วันอังคาร, กันยายน 29, 2026
Latest:
ในประเทศ

ไม่รอด..เซลล์สาวสุดแสบปลอมเอกสารทุจริตเงินบริษัทถูกจับได้จ้างอดีตแฟนวางเพลิง 

ไม่รอด..เซลล์สาวสุดแสบปลอมเอกสารทุจริตเงินบริษัทถูกจับได้จ้างอดีตแฟนวางเพลิง

 

 

เมื่อเวลา08.30น.วันที่29 ก.ย. พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม พ.ต.ท.วรงค์กรณ์ ขจรบุญญาวัฒน์ รองผกก.สส.สน.เพชรเกษม พ.ต.ท.ธวัชชัย ทิพย์วงษ์ สว.สส.สน.เพชรเกษม พร้อมฝ่ายสืบสวนสน.เพชรเกษม ร่วมกันจับกุมตัว นายเอมเรส บาดาส อายุ 31 ปี สัญชาติ ตุรกี ผู้ต้องหาคดี“วางเพลิงเผาทรัพย์โรงเรือน” ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 1237/2569 ลงวันที่ 26 ก.ย.69 โดยจับกุมตัวได้ที่ห้องเลขที่ 416 ลุมพินี สวีท ดินแดง-ราชปรารภ ถ.อโศก-ดินแดง แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ และน.ส.ชนกนันท์ หรือหวาน อุปถัมภ์ อายุ 40 ปี ชาวกทม. ผู้ต้องหาคดี”เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นวางเพลิงเผาทรัพย์โรงเรือน” ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 1239/2569

 

ลงวันที่ 28 ก.ย.69 จับกุมได้ที่หน้าบ้านเลขที่ 234 ถนนเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งเหนือ แขวงและ เขตหนองแขม กรุงเทพฯ

 

คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลา02.49 น.วันที่25ก.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สายตราวจสน.เพชรเกษมได้รับแจ้งเหตุจาก ศูนย์วิทยุ สน.เพชรเกษม ว่ามีเหตุเพลิงไหม้ บริษัท แซน เทค เซ็นเตอร์ จำกัด เลขที่82/358-359 โครงการสำเพ็ง2 แขวงและ เขตบางแค กรุงเทพฯ จึงไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพานิช2คูหา 3ชั้นครึ่ง ชั้น1-3เป็นออฟฟิศ เพลิงลุกไหม้ากชั้นล่างลุกลามขึ้นชั้นบนอย่างรวดเร็ว เนื่องจากวัสดุภายในเป็นพวกเฟอร์เอร์ โต๊ะทำงานและเอกสาร เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า3นาที เพลิงจจึงสงบ เพลิงลุกไหม้เสียหายประมาณ90 เปอร์เซ็นในที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต

 

ภายหลังเพลิงสงบพ.ต.อ.ปราโมทย์ พร้อมเหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อหาจจุดกำเนิดเพลิง จึงพบว่าจุดกำเนิดเพลิงอยู่ที่ตู้ใส่เอกสารชั้น1 จำนวน2จุด ซึ่งตรงนั้นไม่มีปลั๊กหรือสวิทไฟที่อาจจะลัดวงจร และได้กลิ่นน้ำมันเบนซิน จึงมั่นใจได้ว่าเป็นการวางเพลิง ประกอบกับนายสัญญา แก้วนิรัตน์ ผู้บริหารบริษัท ให้รายละเอียดกับพนักงานสอบสวนว่า ออฟฟิศนี้มีพนักงานประมาณ50คน ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับถังบำบัด มีโรงงานผลิตอยู่ที่จ.สมุทรสาคร และตู้เก็บเอกสารที่เป็นจุดกำเนิดเพลิงได้เก็บเอกสารที่บริษัทสั่งฟ้องน.ส.ชนกนันท์ หัวหน้าฝ่ายขาย ที่แอบยื่นยอดขายปลอมให้กับบริษัทบัญชี กระทั่งปี69 บริษัทจับได้ว่าน.ส.ชนกนันท์ โกงเงินบริษัทเป็นเงินกว่า6แสนบาท จึงได้แจ้งความดำเนินคดีไว้ที่สน.เพชรเกษม และน.ส.ชนกนันท์ได้ยอมไกล่เกลี่ยคืนเงินให้6แสนบาท แต่เมื่อตรวจสอบย้อนหลังไป10ปี ทำให้พบความเสียหายมากว่า10ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้รวบรวมหลักฐานทั้งหมดเก็บไว้ในตู้เอกสารนี้

 

เมื่อเจ้าหน้าที่ทราบเรื่องจึงได้ตรวจสอบภาพจากล้องวงจรปิดด้านหน้าบริษัท ทำให้ทราบว่า มีชายชาวต่างชาติ สวมหมวกันน็อกแบบเต็มใบ ใส่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าขี่รถจยย.ฮอนด้า สกูปปี้ สีชมพู ขาว ทะเบียน 7 กต 1781 กรุงเทพมหานคร มาจอดหน้าบริษัทและใช้คีมตัดกุญแจสายยูเข้าไปก่อเหตุ จึงได้ตรวจสอบชื่อผู้ครองครองรถ ปรากฏว่าเป็นบริษัทรถเช่าอยู่ย่านทองหล่อ โดยปรากฏชื่อผู้เช่าคือนายเอมเรส เช่าตั้งแต่วันที่22-24ก.ย.วันละ200บาท รวมยอดจ่าย600บาท และได้นำรถไปส่งคืนวันที่25 ก.ย.หลังจากก่อเหตุ

 

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่พักของนายเอมเรส กระทั่งตามไปรวบตัวมาได้ดังกล่าว สอบสวนนายเอมเรส ให้การว่า ได้รับการว่าจ้างจากน.ส.ชนกนันท์ ซึ่งเป็นอดีตแฟนสาวที่ตนรักมาก แต่เพิ่งเลิกลากันได้ประมาณ2เดือน โดยอดีตแฟนสาวโทรศัพท์มาเล่าให้ฟังอ้างว่า ถูกบริษัทฟ้องร้องเรียกเงินกว่า10ล้านบาท ซึ่งชดใช้ไปแล้ว6แสน แต่บริษัทไม่ยอมรวบรวมเอกสารย้อนหลังจำนวนมากเพื่อใช้เป็นหลักฐาน จึงจ้างตนเป็นเงิน1หมื่นบาท ให้เข้าไปช่วยเผาบริษัททั้งหมด ซึ่งน.ส.ชนกนันท์ โอนเงินให้ตนมาแล้วครั้งแรก1พันบาท ครั้งที่2อีก5พันบาท ตนเหมารถแท็กซี่มาดูลาดเลาก่อน2วัน และน.ส.ชนกนันท์ได้เอากุญแจสำรองมาให้ตนที่ห้างเทอร์มินอล ซอยสุขุมวิท22 แถมกำชับว่าไม่แน่ใจว่าเจ้าของจะเปลี่ยนกุญแจหรือเปล่า ให้ตนซื้อคีมตัดเหล็กเตรียมไปด้วย ตนจึงไปซื้อคีมตัดเหล็กจากร้านขายวัสดุก่อสร้าง แล้วเช่ารถจยย. ก่อนก่อเหตุได้ขี่รถจยย.ไปเติมน้ำมันเบนซินจนเต็มถัง แล้วเอามาดูดออกใส่ขวดน้ำโพลาลิสขนาด1.5ลิตรได้2ขวด จากกนั้นได้ไปที่บริษัท ลองเอากุญแตสำรองไขกุญแจ ปรากฏว่าไขไม่ได้ จึงใช้คีมตัดเข้าไปก่อเหตุ แต่ตนคิดว่าอาจมีคนพักอาศัยอยู่ จึงได้เผาแค่ตู้เก็บเอกสาร ไม่คิดว่าจะลุกลามไหม้หมดทั้งอาคาร

ต่อมาเจ้าหน้าที่ขยายผลตามไปรวบตัวน.ส.ชนกนันท์ได้ที่บ้านพักดังกล่าว จากการสอบสวนน.ส.ชนกนันท์ ให้การรับสารภาพว่า ก่อเหตุจริง และได้นำเงินทั้งหมดที่ยักยอกมาไปใช้ส่วนตัวและทำศัลยกรรมทั้งร่าง เพื่อให้หนุ่มๆสนใจ จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสน.เพชรเกษมเพื่อดำเนินคดีตาม

กฎหมายต่อไป