ปทุมธานี สลด!แม่ใจร้ายทิ้งทารกแรกเกิดป่าหญ้าเป็นบ่อน้ำร้างเสียชีวิตมา 2-3วันหลังมีรอยถลอกคล้ายถูกสัตว์คาบมาบนพงหญ้า
ปทุมธานี สลด!แม่ใจร้ายทิ้งทารกแรกเกิดป่าหญ้าเป็นบ่อน้ำร้างเสียชีวิตมา 2-3วันหลังมีรอยถลอกคล้ายถูกสัตว์คาบมาบนพงหญ้า
เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 7 กันยายน 2569 พ.ต.ท.ภัคนิจ ถนอมจิตร สว (สอบสวน) สภ.เมืองปทุมธานี ได้รับแจ้งมีเหตุพบศพเด็กทารกถูกทิ้งไว้ ภายในซอยพูลศรี ซอย 8 (ฝั่งตะวันตก) ม.1 ต.บางขะแยง อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ แพทย์และเจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุภายในซอยพูลศรี 8 เป็นซอยตันซึ่งมีลักษณะมีบ่อน้ำร้างเป็นป่าหญ้าขึ้นรกชันลับตาบริเวณที่เกิดเหตุเป็นพงหญ้า เจ้าหน้าที่พบศพเด็กทารกแรกเกิด เพศหญิงยังมีสายสะดือติดอยู่สภาพศพขึ้นอืดเริ่มเน่าเปื่อยและห่างกันไปประมาณ 5 เมตรพบสายรกเน่าส่งกลิ่นตกอยู่อีก 1 ขดใกล้บ่อน้ำ เจ้าหน้าที่จึงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นจากการชันสูตรของแพทย์ระบุว่า เป็นศพทารกแกเกิดที่เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2-3 วันและเป็นในลักษณะน่าจะมีสุนัขคาบจากจุดที่พบสายรกตกอยู่ริมบ่อน้ำเนื่องจากด้านแผ่นหลังมีรอยถลอก
จากการสอบถามนายสุนัน ภู่เกลี้ยง อายุ 51 ปีอยู่บ้านเลขที่ 95/7 อยู่ในซอยดังกล่าว และเป็นบ้านหลังสุดท้ายซึ่งเป็นคนพบศพทารกคนแรก ให้การว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.10 น.ขณะที่ตนเองขับรถกระบะจะมารับลูกชายที่บ้านเพื่อจะออกไปตลาดกันและได้ขับเลยบ้านไปเล็กน้อยเพื่อไปกลับรถจังหวะนั้นก็ได้เห็นร่างของเด็กตนเองนึกว่าเป็นตู๊กตาทิ้งไว้พงหญ้าริมทางแต่เอ๊ะใจว่าทำไมเห็นมีแมงวันตอม จึงจอดรถแล้วมาบอกลูกชายแล้วเดินไปดูด้วยกัน จึงพบว่าเป็นเด็กทารกที่ถูกนำมาทิ้งเสียชีวิตแล้วจากนั้นจึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่เทศกิจเทศบาลบางขะแยงเพื่อให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปทุมธานีมาตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นซอยตันและบ่อน้ำหน้าแล้งทางเจ้าหน้าที่เขาจะนำรถแบ็กโฮมาดันป่าหญ้าและไม่มีกล้องวงจรปิด
ด้านพ.ต.ท.ภัคนิจ ถนอมจิตร สว (สอบสวน) สภ.เมืองปทุมธานี เปิดเผยว่าจะประสานให้ทางชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางเข้า-ออกในซอยพูนศรีปทุมธานีสายในเพื่อเร่งติดตามตัวแม่หรือผู้ที่นำทารกมาทิ้งมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และให้ทางมูลนิธิร่วมกตัญญูนำศพเด็กทารกส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เพื่อชันสูตร สาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง

