วันจันทร์, สิงหาคม 24, 2026
Latest:
ในประเทศ

แถลงร่วม 3 ฝ่าย สรุปเหตุป่วนชายแดนใต้ 4 จังหวัด 75 เหตุการณ์ เจ็บ 11 ราย เสียหายหนัก เร่งล่าผู้ก่อเหตุ-เยียวยาประชาชน

แถลงร่วม 3 ฝ่าย สรุปเหตุป่วนชายแดนใต้ 4 จังหวัด 75 เหตุการณ์ เจ็บ 11 ราย เสียหายหนัก เร่งล่าผู้ก่อเหตุ-เยียวยาประชาชน

 

วันที่ 24 สิงหาคม 2569 ที่ ห้องประชุมศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี มีการแถลงร่วม 3 ฝ่าย เพื่อสรุปภาพรวมสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ห้วงวันที่ 22-23 สิงหาคม 2569 หลังเกิดเหตุการณ์หลายรูปแบบในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา

 

การแถลงครั้งนี้มี พันเอกเอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า , พันตำรวจเอก สรชัช ปร่ำเป็ง ผู้กำกับสอบสวน กลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ และพันโท เชิด อักษรรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมชี้แจงรายละเอียดสถานการณ์

 

พันเอกเอกวริทธิ์ ชอบชูผล รอง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

เปิดเผยภาพรวมว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงคืนวันที่ 22-23 สิงหาคมที่ผ่านมา มีทั้งการวางเพลิง เผายางรถยนต์ เผากล้องวงจรปิด การทำลายทรัพย์สินของทางราชการและประชาชน รวมถึงความเสียหายต่อระบบสาธารณูปโภค

 

ภาครัฐให้ความสำคัญกับทั้งตัวเหตุการณ์และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนและการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยหน่วยงานด้านความมั่นคงได้เร่งเข้าตรวจสอบและประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ พร้อมบูรณาการกำลังจากทุกฝ่ายเพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน

 

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เร่งรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานจากจุดเกิดเหตุ เพื่อนำไปวิเคราะห์ ขยายผล และติดตามตัวผู้ก่อเหตุรวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการตามกฎหมาย

 

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เร่งดูแลพื้นที่และทำให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว รวมถึงสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในชุมชน

 

ทางด้าน พันตำรวจเอกสรชัช ปร่ำเป็ง ผู้กำกับสอบสวน กลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า จากการรวบรวมข้อมูลเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา พบเหตุการณ์รวมทั้งสิ้น 75 เหตุการณ์

 

ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานร่วมกับเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดและหน่วยงานความมั่นคง เพื่อวิเคราะห์รายละเอียดของเหตุการณ์และขยายผลไปยังกลุ่มผู้ก่อเหตุ รวมถึงผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง

 

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อวิเคราะห์เส้นทางทั้งเส้นทางหลักและเส้นทางรองที่กลุ่มผู้ก่อเหตุอาจใช้ในการเดินทาง ก่อนนำข้อมูลเข้าสู่กระบวนการสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

พันตำรวจเอกสรชัช ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการอย่างเต็มความสามารถ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

 

สรุปความเสียหาย เจ็บ 11 ราย อาคาร 17 แห่ง รถ 40 คัน

ขณะที่ พันโทเชิด อักษรรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยข้อมูลความเสียหายจากเหตุการณ์ล่าสุดว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 11 ราย แบ่งเป็นชาย 6 ราย และหญิง 5 ราย

ส่วนทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย ประกอบด้วย

อาคารได้รับความเสียหาย 17 แห่ง , ยานพาหนะได้รับความเสียหาย 40 คัน , เสาไฟฟ้าได้รับความเสียหาย 32 ต้น , เสาสัญญาณโทรศัพท์ได้รับความเสียหาย , กล้องวงจรปิดได้รับความเสียหาย 4 ตัว ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือ และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ พร้อมจัดตั้ง “ศูนย์การสื่อสารและการช่วยเหลือเยียวยาจากเหตุการณ์ความรุนแรงจังหวัดชายแดนภาคใต้” เพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกประสานงานระหว่างผู้ได้รับความเสียหายกับหน่วยงานภาครัฐ

ศูนย์ดังกล่าวจะช่วยเร่งรัดการประเมินและชดเชยความเสียหาย ติดตามการช่วยเหลือเป็นรายกรณี และมีทีมปฏิบัติงานในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงกระบวนการเยียวยาได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงติดตามความคืบหน้าการช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

พันโทเชิด ยืนยันว่า ภาครัฐจะดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ ทั้งด้านการดำรงชีวิต การฟื้นฟูความเสียหาย และการประสานความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

 

ด้าน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐ และหากพบเบาะแส บุคคล หรือพฤติกรรมที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ สามารถแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วน 1341 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะได้รับการเก็บรักษาเป็นความลับ

 

ภาครัฐยืนยันว่าจะเดินหน้าบูรณาการการทำงานทุกภาคส่วน ทั้งการรักษาความปลอดภัย การรวบรวมพยานหลักฐานและติดตามผู้ก่อเหตุ การช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ตลอดจนการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน เพื่อให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับคืนสู่ความสงบ และประชาชนสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัย