สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนมิจฉาชีพฉวยโอกาสลักทรัพย์ช่วงน้ำท่วม ซ้ำเติมผู้ประสบภัย โทษหนักจำคุกสูงสุด 5 ปี
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนมิจฉาชีพฉวยโอกาสลักทรัพย์ช่วงน้ำท่วม ซ้ำเติมผู้ประสบภัย โทษหนักจำคุกสูงสุด 5 ปี
วันนี้ (27 กันยายน 2569) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยเรื่องฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่นั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย รวมถึงปัญหาอาชญากรรมที่มิจฉาชีพอาจฉวยโอกาสเข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์สิน ซึ่งเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยในช่วงเวลาที่ต้องอพยพหรือทิ้งที่พักอาศัย
สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนให้ระมัดระวังอาชญากรรมในลักษณะดังกล่าว และขอเตือนไปยังผู้ที่คิดจะกระทำความผิดเกี่ยวกับโทษที่จะได้รับตามกฎหมาย ดังนี้
1. ห้ามฉวยโอกาสลักทรัพย์ในพื้นที่อุทกภัยอย่างเด็ดขาด – การกระทำดังกล่าวเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยและถือเป็นเหตุฉกรรจ์ ผู้กระทำความผิดจะถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (2) ฐานลักทรัพย์ในสถานที่เกิดอุทกภัยหรืออุบัติภัย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท ซึ่งมีบทลงโทษที่รุนแรงกว่าสถานการณ์ปกติ
2. ล็อกบ้านและจัดเก็บสิ่งของมีค่าให้มิดชิดก่อนอพยพ – หากจำเป็นต้องเดินทางออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ควรนำเอกสารสำคัญและทรัพย์สินมีค่าติดตัวไปด้วย ส่วนทรัพย์สินที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ให้จัดเก็บซ่อนไว้ในจุดที่ปลอดภัย มิดชิด และยกขึ้นที่สูงพ้นระดับน้ำ
3. จัดตั้งเครือข่ายเฝ้าระวังในชุมชน – นอกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ที่ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่แล้ว ขอให้ผู้ที่ยังคงอาศัยอยู่ในพื้นที่ ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการสอดส่องดูแลความเรียบร้อยของบ้านเรือนใกล้เคียง หรือเปิดไฟเพิ่มแสงสว่างบริเวณทางเข้าออกบ้านเพื่อป้องปรามมิจฉาชีพยามวิกาล
4. ตรวจสอบและรายงานบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย – หากพบเห็นบุคคลแปลกหน้าพายเรือ หรือขับขี่ยานพาหนะตระเวนตามบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมขังโดยไม่มีเหตุอันควร ให้รีบจดจำรูปพรรณสัณฐาน ลักษณะยานพาหนะ และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเข้าตรวจสอบทันที
ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเห็นบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยหรือได้รับความเสียหายจากการถูกลักทรัพย์ สามารถแจ้งเหตุได้ ผ่านช่องทางสายด่วน 191 หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 และกรณีต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน สามารถแจ้งให้ได้ที่ สายด่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) 1784 หรือ สายด่วน 1669 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

