ป.ป.ส. เปิดยุทธการ “ตัดเนื้อร้าย” ครั้งที่ 19 ลุยปราบยาเสพติดในเจ้าหน้าที่รัฐ ย้ำ “คนของรัฐต้องเป็นต้นแบบ” จับพร้อมยาบ้า 9 เม็ด ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง
ป.ป.ส. เปิดยุทธการ “ตัดเนื้อร้าย” ครั้งที่ 19 ลุยปราบยาเสพติดในเจ้าหน้าที่รัฐ ย้ำ “คนของรัฐต้องเป็นต้นแบบ” จับพร้อมยาบ้า 9 เม็ด ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง
สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม เดินหน้ายุทธการ “ตัดเนื้อร้าย” ครั้งที่ 19” เร่งจัดการผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในทุกระดับ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งต้องเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ประชาชน พร้อมดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นการเสพ ครอบครอง ค้า สนับสนุน หรือสมคบกันกระทำความผิด โดยกรณีเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ล่าสุดตรวจพบสารเสพติดในร่างกายและยาบ้า 9 เม็ด ขณะที่ต้นสังกัดอยู่ระหว่างดำเนินการ “ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง”
เมื่อวันพุธที่ 2 กันยายน 2569 นายมานพ แสงโสทร ผอ.ปปส.ภ.3 มอบหมายให้ ว่าที่ ร.ต.ธีรพันธ์ นาคปานเอี่ยม ผอ.บก. พร้อมเจ้าหน้าที่ ปปส.ภ.3 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา นำโดย พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รอง ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ ช่วยราชการ ภ.จว.นครราชสีมา ลงพื้นที่อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา ตรวจสอบข้อร้องเรียนกรณีเจ้าหน้าที่รัฐสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่ง มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
การดำเนินการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธการตัดเนื้อร้าย ตามนโนยายของ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ซึ่งมุ่งตัดวงจรยาเสพติดตั้งแต่ผู้เสพ ผู้ครอบครอง ผู้ค้า ไปจนถึงผู้สนับสนุนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะบุคลากรภาครัฐ ซึ่งมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายและดูแลประโยชน์ของประชาชน จึงจำเป็นต้องยึดถือความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นแบบอย่างที่ดี หากพบเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จะต้องดำเนินการทั้งในส่วนของคดีอาญาและมาตรการทางวินัยตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
จากการเข้าพบผู้บริหารของหน่วยงานเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงตามข้อร้องเรียน ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี เจ้าหน้าที่ได้ตรวจปัสสาวะนายอมร (สงวนนามสกุล) บุคคลตามข้อร้องเรียน ผลการตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย จากนั้นตรวจค้นพบยาบ้า จำนวน 8 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสตางค์ และอีก 1 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์ รวมยาบ้าของกลางทั้งสิ้น 9 เม็ด พร้อมยึดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบ มูลค่าประมาณ 200,000 บาท
เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการจับกุม พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ชุมพวง ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลไปตรวจค้นบ้านเในพื้นที่หมู่ 3 ตำบลโนนยอ อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งนายอมรให้ข้อมูลว่าเป็นแหล่งที่มาของยาบ้า ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมายและไม่พบบุคคลตามที่ให้ข้อมูล
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและความเชื่อมโยงของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด หากพบพยานหลักฐานว่าเข้าข่ายเป็นผู้ สมคบ สนับสนุน หรือมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป
สำหรับเจ้าหน้าที่รัฐรายดังกล่าว ขณะนี้ต้นสังกัดได้ดำเนินการ ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงและความรับผิดทางวินัยควบคู่กับการดำเนินคดีอาญา โดยให้เป็นไปตามกระบวนการและหลักเกณฑ์ทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม ย้ำว่า “เจ้าหน้าที่รัฐต้องเป็นต้นแบบ ไม่ใช่ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด” หากบุคลากรของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ย่อมกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและภาพลักษณ์ของหน่วยงานภาครัฐ จึงต้องดำเนินการอย่างจริงจัง โปร่งใส และตรวจสอบได้ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสให้ข้อมูลได้ที่ สายด่วน ป.ป.ส. โทร 1386 ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด พร้อมเดินหน้าตรวจสอบ จับกุม และขยายผลตัดวงจรยาเสพติดและผู้ที่อยู่เบื้องหลังอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสังคมปลอดภัยจากยาเสพติดอย่างยั่งยืน
