วันอาทิตย์, กันยายน 20, 2026
Latest:
อาชญากรรม

ตามรวบโจรย่องเบาตระเวน “รื้อหลังคา-มุดฝ้า” ก่อเหตุ 4 คดีข้ามจังหวัด

ตามรวบโจรย่องเบาตระเวน “รื้อหลังคา-มุดฝ้า”
ก่อเหตุ 4 คดีข้ามจังหวัด

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้
การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.สุเทพ โตอิ้ม
รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป.,

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม โดย พ.ต.ท.สุวิจักขณ์ รัตนพันธ์ สว.กก.3 บก.ป., พ.ต.ต.ปองธรรม ปองไป ปรก.สว.กก.3 บก.ป.พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป.

ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา 1 ราย
นายธนกฤต ฯ หรือ “ต้อม” อายุ 48 ปี ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน บุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน และลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะฯ, โดยเข้าช่องทางซึ่งมิได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า และทำด้วยประการอื่นใดเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้” (จับสด)
สถานที่จับกุม บริเวณเพิงพักบ่อขยะ ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จว.นครพนม

ตรวจยึดของกลาง จำนวน 4 รายการ
1. รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ-แดงขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน (คันก่อเหตุ)
2. กางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน (สวมใส่ขณะก่อเหตุ)
3. กระเป๋าผ้าสีแดงลายช้าง แบบสะพายข้าง (ใช้สะพายก่อเหตุ)
4. หมวกนิรภัย SPACE CROWN สีดำ ลายแดง-ขาว-ดำ 1 ใบ

สืบเนื่องจากช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนมิถุนายน 2569 เกิดเหตุคนร้ายตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์และบุกรุกเคหสถานในพื้นที่รอยต่อ จ.มุกดาหาร และ จ.นครพนมรวม 4 เหตุการณ์ สร้างความเดือดร้อนและหวาดระแวงให้กับประชาชนในพื้นที่

เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 พ.ค.2569 เวลาประมาณ 17.00 น. คนร้ายปีนขึ้นไปรื้อกระเบื้องหลังคาและเจาะฝ้าเพดานบ้านพักแห่งหนึ่ง หมู่ 3 ต.คำป่าหลาย อ.เมืองมุกดาหาร แต่ระหว่างก่อเหตุระบบกล้องวงจรปิดของบ้านได้ส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยังโทรศัพท์มือถือของเจ้าของบ้าน
ทำให้คนร้ายตกใจรีบหลบหนี ทิ้งอุปกรณ์ที่ใช้ก่อเหตุไว้ในที่เกิดเหตุ

ต่อมาในวันที่ 3 มิ.ย.2569 เวลาประมาณ 23.00 น. คนร้ายย้อนกลับมายังบ้านหลังเดิมอีกครั้ง โดยสวมเสื้อฮู้ดลายตารางสีแดงแถบดำ ถุงมือผ้า และหน้ากากอนามัย ก่อนเข้าไปลักทรัพย์ภายในบ้าน จากนั้นขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปตามถนนชยางกูร มุ่งหน้า อ.ธาตุพนม จ.นครพนม

กระทั่งวันที่ 10 มิ.ย. 2569 เวลาประมาณ 01.20 น. คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนเข้าไป
ก่อเหตุลักหมวกนิรภัย บริเวณหอพักใกล้สามแยกสถานีอนามัยบ้านอุ่มเหม้า ต.อุ่มเหม้า อ.ธาตุพนม
จ.นครพนม

และในช่วงหลังเที่ยงคืนวันเดียวกัน คนร้ายยังเข้าไปก่อเหตุที่บ้านเช่าคนงานก่อสร้างทางรถไฟ หลังปั๊มน้ำมันบ้านโนนงาม ต.อุ่มเหม้า อ.ธาตุพนม ก่อนขโมยกระเป๋าสะพายของคนงาน ภายใน
มีโทรศัพท์มือถือ Samsung Galaxy A56 กุญแจรถกระบะ Power Bank เอกสารสำคัญ และบัตร ATM ก่อนหลบหนีไป

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป. ร่วมกับฝ่ายสืบสวน สภ.คำป่าหลาย และ สภ.ธาตุพนม
ลงพื้นที่เร่งติดตามตัวคนร้าย พร้อมตรวจสอบเส้นทางการหลบหนีและข้อมูลทางเทคนิค จนพบเบาะแสสำคัญว่า คนร้ายได้นำซิมการ์ดโทรศัพท์ของผู้เสียหายไปใส่และเปิดใช้งานกับโทรศัพท์ของตนเอง เจ้าหน้าที่จึงใช้ข้อมูลดังกล่าวแกะรอยความเคลื่อนไหว

จนนำไปสู่การเชื่อมโยงและพิสูจน์ทราบตัวผู้ก่อเหตุทราบชื่อคือ นายธนกฤตฯ หรือ “ต้อม” อายุ 48 ปี เมื่อตรวจสอบประวัติพบว่าเคยมีคดีเกี่ยวกับ
ลักทรัพย์และยาเสพติดมาแล้วหลายคดี ได้แก่ คดีลักทรัพย์ในเคหสถานโดยใช้ยานพาหนะ
เมื่อปี 2555 ในพื้นที่ สภ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร คดีลักทรัพย์ในเวลากลางคืนหรือรับของโจร ปี 2562
ในพื้นที่ สภ.เพ จ.ระยอง และคดียาเสพติด ปี 2566 ในพื้นที่ สภ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์

เจ้าหน้าที่สืบสวนต่อจนพบว่า นายธนกฤตฯ หลบไปพักอาศัยอยู่ที่ เพิงพักชั่วคราวบริเวณบ่อขยะเทศบาลตำบลน้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม จึงวางแผนเข้าตรวจสอบและสามารถควบคุมตัวไว้ได้

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบของกลางที่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ ได้แก่ รถจักรยานยนต์ หมวกนิรภัย และเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ ซึ่งมีลักษณะตรงกับภาพจากกล้องวงจรปิด

จากการสอบถามใน
ชั้นจับกุม นายธนกฤตฯ ให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามภาพจากกล้องวงจรปิดจริง โดยอ้างว่าไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง และมีพฤติกรรมดื่มสุรา วันเกิดเหตุมีอาการมึนเมา จึงขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนไปตามบ้านเรือนและหอพัก ก่อนก่อเหตุลักทรัพย์เพื่อนำเงินไปใช้จ่าย

นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังยินยอมพาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปชี้จุดเกิดเหตุทั้ง 4 แห่ง ในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.คำป่าหลาย และ สภ.ธาตุพนม จากนั้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง
ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ธาตุพนม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”