนติเมตร และเพิ่มการเปิดบานประตูระบายน้ำคลองตันบริเวณปากคลอง 13 หมู่ 5 ต.บึงลาด จำนวน 2 บาน บานละ 20 เซนติเมตร จากเดิมที่เปิดไว้บานละ 25 เซนติเมตร ทั้งนี้ จะติดตามผลการปรับแผนเพื่อประเมินประสิทธิภาพการระบายน้ำต่อไป
นายสมชาย รังสิวัฒนศักดิ์ นายกเทศมนตรีเมืองสนั่นรักษ์ กล่าวว่า การพิจารณาแนวทางระบายน้ำต้องทำความเข้าใจระบบคลองรังสิตประยูรศักดิ์ให้ครอบคลุมทั้งคลองหลักและคลองสาขา รวมถึงพื้นที่คลองรักษ์ โดยการเปิดประตูระบายน้ำและการสูบน้ำออกจากคลองรังสิตมีส่วนช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ที่กำลังประสบปัญหาน้ำท่วม
นายสมชายกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันน้ำจากคลอง 13 ยังไม่ได้ระบายลงคลอง 10 ตามแนวทางที่เคยดำเนินการก่อนหน้านี้ หากเปิดประตูระบายน้ำคลอง 12 อาจทำให้น้ำไหลเข้าสู่คลองสาขาต่าง ๆ ทั้งคลอง 12 คลอง 10 คลอง 9 และคลอง 8 ก่อนจะไปรวมกับมวลน้ำบริเวณคลองบึงวาด อำเภอลำลูกกา ซึ่งอาจเพิ่มปริมาณน้ำในพื้นที่ที่ยังประสบปัญหาอุทกภัยและระดับน้ำยังไม่ลดลง
นอกจากนี้ ที่ผ่านมามีการหารือเกี่ยวกับการลดจำนวนเครื่องสูบน้ำบริเวณจุดเชื่อมต่อคลอง 13 กับคลองบึงวาด หลังประชาชนในพื้นที่สายไหมและลำลูกกาได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำ โดยมีการปรับลดจำนวนเครื่องสูบน้ำตามข้อตกลง ส่งผลให้ประสิทธิภาพการระบายน้ำบริเวณดังกล่าวมีข้อจำกัด ขณะที่ประชาชนในจังหวัดปทุมธานี โดยเฉพาะพื้นที่ตามแนวคลองสาขา ยังคงได้รับผลกระทบจากมวลน้ำที่ไหลมาสะสม
นายสมชายเสนอว่า ควรพิจารณายกบานประตูระบายน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำจากคลองรังสิต แทนการเพิ่มปริมาณน้ำไปยังจุดอื่นที่อาจทำให้มวลน้ำไหลวนกลับเข้าสู่คลองสาขาและพื้นที่เดิม โดยเฉพาะบริเวณคลอง 6 วา ซึ่งอาจไม่ช่วยให้การระบายน้ำออกจากพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
นายสมชายยังระบุว่า ระดับน้ำบริเวณคลอง 12 ฝั่งตะวันออก ซึ่งมุ่งหน้าไปทางอำเภอหนองเสือ สูงกว่าฝั่งทิศใต้ที่มุ่งหน้าไปทางรังสิตประมาณ 57 เซนติเมตร จึงจำเป็นต้องพิจารณาความแตกต่างของระดับน้ำและผลกระทบในแต่ละพื้นที่อย่างรอบด้าน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และไม่เพิ่มภาระให้กับประชาชนที่ยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม
จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.องครักษ์ จ.นครนายก ที่ยังคงมีน้ำท่วมขังต่อเนื่อง ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง ล่าสุดมีการเรียกร้องให้กรมชลประทานเร่งแก้ไขปัญหา โดยเสนอให้เพิ่มการระบายน้ำออกทางประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์และประตูระบายน้ำรังสิต เพื่อผันน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมองว่าเป็นเส้นทางระบายน้ำที่สั้นและรวดเร็วกว่าการระบายออกทางบางบัวทอง พร้อมเรียกร้องให้เพิ่มเครื่องสูบน้ำและเร่งกำจัดผักตบชวาที่กีดขวางทางน้ำ
นายสุธีร์ รัตนมงคลกืจ นายกสมาคมพลเมืองจว.นครนายก กล่าวว่า ปัจจุบันประชาชนในพื้นที่องครักษ์ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมขังมานานถึง 17 วัน บางครอบครัวต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ขณะที่น้ำเริ่มเน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็น กระทบต่อสุขภาพและการดำรงชีวิต อีกทั้งยังไม่มีความชัดเจนว่าจะสามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้เมื่อใด แม้จะมีการประเมินว่าน้ำอาจท่วมขังต่อไปอีกหลายสัปดาห์ก็ตาม
นายสุธีร์ กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำจำเป็นต้องคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนทั้งสองจังหวัดอย่างเท่าเทียม ไม่ควรผลักภาระให้พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งต้องรับน้ำอยู่ฝ่ายเดียว พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการเตรียมความพร้อมรองรับน้ำก่อนเข้าสู่ฤดูน้ำหลาก และการบำรุงรักษาคลองระบายน้ำที่มีผักตบชวาปกคลุมจำนวนมาก ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ
นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเปิดประตูระบายน้ำคลอง 12 อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยประเมินผลกระทบต่อระดับน้ำในแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมเพิ่มกำลังสูบน้ำบริเวณปากคลองรังสิต เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา โดยยืนยันว่าข้อเรียกร้องดังกล่าวไม่ได้ต้องการให้ประชาชนในพื้นที่อื่นได้รับความเดือดร้อน แต่ต้องการให้ทุกฝ่ายสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นธรรม
นายขสุธีร์ กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา มีการทำข้อตกลงเกี่ยวกับการเปิดประตูระบายน้ำ โดยมีผู้อำนวยการโครงการชลประทานรังสิตใต้และนายอำเภอร่วมเป็นพยาน แต่หลังจากผ่านไปประมาณหนึ่งสัปดาห์ ชาวบ้านยังไม่เห็นการดำเนินการตามที่ตกลงไว้ จึงรวมตัวกันเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงและเร่งปฏิบัติตามข้อตกลง
ทั้งนี้ นายสุธีร์ย้ำว่า ไม่ต้องการให้ประชาชนระหว่าง จ.ปทุมธานี และ จ.นครนายก เกิดความขัดแย้งกัน เพราะต่างเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำ โดยต้องการให้กรมชลประทานและหน่วยงานระดับนโยบายเข้ามากำกับดูแลอย่างจริงจัง เร่งหาแนวทางระบายน้ำที่เหมาะสม และแจ้งความคืบหน้าให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยโดยเร็ว
ด้านนางวันทา แก้วพิพิธภัณฑ์ ชาวบ้าน ต.ลำไทร อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี กล่าวว่า ในพื้นที่ ต.ลำไทร อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมพร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำและการเปิดประตูระบายน้ำที่ต้องคำนึงถึงผลกระทบของประชาชนทุกพื้นที่อย่างเป็นธรรม ฝากถึงนายกรัฐมนตรีว่า ขณะนี้ประชาชนจำนวนมากกำลังได้รับความเดือดร้อน แต่กลับรู้สึกว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้เข้ามารับรู้ปัญหาของประชาชนอย่างใกล้ชิด บางคนไม่เคยพบเห็นนายกรัฐมนตรีด้วยตนเอง จนไม่ทราบว่ามีหน้าตาอย่างไร พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ และพฤติกรรมบนสื่อสังคมออนไลน์ โดยมองว่าผู้นำประเทศควรให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่รับฟังปัญหาและช่วยเหลือประชาชนที่กำลังประสบความเดือดร้อนเป็นอันดับแรก ส่วนปัญหาการบริหารจัดการน้ำ แม้พื้นที่ของตนเองจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเช่นกัน แต่ก็เข้าใจและเห็นใจประชาชนอีกฝั่ง โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งนครนายกที่ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำ พร้อมเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดประตูระบายน้ำอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามสถานการณ์จริง ประเมินระดับน้ำและผลกระทบในแต่ละพื้นที่อย่างรอบคอบ ไม่ควรปิดกั้นการระบายน้ำไว้เพียงจุดใดจุดหนึ่งจนทำให้ประชาชนอีกพื้นที่ต้องแบกรับความเดือดร้อนเป็นเวลานาน
นางวันทา ย้ำว่า การแก้ไขปัญหาควรตั้งอยู่บนหลักเหตุผล ความเหมาะสม และความเป็นธรรม โดยคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนทุกฝ่าย ไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งระหว่างชุมชนที่ต่างได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่ต้องการให้หน่วยงานรัฐเร่งหาทางออกร่วมกันอย่างสันติ และสื่อสารข้อมูลให้ประชาชนรับทราบอย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตและรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม
ด้านนายวัชรินทร์ บรรจงทรัพย์ (กำนันโต้ง) รองนายกอบต.คลองใหญ่ เปิดเผยถึงแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ว่า มีข้อเสนอจากประชาชนอีกฝั่งให้ทดลองเปิดประตูระบายน้ำประมาณ 10-20 เซนติเมตร เพื่อช่วยระบายน้ำและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยควรติดตามระดับน้ำหลังเปิดประตูประมาณ 2 ชั่วโมง หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น จึงพิจารณาปรับเพิ่มระดับการเปิดตามความเหมาะสมและผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง
รองนายกอบต.คลองใหญ่ กล่าวว่า พื้นที่ของตนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังและน้ำเน่าเสียมาประมาณ 15 วัน ส่งผลให้ไม้ดอกไม้ประดับและพื้นที่คลองซอยได้รับความเสียหาย คิดเป็นมูลค่าหลายพันล้านบาท สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบอาชีพในพื้นที่อย่างมาก จึงต้องการให้เร่งระบายน้ำเน่าเสียออกจากชุมชนโดยเร็ว พร้อมเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ สั่งการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม โดยเสนอให้ทดลองเปิดประตูระบายน้ำ 10-20 เซนติเมตร และติดตามผลอย่างใกล้ชิด เพื่อหาจุดสมดุลในการบริหารจัดการน้ำที่ช่วยลดความเดือดร้อนของประชาชนทั้งสองฝั่ง
กล่าวย้ำว่า การแก้ไขปัญหาครั้งนี้ไม่ต้องการให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมต้องขัดแย้งกันเอง แต่ต้องการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบร่วมกันหาแนวทางระบายน้ำอย่างเหมาะสม คำนึงถึงผลกระทบของทุกพื้นที่ และเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้เร็วที่สุด
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 12 ตุลาคม 2569 มีการยกบานประตูระบายน้ำคลอง 12 รังสิต-นครนายก จำนวน 2 บาน บานละ 10 เซนติเมตร ภายหลังมวลชนจากจังหวัดนครนายกเรียกร้องให้เปิดประตูระบายน้ำ โดยกำหนดเงื่อนไขให้เปิดระบายน้ำเป็นระยะเวลา 2 ชั่วโมง
ขณะเดียวกัน ชาวบ้านในพื้นที่คลอง 8 คลอง 9 คลอง 10 และคลอง 11 เขตอำเภอธัญบุรีและอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ซึ่งอยู่เหนือประตูระบายน้ำ ต่างเฝ้าติดตามและตรวจสอบระดับน้ำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากกังวลว่าการเปิดประตูระบายน้ำคลอง 12 อาจส่งผลต่อระดับน้ำและทำให้มวลน้ำไหลเข้าสู่พื้นที่อำเภอธัญบุรีและอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีประชาชนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมอยู่ก่อนแล้ว
ทั้งนี้ ต้องติดตามสถานการณ์ระดับน้ำภายหลังการเปิดประตูระบายน้ำอย่างใกล้ชิด รวมถึงการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและตัวแทนประชาชนทั้งสองจังหวัด เพื่อกำหนดแนวทางระบายน้ำที่เหมาะสม ลดผลกระทบต่อพื้นที่ปลายน้ำ และบรรเทาความเดือดร้อนของประชา
ชนอย่างทั่วถึง

