วันอังคาร, กันยายน 22, 2026
ในประเทศ

ฝ่ายสืบสวนสน.วัดพระยาไกร รวบเฒ่า 66 อ้างที่ปรึกษา ผบช.น. หลอกฝากลูกสาวเข้าตำรวจ ตุ๋นเงินเพื่อนเกือบแสน

ฝ่ายสืบสวนสน.วัดพระยาไกร รวบเฒ่า 66 อ้างที่ปรึกษา ผบช.น. หลอกฝากลูกสาวเข้าตำรวจ ตุ๋นเงินเพื่อนเกือบแสน ​เมื่อวันที่ 22 ก.ย. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.และ พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5 สั่งการ พ.ต.อ.วาทิตย์ โรจนไพฑูรย์ ผกก.สน.วัดพระยาไกร พ.ต.ท.วรรษธร วาเกียรธนะ รอง ผกก.สส.ฯ พ.ต.ท.จักรพงศ์ พิทักษ์กรสกุล สว.สส.ฯ พ.ต.ต.ศิวัช ยังอุ่น สว.(สอบสวน) ฯ พ.ต.ท.อรุณ เลิศศักดิ์เกษตร สว.(สอบสวน) ร.ต.อ.ณัฐกิตติ์ เกียรติผดุงพงศ์ รอง สว.(สอบสวน) พร้อมกำลังฝ่ายสืบสวน สน.วัดพระยาไกร เข้าทำการจับกุม นายเสงี่ยม เจียมเจริญ อายุ 66 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 1196/2569 ลงวันที่ 1 ก.ย. 2569 ​ได้ที่บริเวณถนนริมคลอง ต.คลองตาคต อ.โพธาราม จ.ราชบุรี พร้อมของกลาง ชุดปกติขาวพร้อมเครื่องหมายราชการ และ นามบัตรระบุตำแหน่งที่ปรึกษากองบัญชาการตำรวจนครบาล ​การจับกุมสืบเนื่องมาจาก นายธนกร ผู้เสียหาย ซึ่งรู้จักกับนายเสงี่ยมผู้ต้องหามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 จากการทำกิจกรรมกลุ่มนักวิทยุสมัครเล่นด้วยกัน ต่อมาผู้ต้องหาได้เข้ามาพูดคุยหว่านล้อม อ้างว่าตนสนิทสนมกับผู้ใหญ่และผู้บัญชาการตำรวจนครบาล โดยดำรงตำแหน่งเป็น “ที่ปรึกษา ผบช.น.” พร้อมทั้งแสดงนามบัตร นำภาพแชตข้อความที่อ้างว่าคุยกับ ผบช.น. มาเปิดให้ดู และอ้างว่าสามารถช่วยฝากลูกหลานเข้ารับราชการตำรวจได้ ​ผู้เสียหายหลงเชื่อเนื่องจากอยากให้ลูกสาวได้รับราชการตำรวจ จึงถูกผู้ต้องหาอุบายเรียกเงินค่าดำเนินการหลายรายการ ผู้เสียหายจึงโอนเงินจากบัญชีตนเองไปยังบัญชีของผู้ต้องหาจำนวนหลายครั้ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 93,500 บาท แต่ต่อมาผู้เสียหายเกิดความสงสัย จึงแอบตรวจสอบไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาล จนพบว่าผู้ต้องหาไม่ได้เป็นที่ปรึกษาฯ ตามที่แอบอ้างจริง จึงนำหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดีที่ สน.วัดพระยาไกร ​กระทั่งพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับ และฝ่ายสืบสวนสืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีไปกบดานอยู่ในพื้นที่ จ.ราชบุรี จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวไว้ได้ ทั้งนี้รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบ เบื้องต้นยังมีผู้เสียหาย อีกจำนวนหลายรายที่ถูกหลอกในลักษณะเดียวกัน ซึ่งบางรายมีการยื่นฟ้องดำเนินคดีเองต่อศาลและถูกหลอกเสียเงินจำนวนหลักแสนบาท เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ฉ้อโกง, ปลอมเอกสารราชการ, ใช้เอกสารราชการปลอม และปลอมหรือเลียนเครื่องหมายราชการฯ” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร ดำเนินคดีตามกฎหมาย ​ด้าน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้แจ้งเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนว่า บช.น. ไม่มีนโยบายหรือพฤติการณ์ในการเรียกรับผลประโยชน์ใดๆ เพื่อแลกกับการรับบุคคลเข้าเป็นข้าราชการตำรวจในสังกัด โดยขั้นตอนการรับสมัครและสอบแข่งขันดำเนินการอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมตามกฎระเบียบของทางราชการทุกขั้นตอน หากประชาชนพบเห็นการแอบอ้าง หลอกลวง หรือฉ้อโกงในลักษณะดังกล่าว ขอให้แจ้งความร้องทุกข์ได้ที่สถานีตำรวจนครบาลทุกแห่งทันทีเพื่อดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดต่อไป //