นนทบุรี เคลียร์ปมใบตอบรับทัศนศึกษาปลอมลายเซ็น โรงเรียนแจงยันครูไม่ได้ปลอม พร้อมยินดีให้ตรวจสอบตามกฎหมาย
นนทบุรี เคลียร์ปมใบตอบรับทัศนศึกษาปลอมลายเซ็น โรงเรียนแจงยันครูไม่ได้ปลอม พร้อมยินดีให้ตรวจสอบตามกฎหมาย
จากกรณี น.ส.วรนิษฐา อาจคงหาญ อายุ 23 ปี แม่ของ “น้องออก้า” นักเรียนชั้น ป.2 เข้าแจ้งความที่ สภ.บางบัวทอง เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 69 หลังพบใบตอบรับการเข้าร่วมกิจกรรมทัศนศึกษาของโรงเรียน ระบุว่า “ไม่อนุญาต” พร้อมมีลายเซ็นผู้ปกครอง แต่แม่ยืนยันว่าไม่ใช่ลายเซ็นของตนเอง อีกทั้งคำนำหน้าและนามสกุลในเอกสารไม่ตรงกับข้อมูลจริง จนทำให้ลูกชายไม่ได้เดินทางไปทัศนศึกษากับเพื่อน ขณะที่เด็กต้องนั่งรออยู่บริเวณหน้าโรงเรียนด้วยความเสียใจ เนื่องจากเตรียมตัวและตั้งตารอกิจกรรมดังกล่าวอย่างตื่นเต้น
ล่าสุด วันที่ 21 ส.ค. 69 เวลา 13.00 น. ที่โรงเรียนเทศบาลวัดละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี นางเปรมจิต ยะมงคล ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา พร้อมด้วยนางศิริพร ปานประเสริฐ ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลเมืองละหาร ได้เชิญ น.ส.วรนิษฐา แม่ของน้องออก้า พร้อมนายอภิชาติ กลั่นพรต อายุ 27 ปี สามีของน.ส.วรนิษฐา และครูประจำชั้น มาร่วมพูดคุยและชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นที่เกิดขึ้น โดยใช้เวลาหารือร่วมกันนานกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนจะได้ข้อสรุปในเบื้องต้น
นางศิริพร ผู้อำนวยการโรงเรียน เปิดเผยว่า จากการพูดคุยในวันนี้ ทั้งฝ่ายครูและผู้ปกครองยืนยันตรงกันว่า ไม่มีใครยอมรับว่าเป็นผู้ปลอมแปลงเอกสารดังกล่าว โดยในส่วนของเอกสารต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเอกสารมาจากใคร เนื่องจากครูได้รับเอกสารผ่านทางนักเรียน รวมถึงประเด็นเรื่องการสื่อสารระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครอง ซึ่งมีบางส่วนอาจเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนกัน
ส่วนประเด็นที่ผู้ปกครองตั้งข้อสงสัยว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแลเด็กบริเวณหน้าโรงเรียนนั้น ทางโรงเรียนได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณด้านหน้ามาแสดงให้ตรวจสอบ โดยพบว่ามีคุณครูคอยอำนวยความสะดวกและดูแลนักเรียนระหว่างรอผู้ปกครองมารับ และในวันเกิดเหตุมีครูหัวหน้าเวรประจำบริเวณหน้าโรงเรียน ซึ่งยืนยันว่าเห็นคุณพ่อของน้องออก้าเดินทางมารับลูก
ด้านนางเปรมจิต ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา ได้กล่าวขอโทษผู้ปกครอง พร้อมยอมรับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจเกิดจากความเข้าใจผิดและการสื่อสารที่ไม่ตรงกัน รวมถึงมีการปล่อยระยะเวลานานกว่า 2 เดือนในประเด็นเกี่ยวกับการทัศนศึกษา จึงอาจทำให้เกิดข้อสงสัยขึ้น อย่างไรก็ตาม ในประเด็นเรื่องลายเซ็น ทางโรงเรียนยืนยันว่าจะต้องดำเนินการตรวจสอบตามกระบวนการทางกฎหมาย เพื่อพิสูจน์ให้ได้ว่าใครเป็นผู้จัดทำเอกสารและลายเซ็นดังกล่าว พร้อมยืนยันว่า หากตรวจสอบพบว่ามีผู้กระทำผิด จะดำเนินการตามขั้นตอนและระเบียบทางวินัยอย่างเด็ดขาด ขณะที่ครูประจำชั้นให้ข้อมูลยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้ปลอมแปลงลายเซ็นในเอกสารดังกล่าว
ส่วนครูประจำชั้นได้พูดคุยทำความเข้าใจกับผู้ปกครองในทุกประเด็น โดยทั้งสองฝ่ายสามารถปรับความเข้าใจกันได้ และไม่ได้ติดใจในเรื่องการดูแลเด็กนักเรียน ขณะที่ประเด็นสำคัญเรื่องเอกสารและลายเซ็น ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจนว่าเอกสารดังกล่าวถูกจัดทำขึ้นโดยใคร และมีที่มาอย่างไร เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป
น.ส.วรนิษฐา แม่ของน้องออก้า เปิดเผยว่า ตนไม่ได้มีเจตนาที่จะติดใจเอาความกับทางโรงเรียน แต่ต้องการทราบความจริงว่าใครเป็นผู้ทำลายเซ็นดังกล่าวขึ้นมา และทำไปเพื่อวัตถุประสงค์ใด เนื่องจากข้อมูลในเอกสารไม่ตรงกับความเป็นจริง
การออกมาโพสต์เรื่องราวและติดตามเรื่องนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการ “เซฟความรู้สึกของลูก” เพราะที่ผ่านมา ครอบครัวสนับสนุนให้ลูกเข้าร่วมกิจกรรมทัศนศึกษาของโรงเรียนมาโดยตลอด แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ขึ้น ลูกมีอาการซึมและไม่อยากไปโรงเรียน เพราะรู้สึกว่าไม่มีเรื่องไปพูดคุยกับเพื่อนที่ได้เดินทางไปทัศนศึกษาด้วยกัน
หลังจากเกิดเหตุ ผู้ปกครองได้พูดคุยทำความเข้าใจกับลูกแล้ว และเตรียมวางแผนพาไปท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เพื่อชดเชยความรู้สึกที่เสียไป ขณะนี้สภาพจิตใจของเด็กเริ่มดีขึ้น และคาดว่าจะสามารถกลับไปเรียนตามปกติได้ในวันจันทร์

ทั้งนี้ฝากถึงครูและผู้ที่รับผิดชอบกิจกรรมของโรงเรียน ให้ช่วยตรวจสอบ (Re-check) เอกสารใบยินยอมของผู้ปกครองอย่างละเอียดและรอบคอบก่อนดำเนินกิจกรรมทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันขึ้นอีก
