ที่ชลบุรี 2 รัฐมนตรี “วราวุธ” เฮ้ง“พร้อมคณะ ลงพื้นที่ “นิคมอมตะฯชลบุรี” ติดตามสถานการณ์น้ำถกผู้บริหารหามาตรการป้องกัน พบท่วมมิดล้อรถจีเอ็มซีทหารแล้ว พร้อมมอบถุงยังชีพช่วยปชช.พื้นที่ข้างเคียง
ที่ชลบุรี 2 รัฐมนตรี “วราวุธ” เฮ้ง“พร้อมคณะ ลงพื้นที่ “นิคมอมตะฯชลบุรี” ติดตามสถานการณ์น้ำถกผู้บริหารหามาตรการป้องกัน พบท่วมมิดล้อรถจีเอ็มซีทหารแล้ว พร้อมมอบถุงยังชีพช่วยปชช.พื้นที่ข้างเคียง
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่เยี่ยมติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและสำรวจผลกระทบในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จ.ชลบุรี โดยมี พล.อ.นเรนทร์ สิริภูบาล ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายภาสกร ชัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายเศรษฐรัชต์ เลือดสกุล นายวีรพงษ์ เอึ่ยมเจริญชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ การนิคมอุตาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พล.ต.ต.ชาตรี สุขศิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และนายวิกรม กรมดิษฐ์ Chief Executive Officer บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จ ากัด (มหาชน) ร่วมด้วย
โดยนายวราวุธฯ ได้ร่วมรับฟังบรรยายสรุป พร้อมกับหารือแลกเปลี่ยนกับผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมถึงมาตรการจากการรายงานสถานการณ์น้ำและผลกระทบในพื้นที่ (พื้นที่เฝ้าระวังสูง) ปัจจุบันไม่มีฝนตกในพื้นที่ และปริมาณน้ำจากภายนอกมีแนวโน้มลดลง รถขนาดใหญ่สามารถสัญจรได้ โดยระดับน้ำในนิคมฯ อมตะซิตี้ ชลบุรี ทยอยลดลงเฉลี่ยประมาณ 10 เซนติเมตร อย่างไรก็ตาม ยังคงมีน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ ได้แก่ เฟส 7 เฉลี่ย 30 ซม., เฟส 8 เฉลี่ย 60 ซม., เฟส 9 เฉลี่ย 60 ซม. และเฟส 10 เฉลี่ย 10 ซม. ขณะเดียวกันน้ำที่ท่วมขังเป็นระยะเวลาเริ่มส่งกลิ่น จึงยังจำเป็นต้องเร่งระบายน้ำและติดตามผลกระทบอย่างใกล้ชิด ขณะที่การดำเนินงานเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบโดยรอบนิคมฯ อมตะซิตี้ ชลบุรี ปัจจุบัน นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี ร่วมกับหน่วยงานราชการและส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ประสานงานเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการให้ความช่วยเหลือและขอรับข้อมูลที่จำเป็น เพื่อใช้ประกอบการวางแผนให้ความช่วยเหลือดูแล
สำหรับแนวทางการบริหารจัดการน้ำภายในนิคมฯ นั้น นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. ได้รายงานว่า นิคมฯอมตะซิตี้ ชลบุรี ได้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มกำลังการสูบน้ำรวมจาก 34,000 เป็น 42,500 ลูกบาศก์เมตร/ชม. พร้อมย้ายปั๊มน้ำเคลื่อนที่ขนาด 12 นิ้ว, 10 นิ้ว และ 8 นิ้ว ไปเสริมการระบายน้ำบริเวณเฟส 8 รวมทั้งโยกย้ายปั๊มจากจุดที่ระดับน้ำลดลงไปยังพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง เร่งผันน้ำไปยังคลองพานทองเพื่อระบายลงสู่แม่น้ำบางปะกง ตลอดจนเฝ้าระวังและซ่อมเสริมคันกั้นน้ำเพื่อป้องกันน้ำจากภายนอกไหลเข้าสู่พื้นที่
จากนั้นนายวราวุธ และคณะได้ขึ้นรถจีเอ็มซีของทหาร เข้าไปติดตามระดับน้ำตามเฟสต่างๆ ภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ซึ่งพบว่า ปัจจุบันมีระดับน้ำสูงท่วมล้อรถจีเอ็มซีแล้ว โดยได้นั่งไปจนถึงชุมชนด้านหลังเฟส 10 พร้อมกับมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนในชุมชนหมู่ 10 พานทอง ซึ่งเป็นชุมชนข้างเคียงนิคมอุตสาหกรรม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม พร้อมติดตามสถานการณ์และความต้องการของชุมชนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง“การลงพื้นที่ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่นำพาความช่วยเหลือและเครื่องมือเฉพาะหน้าไปสู่ผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงทีเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสารที่ชัดเจนถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงอุตสาหกรรมและทุกภาคส่วน ที่พร้อมยืนหยัดเคียงข้าง “ผู้ประกอบการและพี่น้องประชาชน” ในทุกวิกฤต เพื่อร่วมกันฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับมาเข้มแข็งและขับเคลื่อนเดินหน้าต่อไปได้โดยเร็วที่สุด” นายวราวุธ กล่าว ด้านนายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ.กล่าวเสริมว่า ในส่วนการดำเนินงานเร่งด่วนของนิคมฯ อมตะซิตี้ ชลบุรี ทางนิคมฯ ได้เพิ่มและเคลื่อนย้ายปั๊มสูบน้ำ ซ่อมคัน และผนังกั้นน้ำ ที่ได้รับความเสียหาย ติดตั้งปั๊มน้ำชั่วคราว และเสริมเครื่องผลักดันน้ำมากกว่า 10 จุดบริเวณคลองพานทอง พร้อมขุดลอกวัชพืชและเปิดทางน้ำในคลองสายสำคัญ รวมถึงติดตั้ง ปั๊มเพิ่มเติมในพื้นที่เฟส 10 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด ขณะเดียวกันได้ทำการลงพื้นที่ช่วยเหลือชุมชน จัดทำแนวทางภายหลังสถานการณ์คลี่คลาย โดย กนอ. และนิคมฯ อมตะซิตี้ ชลบุรี จะร่วมสำรวจและรวบรวมความเสียหายเพื่อกำหนดแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ขณะที่แผนป้องกันและบริหารจัดการน้ำระยะยาว นิคมฯ อมตะซิตี้ ชลบุรี มีแผนยกระดับการป้องกันและบริหารจัดการน้ำในระยะยาว โดยมีแผนดำเนินการขุดบ่อน้ำเพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่แก้มลิง ให้สามารถรองรับน้ำเพิ่มขึ้น 100 ล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมบูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่น เพื่อเสริมคันดินบริเวณคลองพานทองให้สูงขึ้น และปรับปรุงหรือตัดเชื่อมเส้นทางคลองพานทอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดระยะเวลาในการระบายน้ำสู่แม่น้ำบางปะกง รวมทั้งลดความเสี่ยงจากอุทกภัยต่อพื้นที่นิคมฯ และชุมชนโดยรอบในระยะยาว

วิศาล แสงเจริญ
(ปู) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดชลบุรี
