ปทุมธานี “เอกนิติ” รองนายกฯ ลงพื้นที่ติดตามน้ำท่วมปทุมธานี ขณะที่ผู้ว่าปทุมฯ เผยน้ำคลองรังสิตเริ่มดีขึ้น
ปทุมธานี “เอกนิติ” รองนายกฯ ลงพื้นที่ติดตามน้ำท่วมปทุมธานี ขณะที่ผู้ว่าปทุมฯ เผยน้ำคลองรังสิตเริ่มดีขึ้น
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 4 ต.ค.69 ที่ประตูระบายน้ำสถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นายทรงพล สวยสม รองอธิบดีกรมชลประทาน นางสาวชัชดาพร บุญพีระณัช รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และคณะได้เดินทางลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีพร้อมมาดูการระบายน้ำจากคลองรังสิตประยูรศักดิ์ลงไปแม่น้ำเจ้าพระยา ณ ประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต โดยมีนางสาวธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี นายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรายงานสถานการณ์ในพื้นที่
ดร.เอกนิติ รองนายก เปิดเผยว่า การมาติดตามสถานการณ์ในวันนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับปริมาณฝนที่จะตกในลูกต่อไป และรับฟังปัญหาจากพื้นที่ สำหรับในขณะนี้ปทุมธานียังมีปัญหาเรื่องน้ำที่เทมาจากนครนายกซึ่งมีปริมาณมาก ส่วนน้ำเหนือยังทรงตัว ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีได้ขอรับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำขนาดเล็กจากที่ประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) และได้นำมาช่วยเหลือประชาชนตามชุมชนต่างๆ แล้ว โดยตนกำชับผู้ว่าฯ ให้ดูแลประชาชนเป็นสำคัญที่สุด พร้อมกับมาเป็นตัวแทนนายกรัฐมนตรี ลงไปพบกับประชาชนเพื่อรับฟังปัญหาความต้องการของประชาชน พร้อมเร่งรัดทางกรมชลประทานในการสูบน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขัง ส่วนปัญหาในเรื่องการระบายน้ำระหว่างเขตเชื่อมต่อพื้นที่ต่างๆ ต้องมีการบริหารจัดการในภาพรวมเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ รวมถึงต้องให้ในพื้นที่สื่อสารให้ประชาชนเข้าใจเห็นภาพในภาพรวมร่วมกันด้วย สิ่งสำคัญต้องไม่ประมาท มีการเตรียมพร้อมล่วงหน้า ซึ่งคลองรังสิตมีความสำคัญในการช่วยระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ต้องเร่งระบายและทำให้ประชาชนถูกกระทบน้อยที่สุด และนายกรัฐมนตรียังกำชับให้เร่งเยียวยาประชาชนทันทีที่น้ำลด
จากนั้น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เดินทางไปมอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ หมู่ 6 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมืองปทุมธานี เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นก่อนเดินทางกลับ
ด้านนางสาวธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำที่ตกค้างในพื้นที่เมื่อวานนี้อยู่ที่ประมาณ 170 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่สามารถระบายน้ำออกได้ประมาณวันละ 20 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยตัวเลขดังกล่าวจะต้องประสานกรมชลประทานเพื่อยืนยันอีกครั้ง ทั้งนี้ จังหวัดมีเครื่องสูบน้ำเพียงพอ แต่ปริมาณน้ำมีจำนวนมากและยังมีข้อจำกัดด้านทางระบาย ทำให้ต้องใช้เวลาในการระบายน้ำ ส่วนพื้นที่หมู่บ้านและบ้านเรือนประชาชนในเขตเทศบาลเมืองคูคต ซึ่งยังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังนั้น เมื่อวานนี้ได้เพิ่มเครื่องสูบน้ำอีกประมาณ 3 เครื่อง โดยนำมาจากพื้นที่อื่น รวมถึงให้เทศบาลเร่งจัดหาและเช่าเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม เพื่อเร่งระบายน้ำและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน คาดว่าสถานการณ์จะเริ่มดีขึ้น
สำหรับความกังวลของประชาชนในพื้นที่คลองรังสิต กรณีอาจมีการระบายน้ำจากพื้นที่องครักษ์เข้ามาทางคลองรังสิตนั้น ผวจ.ปทุมธานี ระบุว่า เมื่อวานนี้มีการหารือเรื่องการเปิดประตูระบายน้ำคลอง 12 แต่เนื่องจากจังหวัดยังมีทางเลือกในการระบายน้ำ จึงได้ทดลองเปิดประตูระบายน้ำบริเวณคลอง 13 ประมาณ 10 เซนติเมตร และพบว่าสถานการณ์ยังสามารถควบคุมได้ จึงพยายามระบายน้ำผ่านคลอง 13 เป็นหลัก เพื่อหลีกเลี่ยงการรับน้ำเข้าคลอง 12 ซึ่งอาจส่งผลให้พื้นที่รังสิตมีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น

