“ป๋อง สุพรรณ” เซียนพระดัง เข้าพบ พงส.กองปราบ ให้ปากคำฐานะพยาน คดีมูลนิธิหวันโชติ-อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ยันบริสุทธิ์ใจ ทำบุญด้วยศรัทธา ไม่เกี่ยวเบิกจ่ายเงิน
“ป๋อง สุพรรณ” เซียนพระดัง เข้าพบ พงส.กองปราบ ให้ปากคำฐานะพยาน คดีมูลนิธิหวันโชติ-อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ยันบริสุทธิ์ใจ ทำบุญด้วยศรัทธา ไม่เกี่ยวเบิกจ่ายเงิน
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 22 ก.ย.69 ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายเสมอ งิ้วงาม หรือ “ป๋อง สุพรรณ” เซียนพระชื่อดัง เดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจในฐานะ “พยาน” หลังมีชื่อปรากฏเป็นหนึ่งในกรรมการจัดตั้งมูลนิธิหวันโชติ ซึ่งก่อตั้งโดย นายอติโชติ ทันประเสริฐ หรือ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่เดินทางมาถึง ป๋อง สุพรรณ ได้ส่งยิ้มและชูนิ้วทำท่า “มินิฮาร์ท” ให้กับสื่อมวลชน ก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนพร้อมเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการทำบุญ พิธีการสร้างวัตถุมงคล และแบบพระรุ่นต่างๆ ที่เคยช่วยประสานงาน โดยยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ “เหรียญเหนือดวง” ที่กำลังเป็นประเด็น
•ยันเป็นเพียงลูกศิษย์ศรัทธา ไม่เคยยุ่งเงินมูลนิธิ
ป๋อง สุพรรณ เปิดเผยว่า ตนเดินทางมาวันนี้ในฐานะพยาน เพื่อนำข้อมูลและหลักฐานมามอบให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย โดยตนเป็นกรรมการจัดตั้งมูลนิธิคนสุดท้ายที่เข้าให้ปากคำ ทั้งนี้ เหตุผลที่ยินยอมมีชื่อเป็นกรรมการจัดตั้ง เนื่องจากมีความศรัทธาในตัวอดีตเจ้าอาวาส และเห็นว่าเป็นมูลนิธิที่ทำประโยชน์ต่อสังคม
“ผมทำด้วยใจ ไม่เคยเอาเงิน ทำบุญไม่ได้ทำเอาเงิน ไม่เคยหวังสิ่งตอบแทน ส่วนเรื่องการเบิกจ่ายเงินมูลนิธินั้น ยืนยันว่าผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแม้แต่น้อย เป็นอำนาจของอดีตเจ้าอาวาส เลขานุการ และกรรมการที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น”
ป๋อง สุพรรณ ระบุเพิ่มเติมว่า เท่าที่ทราบ เงินบริจาคที่โอนเข้ามูลนิธิมีประมาณ 20 ล้านบาท ซึ่งยังคงอยู่ครบ และบางส่วนถูกนำไปซื้อเครื่องมือทางการแพทย์และแจกข้าวสารช่วยเหลือชาวบ้าน แต่ที่ผ่านมาตั้งแต่จัดตั้งมูลนิธิขึ้นมา ไม่เคยมีการเรียกประชุมกรรมการเลยสักครั้ง
•เสียใจพูดไม่ออก แยกแยะ “ศรัทธา” กับ “งมงาย”
เมื่อถามถึงความรู้สึกต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เซียนพระชื่อดังกล่าวน้ำเสียงจริงจังว่า รู้สึกเสียใจจนพูดไม่ออกและจุกอก ที่ผ่านมาไม่ได้ออกมาให้ข่าวทันทีเพราะไม่อยากให้พระพุทธศาสนาเสื่อมเสีย แต่เมื่อเป็นคดีความก็ต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐาน ผิดก็คือผิด
ตนเข้ามากราบไหว้อดีตเจ้าอาวาสและองค์พ่อจตุคามรามเทพ (องค์พ่อใหญ่) ตั้งแต่ปี 2551–2552 และเคยมาบวชเรียนที่วัดแห่งนี้เมื่อปี 2559 โดยมักจะเข้ามาไหว้วัตถุมงคลทุกวันพฤหัสบดี แต่ไม่ได้เข้าไปสุงสิงกับเรื่องภายในวัด ส่วนสีกาที่มีข่าวเกี่ยวข้องนั้น ตนไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว เพียงแต่เคยเห็นหน้าผ่านๆ เท่านั้น
•เตรียมแจง
ประเด็น “ถวายทองคำ”

ส่วนกรณีข้อสงสัยเรื่องการถวายทองคำ ป๋อง สุพรรณ ยืนยันว่าไม่มีอะไรปิดบัง และพร้อมจะออกมาชี้แจงรายละเอียดอย่างเปิดเผยอีกครั้งในเร็วๆ นี้ พร้อมทิ้งท้ายว่า ตนแยกแยะออกระหว่างความศรัทธากับความงมงาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์และวัดยังคงเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของลูกศิษย์ทุกคน หากในอนาคตต้องช่วยบูรณะหรือสร้างวิหาร ตนและศิษยานุศิษย์ก็พร้อมจะร่วมมือกันทำต่อเพื่อศาสนา
