จับคาเกาะกลางถนนสายเอเชีย หัวขโมยนั่งขุดดิน ยาว 30 เมตรตัดสายไฟขาย พบอุปกรณ์เพียบ–ยาบ้า 7 เม็ด
จับคาเกาะกลางถนนสายเอเชีย หัวขโมยนั่งขุดดิน ยาว 30 เมตรตัดสายไฟขาย พบอุปกรณ์เพียบ–ยาบ้า 7 เม็ด
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 29 กันยายน 2569 หมวดทางหลวงพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงอยุธยา เข้าตรวจสอบบริเวณเกาะกลางถนนสายเอเชีย ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 22 ตำบลหันตรา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังได้รับแจ้งจากคนงานตัดหญ้าว่าพบชายต้องสงสัยเข้ามาขุดดินบริเวณเกาะกลางถนน และคาดว่าเกี่ยวข้องกับการลักลอบตัดสายไฟที่ฝังอยู่ใต้ดิน
เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและพบชายต้องสงสัยกำลังขุดดินอยู่บริเวณดังกล่าว จึงเข้าควบคุมตัวไว้ตรวจสอบ ทราบชื่อ นายสัมพันธ์ อายุ 44 ปี ชาวจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมตรวจสอบพื้นที่และอุปกรณ์ที่พบในจุดเกิดเหตุ ประกอบด้วย จอบ เสียม ชะแลง มีดคัตเตอร์ ไขควง กุญแจ และค้อนปอนด์ ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าอุปกรณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุหรือไม่
นอกจากนี้ จากการตรวจค้นกระเป๋าของชายคนดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบสิ่งของต้องสงสัยหลายรายการ รวมถึงยาบ้าจำนวน 7 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในซอง ขณะที่บริเวณเกาะกลางถนนพบร่องรอยการขุดดินเป็นทางยาวกว่า 30 เมตร ต่อเนื่องไปจนถึงบริเวณเสาไฟฟ้า โดยพบสายไฟที่ถูกขุดออกจากใต้ดินและนำมากองไว้บริเวณพงหญ้าใกล้จุดเกิดเหตุ อีกทั้งพบร่องรอยการปลอกสายไฟ โดยส่วนของสายทองแดงถูกนำออกไปแล้ว
จากการสอบถามเบื้องต้น นายสัมพันธ์ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า ตนมีอาชีพเดินเก็บขวดตามริมถนน ก่อนเดินมาพบบริเวณเกาะกลางถนนมีการขุดดินเป็นแนวยาว และพบว่ามีสายไฟฝังอยู่ใต้ดิน จึงนำจอบและเสียมมาขุดเพื่อจะนำสายทองแดงภายในสายไฟออกไปขายให้ร้านรับซื้อของเก่า โดยอ้างว่าสายทองแดงมีราคารับซื้อประมาณกิโลกรัมละ 300 บาท ตัดขโมยวันหนึ่งประมาณ 3 กิโลกรัม จะนำไปขาย
นายสัมพันธ์ยังให้ข้อมูลว่า เงินที่ได้จากการขายของเก่าจะนำไปซื้อยาบ้ามาเสพ เม็ดละ 20 บาท และยอมรับว่า มาขุดสายไฟจริงครั้งนี้เป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
ด้าน นายณัฐวุฒิ สัมมาทิตย์ หัวหน้าหมวดทางหลวงพระนครศรีอยุธยาที่ 1 เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากคนงานตัดหญ้าว่าพบชายต้องสงสัยมานั่งขุดดินบริเวณเกาะกลางถนน จึงเดินทางมาตรวจสอบ พร้อมประสานตำรวจทางหลวงเข้าร่วมตรวจสอบ กระทั่งพบชายคนดังกล่าวกำลังขุดดินอยู่ จึงเข้าตรวจสอบและตรวจค้น
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า แม้ชายต้องสงสัยจะให้ข้อมูลว่าเพิ่งเข้ามาขุดเป็นครั้งแรก แต่เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม เนื่องจากพบอุปกรณ์หลายรายการที่อาจใช้ในการขุดและตัดสายไฟ ขณะเดียวกันบริเวณถนนสายเอเชียช่วงดังกล่าวพบปัญหาไฟฟ้าส่องสว่างดับเป็นระยะทางยาว หลังมีสายไฟถูกตัดและสูญหาย ส่งผลให้ช่วงกลางคืนถนนบางช่วงมืดและอาจกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระบุว่า แม้สายทองแดงที่ถูกนำไปอาจมีมูลค่าไม่มากเมื่อเทียบกับความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่การลักลอบตัดสายไฟส่งผลกระทบต่อระบบไฟฟ้าส่องสว่างและสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการ รวมถึงอาจกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนที่ใช้เส้นทางดังกล่าว
ขณะที่ ร.ต.อ.คมสัน วรทรัพย์ รองสารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจทางหลวง เปิดเผยว่า หลังได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่หมวดทางหลวงพระนครศรีอยุธยา จึงเข้าตรวจสอบพื้นที่และพบชายต้องสงสัยพร้อมอุปกรณ์ที่ใช้ในการขุดดิน นอกจากนี้ยังพบยาบ้าจำนวน 7 เม็ด และพบร่องรอยการขุดดินเป็นแนวยาวประมาณ 30 เมตรไปจนถึงเสาไฟ รวมถึงสายไฟที่ถูกขุดขึ้นมาและถูกปลอกเอาส่วนของทองแดงออกแล้ว ก่อนนำไปกองไว้บริเวณพงหญ้า
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ประสานตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ เข้าร่วมตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอน ก่อนควบคุมตัวนายสัมพันธ์พร้อมของกลางส่งให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยข้อกล่าวหาและรายละเอียดทางคดีจะเป็นไปตามพยานหลักฐานและผลการสอบสวนของเ
จ้าหน้าที่

