ในประเทศ

สาวเจ้าของธุรกิจปลาหมึกแห้ง ร้องทนายรัชพล โดนโพสต์แซะโกง-ท้าสาบาน-ล้อมรถค้นปืน วอนขอความยุติธรรม

สาวเจ้าของธุรกิจปลาหมึกแห้ง ร้องทนายรัชพล โดนโพสต์แซะโกง-ท้าสาบาน-ล้อมรถค้นปืน วอนขอความยุติธรรม

 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 กันยายน 2569 ที่สำนักงานทนายรัชพล ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี น.ส.กรองแก้ว ยอดแฉล้ม หรือคุณจริง อายุ 38 ปี เจ้าของกิจการ “อโณทัยลูกทะเลปลาหมึกแห้ง” ได้เดินทางเข้าพบ นายรัชพล ศิริสาคร ทนายความ เพื่อนำเอกสารและหลักฐานต่างๆ เข้าปรึกษาทางด้านกฎหมาย หลังถูกนางอุบล (ขอสงวนนามสกุล) คู่กรณีในวงการอาหารทะเลแห้งโพสต์ข้อความกล่าวหาและโจมตีในลักษณะเลื่อนลอยว่ามารดาและตนเองมีพฤติกรรมฉ้อโกง ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา

 

น.ส.กรองแก้ว หรือคุณจริง เปิดเผยว่า ความขัดแย้งดังกล่าวบานปลายจนกระทั่งเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ได้มีการนัดหมายท้าสาบานเพื่อบริสุทธิ์ใจ ณ ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ โดยในวันเกิดเหตุมีชาวบ้านและนายกเทศมนตรีในพื้นที่มาร่วมสังเกตการณ์ พร้อมทั้งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย อย่างไรก็ตาม สถานการณ์กลับเกิดความวุ่นวายขึ้น เมื่อมีกลุ่มคนตะโกนกล่าวหาว่า บิดาของตนเองพกพาอาวุธปืน ส่งผลให้กลุ่มชาวบ้านเข้าปิดล้อมรถยนต์และปิดประตูศาล ไม่ยอมให้เดินทางกลับ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าทำการตรวจค้นรถยนต์คันดังกล่าว แต่ไม่พบอาวุธปืนหรือสิ่งผิดกฎหมายใดๆ ตามที่ถูกกล่าวหา

 

น.ส.กรองแก้ว หรือคุณจริง ระบุเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตกใจและหวาดกลัวให้กับตนเองและครอบครัวเป็นอย่างมาก รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ต่างมองฝ่ายตนเองไม่ดี จึงตัดสินใจเดินทางมาพบทนายรัชพลในวันนี้ เพื่อขอคำปรึกษาทางกฎหมายและดำเนินการฟ้องร้องเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

 

ด้าน ทนายรัชพล กล่าวว่า โดยหลักการแล้วการตรวจค้นรถยนต์ของประชาชน เจ้าหน้าที่ต้องมี “เหตุอันควรสงสัย” ตามกฎหมาย ซึ่งฝ่ายคุณจริงก็ยินยอมให้ตรวจค้นเพื่อความบริสุทธิ์ใจ สำหรับผู้ที่กล่าวหาหรือให้ข้อมูลต่อสาธารณชนว่าบุคคลอื่นมีอาวุธปืน แต่เมื่อตรวจค้นแล้วไม่พบความจริง การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐาน “หมิ่นประมาท” เนื่องจากทำให้ผู้ถูกกล่าวได้รับความเสียหาย เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังจากสังคม โดยผู้เสียหายสามารถดำเนินการฟ้องร้องหรือร้องทุกข์ดำเนินคดีได้ภายในระยะเวลา 3 เดือน

 

นอกจากนี้ ในส่วนของการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าทำการจับกุม หากพบว่าข้อมูลที่แจ้งไม่เป็นความจริง การกระทำนั้นอาจเข้าข่ายความผิดฐาน “แจ้งความเท็จ” เพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งถือเป็นการสร้างความเสียหายแก่ผู้ถูกกล่าวหาโดยตรง

 

ทั้งนี้ ทนายรัชพลยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงบทบาทของ “นายกเทศมนตรี” ในเหตุการณ์ดังกล่าว โดยมองว่า ในฐานะฝ่ายปกครอง นายกเทศมนตรีมีหน้าที่หลักคือการบริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย ไม่ได้มีหน้าที่โดยตรงในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขในลักษณะของการเข้าตรวจค้นหรือจับกุม จึงต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติมว่ามีความเกี่ยวข้อง มีความสนิทสนม หรือมีส่วนได้ส่วนเสียกับฝ่ายใดในเหตุการณ์นี้หรือไม่ สุดท้าย การจะดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทหรือแจ้งความเท็จหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับผู้เสียหายว่าจะตัดสินใจดำเนินการทางกฎหมายอย่างจริ

งจังเพียงใด