วันศุกร์, ตุลาคม 2, 2026
Latest:
ในประเทศ

เทศบาลนครยะลาผนึกกำลังท้องถิ่น เร่งเปิดทางน้ำรับมืออุทกภัยปลายปี 2569 วาง 4 มาตรการเชิงรุก ดูแลประชาชน–เพิ่มระบบแจ้งเตือน

 

เทศบาลนครยะลาผนึกกำลังท้องถิ่น เร่งเปิดทางน้ำรับมืออุทกภัยปลายปี 2569 วาง 4 มาตรการเชิงรุก ดูแลประชาชน–เพิ่มระบบแจ้งเตือน

 

ยะลา – เทศบาลนครยะลาผนึกกำลัง อบจ.ยะลา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งขุดลอกคูคลอง กำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวาง เปิดทางระบายน้ำจากพื้นที่ต้นทางลงสู่แม่น้ำปัตตานี เตรียมรับมือฝนช่วงปลายปี 2569 พร้อมวาง 4 มาตรการเชิงรุก ครอบคลุมศูนย์พักพิง อาหาร ชุดเคลื่อนที่เร็ว และระบบแจ้งเตือนภัย

 

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา พร้อมด้วย นายยู่สิน จินตภากร และนายนฤมินทร์ อามิน รองนายกเทศมนตรีนครยะลา นายสารัช สังข์ชุม เลขานุการนายกเทศมนตรีนครยะลา และคณะทำงานจากสำนักช่างเทศบาลนครยะลา ลงพื้นที่ติดตามการขุดลอกคูคลอง กำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ ร่วมกับ นายมุขตาร์ มะทา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา และ นายประสาท วงษ์รวยดี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหน้าถ้ำ ณ บริเวณริมคลองวัดถ้ำ ตำบลหน้าถ้ำ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา เมื่อเวลา 09.00 น.

 

การดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ และเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์อุทกภัยในช่วงฤดูฝนปลายปี 2569 โดยมุ่งเปิดทางน้ำในพื้นที่ตำบลหน้าถ้ำและพื้นที่รอยต่อ ให้สามารถรองรับและระบายน้ำจากอำเภอยะหาลงสู่แม่น้ำปัตตานีได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ลดการสะสมของมวลน้ำที่อาจเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนและเขตเทศบาลนครยะลา

 

การบริหารจัดการครั้งนี้เน้นการทำงานร่วมกันระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเชื่อมโยงการระบายน้ำตั้งแต่พื้นที่ต้นทาง ผ่านพื้นที่รับน้ำ ไปจนถึงจุดระบายออกจากเมืองอย่างเป็นระบบ

 

เร่งเปิดทางน้ำ ลดมวลน้ำสะสมก่อนเข้าสู่เมืองยะลา

 

นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา กล่าวว่า จากประสบการณ์สถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้เห็นถึงความสำคัญของการขุดลอกคูคลองและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ หากสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำจากอำเภอยะหาผ่านพื้นที่พร่อนและท่าสาป ลงสู่แม่น้ำปัตตานีได้อย่างคล่องตัว จะช่วยลดปริมาณน้ำสะสมและปัญหาน้ำหนุนที่อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่เขตเมือง

 

โดยเฉพาะ ประตูระบายน้ำ C หรือปั๊ม C บริเวณชุมชนจารูพัฒนา ซึ่งเป็นจุดระบายน้ำหลักจุดสุดท้ายของเทศบาลนครยะลา หากสามารถระบายมวลน้ำออกจากพื้นที่โดยรอบได้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้การระบายน้ำจากเขตเมือง พื้นที่สะเตงนอก และตำบลบุดี มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

นอกจากนี้ ยังมีการประสานความร่วมมือเพื่อขุดลอกเส้นทางน้ำบริเวณท่าธงและอำเภอรามัน ซึ่งเชื่อมโยงกับแม่น้ำสายบุรี เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ที่เกี่ยวเนื่องกันสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นระบบ

 

อบจ.ยะลา ประสานกว่า 20 หน่วยงาน เตรียมการล่วงหน้า 1–2 เดือน

 

สำหรับการดำเนินงานในภาพรวม องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา ทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการประสานความร่วมมือและจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ MOU กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานภาครัฐกว่า 20 หน่วยงาน โดยมีการวางแผนเตรียมการล่วงหน้าประมาณ 1–2 เดือนก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูฝน

 

พร้อมสนับสนุนเครื่องจักรกลร่วมกับเทศบาลนครยะลา เทศบาลเมืองสะเตงนอก และองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่เสี่ยง เพื่อเร่งเปิดทางระบายน้ำจากพื้นที่ยะหาและเปาะเส้งลงสู่แม่น้ำปัตตานี

 

ขณะที่ ตำบลหน้าถ้ำ ถือเป็นพื้นที่รับน้ำจากหลายพื้นที่ ทั้งอำเภอยะหา ตำบลลำใหม่ รวมถึงบางส่วนของตำบลบาเจาะ บาโงยซิแน ลิดล และลำพะยา การเปิดร่องน้ำเดิมให้สามารถระบายผ่านพื้นที่หน้าถ้ำ ท่าสาป ยุโป และตาเซะ ตามแนวถนนสาย 418 จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการลดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

 

โดยนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหน้าถ้ำคาดว่า หากการระบายน้ำเป็นไปตามแผน จะช่วยลดระยะเวลาน้ำท่วมขังจากเดิมประมาณ 3–4 วัน เหลือประมาณ 1–2 วัน

 

ประเมินฝนปลายปี ต้องพร้อมรับน้ำอีกกว่า 1,600 มิลลิเมตร

 

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงข้อมูลคาดการณ์ฝนของกรมอุตุนิยมวิทยาว่า ปริมาณฝนเฉลี่ยตลอดทั้งปีของจังหวัดยะลาอยู่ที่ประมาณ 2,400 มิลลิเมตร ขณะที่ปัจจุบันมีฝนตกสะสมแล้วประมาณ 800 มิลลิเมตร จึงต้องเตรียมระบบรองรับปริมาณฝนที่อาจตกเพิ่มเติมอีกราว 1,600 มิลลิเมตร ในช่วงเดือนตุลาคม–ธันวาคม

ทั้งนี้ การประเมินดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมด้านการบริหารจัดการน้ำ โดยหากปริมาณฝนไม่ตกหนักเกินกว่าศักยภาพของระบบในช่วงเวลาเดียวกัน ระบบระบายน้ำและมาตรการที่เตรียมไว้จะช่วยบริหารจัดการสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

เทศบาลนครยะลาวาง 4 มาตรการเชิงรุก ดูแลประชาชน

 

นอกจากการเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำแล้ว เทศบาลนครยะลายังเตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์อุทกภัยไว้ 4 ด้าน ได้แก่

 

1. เตรียมศูนย์พักพิงให้เหมาะสมกับประชาชนแต่ละกลุ่ม

จัดเตรียมศูนย์พักพิงสำหรับประชาชนที่มีสัตว์เลี้ยง รวมถึงศูนย์ดูแลผู้ป่วยติดเตียง ณ อาคารพระเศวตสุรคชาธาร โดยประสานการดูแลร่วมกับโรงพยาบาลศูนย์ยะลา นอกจากนี้ยังเตรียมศูนย์พักพิงในพื้นที่ย่านตลาดเก่า ได้แก่ มัสยิดกลาง มัสยิดญาดีด มัสยิดจารูนอก และมัสยิดดารุลฮูดา

 

2. เตรียมอาหารและเสบียงรองรับสถานการณ์

วางแผนกำลังการผลิตข้าวกล่องและเตรียมความพร้อมด้านเสบียง พร้อมทำสัญญาจัดหาอาหารกับร้านค้าในพื้นที่ต่างอำเภอซึ่งอยู่นอกเขตน้ำท่วม เพื่อให้สามารถจัดส่งอาหารเข้ามาสนับสนุนประชาชนได้ทันทีเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

 

3. จัดชุดเคลื่อนที่เร็วช่วยเหลือและขนย้ายสิ่งของ

เตรียมเจ้าหน้าที่และกำลังชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าช่วยเหลือประชาชน โดยให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ตามลำพัง เพื่อช่วยขนย้ายสิ่งของและทรัพย์สินขึ้นสู่พื้นที่สูงก่อนที่น้ำจะเข้าถึงชุมชน

 

4. เพิ่มระบบติดตามระดับน้ำและแจ้งเตือนภัย

ติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจวัดระดับน้ำเพิ่มเติมในพื้นที่ตำบลบุดี เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการคำนวณอัตราการไหลของน้ำ พร้อมเพิ่มจุดติดตั้งหวูดไซเรนเตือนภัยเป็น 30 จุด และจัดทำระบบ Line OA สำหรับส่งข้อมูลแจ้งเตือนโดยตรงถึงประชาชนประมาณ 10,000 ครัวเรือน ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก

 

นอกจากนี้ ยังวางเครือข่ายการรับแจ้งเตือนในลักษณะ “บ้านเว้นบ้าน” เพื่อให้ข้อมูลสามารถกระจายถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึง ควบคู่กับการใช้รถประชาสัมพันธ์ออกแจ้งเตือนภายในชุมชนอย่างต่อเนื่องเมื่อมีสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวัง

 

บูรณาการทุกหน่วยงาน เตรียมพร้อมก่อนน้ำมา

 

เทศบาลนครยะลายืนยันการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัย ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบระบายน้ำ การติดตามสถานการณ์ การแจ้งเตือนภัย ตลอดจนการช่วยเหลือและดูแลประชาชน โดยเน้นการบูรณาการร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำครอบคลุมตั้งแต่พื้นที่ต้นทางจนถึงพื้นที่ปลายน้ำ

 

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์น้ำ ปริมาณฝนสะสม และประกาศแจ้งเตือนจากเทศบาลนครยะลาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมและรับมือสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก ควรเตรียมสิ่งของจำเป็น เอกสารสำคัญ และวางแผนการอพยพไว้ล่วงหน้า