ในประเทศ

ปคบ. เปิดปฎิบัติการทลายเครือข่าย “อาไห่” บุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ย่านฝั่งธนฯ บุกค้น 9 จุด ยึดของกลาง 2 แสนชิ้น รวบ 47 ผู้ต้องหา มูลค่ากว่า 200 ล้าน

ปคบ. เปิดปฎิบัติการทลายเครือข่าย “อาไห่” บุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ย่านฝั่งธนฯ บุกค้น 9 จุด ยึดของกลาง 2 แสนชิ้น รวบ 47 ผู้ต้องหา มูลค่ากว่า 200 ล้าน

 

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 7 ต.ค.69 พล.ต.ต.กฤษฎากร ปานโปร่ง ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ รอง ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.ไกรวิศท์ แสนทวีสุข ผกก.1 บก.ปคบ. พ.ต.ท.ไพรัช พรมวงศ์ และ พ.ต.ท.ภูมิพัฒน์ บัวรัตนกุล รอง ผกก.1 บก.ปคบ. พ.ต.ต.กฤตภาส พึ่งนุสนธิ์ สว.กก.1 บก.ปคบ. ร่วมกันแถลงนำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.1 บก.ปคบ.เปิดปฏิบัติการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าครั้งใหญ่ เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 9 จุด ทลายเครือข่าย “อาไห่” พร้อมนำหมายค้นศาลเข้าปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่เขตคลองสาน เขตบางบอน และเขตตลิ่งชัน หลังสืบทราบว่า มีการลักลอบเก็บ พัก แพ็ก และจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ย่านฝั่งธนบุรี จับกุมผู้ต้องหาทั้งชาวไทยและต่างชาติได้รวม 47 ราย ยึดของกลางบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า หัวพอต อุปกรณ์ส่วนควบกว่า 2 แสนชิ้น โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เอกสารและหลักฐานทางการเงิน รวมถึงรถยนต์ที่ใช้ในการขนส่งลำเลียงสินค้า คิดเป็นมูลค่าราว 200 ล้านบาท

 

แถลงข่าวที่ตึกแถว 3ชั้น1คูหา เลขที่ 182 ซอยสมเด็จเจ้าพระยา3แขวงสมเด็จเจ้าพระยาเขตคลองสานกทม.

 

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 มิ.ย

69 ตำรวจ กก.1 บก.ปคบ. จับกุมผู้ต้องหาลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าได้ 3 ราย พร้อมบุหรี่ไฟฟ้าแบบสูบแล้วทิ้ง 4,113 ชิ้น จากการสอบสวนหนึ่งในผู้ต้องหารับสารภาพว่า ทำหน้าที่รับจ้างแพ็กสินค้า และก่อนถูกจับกุมมีชายขับรถยนต์เก๋งสีน้ำตาลคันเดิมที่เคยนำสินค้ามาส่งเป็นประจำ บรรทุกบุหรี่ไฟฟ้าใส่ลังมาส่งให้ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลัง พบภาพรถและบุคคลตรงตามคำให้การจริง

 

จากนั้น ชุดสืบสวนได้ขยายผลสืบค้นจากหมายเลขโทรศัพท์และชื่อผู้ครอบครองรถ พบความเชื่อมโยงระหว่างผู้ขนส่ง ครอบครัวผู้ครอบครองรถ และกลุ่มผู้จำหน่าย เมื่อแกะรอยเส้นทางการเงินยังพบความผิดปกติ มีการโอนเงินค่าจ้างขนส่งครั้งละ 300–400 บาทเกือบทุกวัน รวมถึงโอนเงินในคืนถัดจากวันที่นำของมาส่ง นอกจากนี้ยังพบอีกบัญชีหนึ่งมีเงินโอนเข้าครั้งละหลักหมื่นถึงหลักแสนบาท และมีการกดถอนเงินสดก้อนใหญ่ออกไปหลายครั้งภายในวันเดียวกัน

 

จากการลงพื้นที่เฝ้าสังเกตพฤติการณ์และตรวจสอบกล้องวงจรปิดอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่พบการขนย้ายลังสินค้าเข้า-ออกสถานที่หลายแห่ง โดยใช้ทั้งรถยนต์ รถกระบะ และรถจักรยานยนต์ ลำเลียงสินค้าระหว่างจุดพัก จุดแพ็ก โกดัง และจุดกระจายสินค้า โดยรถหลายคันที่ใช้ลำเลียงสินค้ามีชื่อนิติบุคคลเดียวกันเป็นผู้ครอบครอง เป็นบริษัทที่ยังดำเนินกิจการอยู่และมีกรรมการหลายคน ทำให้เชื่อได้ว่าทำกันเป็นเครือข่ายและมีการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายค้นศาลเข้าตรวจสอบ 9 จุด แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก

1. จุดพักและซุกซ่อนสินค้าก่อนส่งลูกค้ารายใหญ่ (4 จุด)ในพื้นที่เขตคลองสาน เขตบางบอน และเขตตลิ่งชัน

2. จุดซุกซ่อน แพ็ก และจำหน่ายออนไลน์ (4 จุด)ย่านท่าดินแดง เขตคลองสาน ใช้เตรียมสินค้าส่งผ่านช่องทางออนไลน์และระบบเดลิเวอรี

3. จุดเก็บอุปกรณ์และหลักฐานทางการเงิน (1 จุด) ในพื้นที่เขตบางบอน ใช้เก็บโทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และข้อมูลบัญชีทางการเงิน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหาทั้งหมดในความผิดฐาน “ร่วมกันฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าและบริการ ห้ามผลิต ห้ามขายหรือให้บริการบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า และร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร” อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 คำสั่งคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยฯ ที่ 24/2567 และ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560

 

จากกานสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคบ. ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมสืบสวนขยายผลหาตัวเจ้าของสินค้า นายทุน ผู้สั่งการ และผู้เกี่ยวข้องในเส้นทางการเงินมาดำเนินคดีต่อไป

 

ทั้งนี้ บก.ปคบ. ขอเตือนประชาชนว่า บุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าผิดกฎหมาย ห้ามขายและห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร การช่วยเก็บ ซุกซ่อน ขนส่ง หรือจำหน่าย มีโทษตามกฎหมาย หากพบเบาะแสสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ บก.ปคบ. เข้าตรวจ

สอบได้ทันที

 

///