ภูมิภาค

ปราจีนบุรี กว่า 600 คนวันหยุด! ชุมนุมเรียกร้องไม่เอา EEC หน้าศาลากลาง

ปราจีนบุรี กว่า 600 คนวันหยุด! ชุมนุมเรียกร้องไม่เอา EEC หน้าศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี ต.ไม้เค็ด อ.เมืองปราจีนบุรี ขอแค่ “นายอนุทิน นายกรัฐมนตรี”ลงนามยกเลิกไม่ให้ปราจีนบุรีเข้าร่วมเป็นEECจังหวัดที่4ยืนยันปักหลักยาว

 

เมื่อวันที่23สิงหาคม2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจ.ปราจีนบุรี กลุ่มปราจีนบุรีเข้มแข็งนำโดยนายสุเมธ เหรียญพงษ์นาม นายสุนทรคมคาย รวมจากทั้ง7อำเภอของปราจีนบุรีในวันหยุดสุดสัปดาห์ได้มาร่วมแสดงพลังในการไม่เอาเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือ EEC หลังมีมติที่จะนำจ.ปราจีนบุรีเข้าเป็นจังหวัดที่4ต่อจากชลบุรี จ.ระยอง จ.ฉะเชิงเทรา โดยทางประชาชนได้รวมชื่อคัดค้านไปมากกว่า1.1รายชือเสนอต่อนานอนุทิน ชาญวีรกุลนายกรัฐมนตรี ที่ขอให้ยกเลิก ต่อมาทางรัฐบาลมอบหมายให้นายสุชาติ ชมกลิ่นรมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาแจ้ง ไม่เอาจ.ปราจีนบุรีเข้าEECแต่กลุ่มผู้ขุมนุมชาวปราจีนบุรีเข้มแข็งไม่ยินยอม ต้องการให้นายอนุทิน ชาญวีรกุลนายกรัฐมนตรีลงนามเป็นลายลักษณ์อักษรณ์ และยืนหยัดปักหลักชุมนุมเรียกร้องหน้าศาลากลางต่อเนื่องเป็นวันที่7

 

โดยพบวันหยุดนี้ประชาชนออกมาฟังการอภิปรายแสดวความเห็นแสดวพลังมากที่สุด

 

และพบบรรยากาศพากันปักหลักร่วมกิน-นอนหน้าศาลากลางจังหวัดมีการจัดทำครัวบริการ

 

พบแม่ครัวมาจากเกษตรอินทรีย์ดงบัง,กบินทร์บุรี,พ่อครัว โคกปีบ อำเภอศรีมโหสถ บ้านสวนเมตตาปราจีนบุรี สวนสมุนไพร เมนูอาทิ ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ 100 กิโลกรัม ผัดซีอิ้ว มากัน 3 คน และผู้ร่วมชุมนุมก็นำอาหารมาทำโรงครัวกินกันเอง มีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนปราศรัย ด้านหมอรัตตะนะ ก็มีข้าวแกงส้ม ปลาร้าสับ ป้าน้อยชมรมรักบ้านเกิด รักในหลวงก็มาร่วมประมาณ 5-6 คน จากอำเภอเมืองร่วม กล่าวว่า เราต้องดูแลบ้านของเราเอง เป็นตาสับปะรด ช่วยกันดูแลไม่ให้ใคร เอาอะไรมาทิ้ง เช่นเคย ไปที่อื่น เอาขยะไปวางไว้แล้ว มีคน เขาเขียนไวนิล ด่า สาปแช่ง ต่อไปเราก็ต้องทำแบบนั้นบ้าง ไม่ต้องรอกฎหมาย คุณแดงอำเภอเมือง บอกว่า ไม่เอาขยะ สะสม สารพิษทุกวันนี้ น้ำใช้ไม่ได้

 

นางเฉลิม เรืองรักษา อายุ 82 ปีมาจากคลองรั้ง ไม่อยากได้ EC เพราะว่ามันเป็นขยะสารพิษทำให้คัน ขับรถมาเอง พร้อมลูกหลาน

 

นางทองสุข มาจากกบินทร์บุรี มากัน 4-5 คน ที่บ้านทำการเกษตร นางลำดวน สึกมา อายุ 68 ปี และนางบุญเรือง บุญเกิดอายุ 62 ปี ต.ลาดตะเคียน มาด้วยกัน 3-4 คน ปลูกมันปลูกข้าวโพด เลี้ยงวัวเลี้ยงควาย น้ำดำ ไม่เอา eec มีลูกหลานทำโรงงาน อุตสาหกรรม 304 โรงงานกระดาษ และ Honda

 

ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์นายสุนทร คมคายแกนนำกลุ่มปราจีนบุรีเข้มแข็ง กล่าวว่า

 

 

วันนี้เป็นวันอาทิตย์เราก็เลยยกระดับเป็นชุมนุมใหญ่ สำหรับพี่น้องที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องที่ทำงานโรงงานเอกชน วันนี้ก็หยุดงานวันอาทิตย์ ก็มาร่วมกันแสดงพลังของพี่น้องชาวปราจีนบุรี ในการคัดค้าน การไม่เอาปราจีนบุรีเข้าสู่ EEC โดยการที่ เสนอให้ท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานบอร์ด EEC ถอนมติ ทบทวนมติที่เห็นด้วยในหลักการ ที่เอาปราจีนบุรีเข้า EEC เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ”

 

พบมีผู้มาแสดงพลัง ตอนนี้ก็น่าจะประมาณสัก 600 แล้วครับ”

 

มาจากทุกอำเภอในจังหวัดปราจีนบุรี ไม่ว่าจะเป็น โคกปีบ ศรีมโหสถ บ้านสร้าง เมือง ประจันตคาม นาดี แล้วก็กบินทร์บุรี อันนี้ก็ครบทุกอำเภอ แล้วก็มีพี่น้องที่จังหวัดบ้านใกล้เรือนเคียง ไม่ว่าจะเป็นฉะเชิงเทรา นครนายก รวมถึงสระแก้ว ที่กำลังได้รับมลภาวะมลพิษอย่างหนักอยู่ในปัจจุบันนี้ ก็ลงมาช่วยกัน”

 

นายสุนทรกล่าว

 

พร้อมกันนี้ได้มีการประกาศแถลงการณ์ ระบุความว่า

แถลงการณ์เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง

เรื่อง คัดค้านการขยายพื้นที่ EEC หยุดการทำลายและปกป้องผืนแผ่นดินปราจีนบุรี

 

พี่น้องประชาชนชาวปราจีนบุรีและผู้รักความเป็นธรรมทุกท่าน

วันนี้ แผ่นดินเกิด ที่เคยอุดมสมบูรณ์ของเรา กำลังถูกคุกคามอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นโยบายจากส่วนกลาง และกลุ่มทุนอุตสาหกรรมคุณภาพต่ำ กำลังรุกคืบเข้ามา ทุบทำลายบ้านของเรา

มติการนำจังหวัดปราจีนบุรี เข้าสู่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และการปล่อยให้มลพิษ กากอุตสาหกรรม ทะลักเข้าท่วมพื้นที่ ทำลายล้างทั้งวิถีชีวิต ลุ่มน้ำ ดิน และอากาศ ซึ่งเป็นลมหายใจของลูกหลานเราลงอย่างย่อยยับ

การพัฒนาที่เหยียบหัวประชาชน และไร้ซึ่งการมีส่วนร่วม ไม่ใช่การพัฒนา แต่มันคืออาชญากรรมทางสิ่งแวดล้อม!

ที่ผ่านมา พวกเราใช้สิทธิอันชอบธรรม ทวงถามความรับผิดชอบอย่างสงบ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมีเพียงความเพิกเฉย และการปิดกั้นพื้นที่อย่างไร้สำนึกจากผู้มีอำนาจ ทั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกุล ในฐานะนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก รวมถึง นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี

ความสำเร็จของการเคลื่อนไหว อาจไม่ได้วัดกันในวันนี้ หรือในทันที แต่วัดจากสิ่งที่เราได้ร่วมกันสร้างขึ้นมาในวันนี้

เราสู้จนสังคมตื่นรู้ : กระแสการต่อต้านมลพิษในปราจีนบุรี ถูกจุดติดจนสังคมไม่อาจเพิกเฉย และบีบให้ข้าราชการผู้เสวยสุขต้องก้มหัวลงมารับฟังปัญหาในพื้นที่

เราได้เปิดเผยความจริง : ข้อเรียกร้องของเราถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ และกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่รัฐต้องฟัง จนเริ่มมีสัญญาณความเคลื่อนไหวถึงการทบทวนและพูดถึงการยกเลิก EEC ในระดับรัฐมนตรี

คนปราจีนฯหลอมรวมเป็นหนึ่ง : มิตรภาพ พลังใจ และเครือข่ายที่เราสร้างขึ้นกลางสายฝนและแสงแดด จะเป็นฐานรากที่แข็งแกร่ง สำหรับการขับเคลื่อนต่อไป

พี่น้องผู้ร่วมอุดมการณ์ทุกท่าน! การปักหลัก ณ ศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรีแห่งนี้ ไม่เพียงพออีกต่อไป ในเมื่อผู้มีอำนาจเลือกจะหูหนวกและหลบหลังกำแพง พวกเราจำเป็นต้องยกระดับการต่อสู้ ย้ายแนวรบเข้าสู่ศูนย์กลางอำนาจ — เป้าหมายต่อไปคือ ทำเนียบรัฐบาล!

เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง ขอประกาศข้อเรียกร้องเด็ดขาดดังต่อไปนี้:

1. คัดค้านการนำจังหวัดปราจีนบุรีเข้าร่วมโครงการ EEC อย่างถึงที่สุด และเรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกุล ลงนามเป็นลายลักษณ์อักษร

2. จัดการแบบเร่งรัดเด็ดขาดกับกากอุตสาหกรรมและโรงงานที่ปล่อยมลพิษ โดยยึดหลัก “ผู้ก่อมลพิษต้องเป็นผู้จ่าย”

3. ยืนยันว่าปราจีนบุรีเติบโตและพัฒนาได้ด้วยศักยภาพของคนในพื้นที่ ไม่ใช่การนำแลกกับสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของชุมชนรอบข้าง และการพัฒนาที่ยั่งยืนต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยเฉพาะชุมชนท้องถิ่นต้องได้รับความสำคัญเป็นลำดับแรก ไม่ใช่พลเมืองชั้นสองบนผืนแผ่นดินตนเอง

หมดเวลาสยบยอม ได้เวลาทวงคืนแผ่นดินปราจีนบุรี… แล้วเจอกันที่ทำเนียบรัฐบาล!

 

 

เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง

23 สิงหาคม 2569