ในประเทศ

สืบนครบาล 2 แกะรอยรวบ “อ้วน เทเลทับบี้” เอเย่นพ็อตซอมบี้ ครบเครื่อง “ผสม-ส่งลูกค้าเอง” หัวหมอซุกของกลางในรถอื้อ

สืบนครบาล 2 แกะรอยรวบ “อ้วน เทเลทับบี้” เอเย่นพ็อตซอมบี้ ครบเครื่อง “ผสม-ส่งลูกค้าเอง” หัวหมอซุกของกลางในรถอื้อ

เมื่อวันที่ 2 ก.ย.พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 พ.ต.อ.อธิบดี เสริมสุข ผกก.สส.บก.น.2, พ.ต.ท.ชนันท์ธัช แก้วทอง รอง ผกก.สส.บก.น.2, พ.ต.ท.ปฏิญญา มณีโชติ, พ.ต.ท.ชัยวิรัตน์ ชาติสันติกุล และ พ.ต.ต.ธนภัทร กำลังแรง สว.กก.สส.บก.น.2 พร้อมกำลังเจ้าพนักงานตำรวจ กก.สส.บก.น.2 จับกุมตัวนายณัฐิวุฒิ หรืออ้วน อายุ 34 ปี พร้อมของกลาง รวม มูลค่าประมาณ 2,500,000 บาท ดังนี้ เอโทมิเดต หรือ “พอร์ตเค” 1,078 หัว, ยาไอซ์ 4.7 กรัม, ชุดหัวพอตพร้อมเข้าสู่กระบวนการผลิต 34,000 ชุด หากเล็ดลอดไปได้ สร้างมูลค่ากว่า 60 ล้านบาท, รถยนต์ 1 คัน, รถ จยย. 2 คัน, โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และวัตถุดิบ อุปกรณ์เครื่องมือในการผลิตอีกเป็นจำนวนมาก ได้ที่บริเวณลานจอดรถวัดสุวรรณารามราชวรวิหาร ซ.จรัญสนิทวงศ์ 32 แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย ต่อเนื่อง ซ.อิสรภาพ 28 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กทม.

สืบเนื่องจากสืบนครบาล 2 ได้ทำการสืบสวนและเฝ้าติดตามพฤติการณ์ของกลุ่มบุคคลที่ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดและพอตซอมบี้ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร กระทั่งสืบทราบถึงเครือข่ายที่เรียกกันในทางการสืบสวนว่า “แก๊งเทเลทับบี้” เนื่องจากใช้ซองบรรจุภัณฑ์เป็นตราสัญลักษณ์ของตัวการ์ตูนเทเลทับบี้ จึงเฝ้าติดตามพบว่า กลุ่มดังกล่าวใช้รถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค สีขาว เปรียบเสมือน “โกดังเคลื่อนที่” ภายในรถซุกซ่อนหัวพอตซอมบี้ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตไว้เป็นจำนวนมาก ก่อนนำรถออกตระเวนจัดส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าตามคำสั่งซื้อในพื้นที่ถนนอิสรภาพ–ถนนอรุณอัมรินทร์ และพื้นที่ใกล้เคียงเพื่ออำพรางและหลีกเลี่ยงการตรวจพบ

กลุ่มดังกล่าวจะสลับนำรถเข้าไปจอดตามซอยข้างวัดหงส์และบริเวณลานวัดทอง เปลี่ยนจุดไปมา โดยใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นจุดพักรถและเก็บสินค้า รอรับคำสั่งก่อนนำรถออกไป “ปล่อยของ” ตามออเดอร์

จากการสืบสวนยังพบความเชื่อมโยงว่า กลุ่มดังกล่าวใช้บ้านพักแห่งหนึ่งบริเวณข้างวัดหงส์เป็นสถานที่สำหรับผลิตหัวพอตซอมบี้ โดยมีการเคลื่อนย้ายทั้งอุปกรณ์ วัตถุดิบ และสินค้าระหว่างรถยนต์กับสถานที่ผลิต ก่อนวางแผนเข้าจับกุม โดยกระจายกำลังซุ่มเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณโดยรอบลานวัดทอง ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่รถยนต์เป้าหมายถูกนำมาจอดเป็นประจำกระทั่ง “อ้วน เทเลทับบี้” เดินเข้ามายังรถยนต์เป้าหมายและเปิดรถเตรียมนำออกไป สืบนครบาล 2
จึงแสดงตัวเข้าควบคุมตัวไว้ได้โดยละม่อม

จากการตรวจค้นตัวและสิ่งของที่อยู่ในความครอบครอง พบยาไอซ์พร้อมอุปกรณ์การเสพ รวมถึงพอตเคที่ผู้ถูกจับระบุว่าเก็บไว้สำหรับเสพเอง

จากการสอบผู้ถูกจับให้ข้อมูลว่า ตนมีพฤติการณ์เสพทั้งยาไอซ์และพอตเค โดยจะใช้สลับกัน และในบางครั้งภายหลังเสพยาไอซ์แล้วจะสูบพอตเคตาม เมื่อตรวจค้นภายในรถยนต์ พบหัวพอตซอมบี้กว่า 1,000 หัว พร้อมอุปกรณ์ วัตถุดิบ และสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการผลิตพอตซอมบี้อีกจำนวนมาก จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง

จากการสอบสวนและแนวทางการสืบสวนพบว่า “อ้วน เทเลทับบี้” ไม่ได้มีหน้าที่เพียงนำสินค้าไปจัดส่งให้แก่ลูกค้าเท่านั้น แต่ยังมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับหลายขั้นตอนของขบวนการ ทั้งการผลิตหัวพอต การจัดเก็บสินค้า การเคลื่อนย้าย ตลอดจนการนำพอตซอมบี้ไปส่งตามออเดอร์ของลูกค้าจึงนับเป็นบุคคลสำคัญที่เชื่อมโยงทั้ง “สายผลิต” และ “สายโลจิสติกส์” ของแก๊ง และนำไปสู่ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและบุคคลที่เกี่ยวข้องในระดับที่สูงขึ้น นอกจากนี้ จากการสอบผู้ต้องหายังให้ข้อมูลถึงวิธีการที่ใช้ภายในกลุ่มว่า น้ำยาพอตเคที่มีสารเอโทมิเดตซึ่งผ่านการปรุงและเตรียมมาแล้ว จะถูกนำมาผสมเพิ่มเติมกับ PG (Propylene Glycol) และ VG (Vegetable Glycerin/Glycerol) เพื่อเพิ่มปริมาณ เพิ่มกำไร ก่อนนำไปใช้ในกระบวนการบรรจุและประกอบเป็นหัวพอตสำหรับจำหน่ายต่อไป

ข้อมูลดังกล่าวสืบนครบาล 2 สามารถเชื่อมโยงไปยังบ้านพักแห่งหนึ่งบริเวณข้างวัดหงส์ ซึ่งตรงกับข้อมูลการสืบสวนก่อนหน้านี้ เป็นเหตุอันควรเชื่อว่าสถานที่แห่งนี้ลักลอบผลิตพอตซอมบี้ จึงทำการขยายผลเข้าปิดล้อมตรวจสอบในคืนเดียวกัน

จากการตรวจสอบภายในสถานที่ดังกล่าว พบอุปกรณ์ วัตถุดิบ และสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการผลิตพอตซอมบี้เป็นจำนวนมาก รวมถึงหัวพอตที่อยู่ในสภาพพร้อมเข้าสู่กระบวนการผลิตอีกเกือบ 30,000 ชิ้น จึงทำการตรวจยึดสิ่งของทั้งหมดไว้เป็นของกลาง เพื่อดำเนินการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์และใช้ประกอบการสืบสวนขยายผลไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเครือข่าย ดังกล่าวต่อไป

เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา นายณัฐิวุฒิ หรือ “อ้วน เทเลทับบี้” 4 ข้อหา ได้แก่ 1.“ผลิตและจำหน่ายซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (เอโทมิเดต หรือพอตเค) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า” 2.“ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง” 3.“มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” และ 4.“เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย”
จากนั้นนำตัวผู้ถูกจับพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.บางกอกน้อย เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมเดินหน้าขยายผลติดตามบุคคลที่หลบหนีและผู้ร่วมขบวนการรายอื่นต่อไป.