ในประเทศ

กองปราบเปิดปฏิบัติการ “BLACKLIST HUNT” กางบัญชีล่า

กองปราบเปิดปฏิบัติการ “BLACKLIST HUNT” กางบัญชีล่า

 

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้

การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.พงษ์พิทักษ์ เหล็กชูชาติ รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.รัฐมนตรี พันชูกลาง

รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.ณัฐดนัย สีแข่ไตร รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.ศิษฎ์ พูลวงศ์ รอง ผกก.3 บก.ป และ พ.ต.ท.พัฒนพงษ์ เสณีแสนเสนา รอง ผกก.3 บก.ป.

 

เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้น นำโดย พ.ต.ท.ศราวุธ ทองน้อย สว.กก.3 บก.ป., พ.ต.ท.อัครวุฒิ จันทร์เจริญ สว.กก.3 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าตำรวจ กก.3 บก.ป.

 

ร่วมจับกุม ผู้ต้องหาทั้งสิ้น 16 ราย

พฤติการณ์ กก.3 บก.ป. จัดทำบัญชีผู้ต้องหาสำคัญที่มีหมายจับติดตัว พร้อมกับได้ทำการสืบสวนหาตัวเพื่อเข้าไปทำการจับกุม โดยกำหนดห้วงปฏิบัติการระหว่างวันที่ 4 – 11 กันยายน 2569 เปิดจุดตรวจค้นและเข้าติดตามเป้าหมายรวม 16 จุด ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

 

กระทั่งสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ครบ 16 เป้าหมาย แบ่งเป็น

กลุ่มที่ 1 ผู้ต้องหาสำคัญ 5 ราย

 

หนึ่งในเป้าหมายสำคัญ คือ นายจักรกฤษณ์ฯ หรือ “ต้อม กระนวน” มือขวาของ “เปากระนวน” เครือข่ายค้ายาเสพติดที่มีประวัติยิงต่อสู้ตำรวจ โดยถูกแจ้งข้อหาเกี่ยวกับการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดย

ใช้กำลัง พยายามฆ่าผู้อื่น มีและใช้อาวุธปืน โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงคดีฆ่าเจ้าพนักงาน และร่วมกันครอบครองยาบ้า และอีก 2 เป้าหมาย คือ นายบอยฯ และ นางสาวกุลพรฯ ผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ ลำดับที่ 32 และ 33 มีค่าหัวรายละ 400,000 บาท

 

โดยสามารถติดตามตัวได้ถึงประเทศเมียนมา ทั้งสองราย

มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเครือข่ายจำหน่ายยาไอซ์ล็อตใหญ่ถึง 300 กิโลกรัม และ นายวิชุพันธุ์ฯ เครือข่ายยาบ้าในพื้นที่ จ.บึงกาฬ ซึ่งเกี่ยวข้องกับยาเสพติดล็อตใหญ่กว่า 1 ล้านเม็ด และ นายนิวัฒน์ฯ เครือข่ายยาไอซ์กว่า 214 กิโลกรัม

 

กลุ่มที่ 2 หัวจ่ายระดับอำเภอ 11 ราย

ชุดปฏิบัติการยังสามารถติดตามจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และอาวุธปืนอีก 11 ราย แบ่งออกเป็น

– กลุ่มเครือข่ายยาไอซ์ออนไลน์ในพื้นที่ อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น จำนวน 4 ราย

– เครือข่ายยาบ้าในพื้นที่ อ.กระนวน อ.หนองกุงศรี จ.ขอนแก่น จำนวน 5 ราย

– ผู้ต้องหาที่มีพฤติกรรมชอบพกกาอาวุธปืน จำนวน 1 ราย

– มีการปะทะและสามารถจับกุมผู้ต้องหาในพื้นที่ อ.หนองกุงศรี จำนวน 1 ราย

ตรวจยึดกระสุนปืน และยาบ้าจำนวน 18 เม็ด

 

จากการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 กลุ่ม ปฏิบัติการครั้งนี้ สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้รวม 16 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด ประกอบด้วย

ยาบ้ากว่า 1 ล้านเม็ด

ยาไอซ์ 514 กิโลกรัม

รถยนต์ 4 คัน

อาวุธปืน 3 กระบอก

รวมมูลค่าของกลางและทรัพย์สินกว่า 120 ล้านบาท

 

การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการ “ตัดวงจรตั้งแต่หัวจ่ายถึงเครือข่ายรายใหญ่” ไล่ล่าผู้ต้องหาที่มีหมายจับและพฤติการณ์อันตรายแบบไม่ให้มีที่หลบซ่อน แม้เป้าหมายบางรายหลบหนีออกนอกประเทศ ชุดสืบสวนยังเดินหน้าติดตามจนสามารถนำตัวกลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน

ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด

ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”