ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ผนึกกำลัง ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ผนึกกำลัง ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)
ทลาย “AE หลอกขายฝันอินฟลูเอนเซอร์” รวบ 2 หนุ่มปลอมเป็น AE ค่ายดัง
หลอกอินฟลูฯ รีวิวสินค้า ความเสียหายกว่าล้านบาท
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ผนึกกำลัง ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร., พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท., พ.ต.อ.กฤษฎาพร ปานโปร่ง รอง ผบก.ปอท., ที่ พ.ต.อ.นิธิ ตรีสุวรรณ ผกก.3 บก.ปอศ.รรท.ผกก.2 บก.ปอท., พ.ต.ท.ธนะ ว่องทรง รอง ผกก.2 บก.ปอท. สั่งการให้
เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้น/จับกุม นำโดย พ.ต.ต.จิรายุ วงศ์วิวัฒน์ สว.กก.3 บก.ปอศ. ปรก.กก.2 บก.ปอท., ร.ต.อ.สหรัฐ พันธุ์เพชรนิล รอง สว.กก.2 บก.ปอท., จ.ส.ต.ภาคภูมิ อินทร์พรหม, ส.ต.อ.สมัยกานต์ ล่องทอง ผบ.หมู่ กก.2 บก.ปอท.
ร่วมกันจับกุม
1. นายเอกธนัชฯ อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 4407/2569 ลงวันที่ 5 ส.ค. 69
2. นายเอกพันธ์ฯ อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 4408/2569 ลงวันที่ 5 ส.ค. 69
ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง และฟอกเงิน”
พร้อมตรวจยึดของกลาง โทรศัพท์มือถือ และแท็บเล็ต จำนวน 3 เครื่อง
สถานที่จับกุม บ้านพักในพื้นที่ อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี
สืบเนื่องจากในยุคที่ธุรกิจ “อินฟลูเอนเซอร์” เติบโตอย่างรวดเร็ว ประกอบกับแบรนด์สินค้าจำนวนมากหันมาใช้บริการอินฟลูเอนเซอร์รีวิวสินค้า และปักตะกร้าแลกค่าตอบแทน กลุ่มมิจฉาชีพจึงอาศัยช่องว่างดังกล่าวแฝงตัวเข้ามาหลอกลวง โดยปลอมแปลงตัวตนเป็นพนักงานบริษัทชื่อดัง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและหลอกให้เหยื่อซึ่งเป็นอินฟลูเอนเซอร์ยอมสำรองจ่ายเงินค่าสินค้าล่วงหน้าด้วยตนเอง ก่อนที่จะเชิดเงินหายไป สร้างความเสียหายให้เหยื่อเป็นจำนวนมาก
จากการสืบสวนพบว่า ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าถูกคนร้ายใช้บัญชีอินสตาแกรม อ้างว่าตนชื่อ “เปรม” ทำงานเป็น AE (ผู้บริหารงานลูกค้า) ของบริษัทชื่อดัง ตึกฟ้า ย่านอโศก จากนั้นคนร้ายได้เข้ามาพูดคุยตีสนิทกับผู้เสียหายจนเกิดความสนิทสนมและไว้วางใจ ก่อนชักชวนให้ผู้เสียหายรับงานรีวิวสินค้า โดยอ้างว่าบริษัทมีการทำงานร่วมกับ SHOPEE จากนั้นได้ให้ผู้เสียหายชำระค่าสินค้าที่จะนำไปรีวิวผ่าน QR Code ที่ส่งให้ก่อน โดยจะส่งสินค้ามาให้รีวิว อ้างว่าจะได้เงินค่าตอบแทนพร้อมกับค่าสินค้าในภายหลัง

ต่อมาเมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อชำระเงินค่าสินค้าตามที่คนร้ายกล่าวอ้าง กลับพบว่าไม่ได้รับสินค้าตามที่ตกลงและเมื่อพยายามขอเงินคืน และยกเลิกงานคนร้ายกลับบ่ายเบี่ยงจนสุดท้ายติดต่อไม่ได้ โดยผู้เสียหายได้โอนเงินรวมทั้งสิ้น 16 ครั้ง มูลค่าความเสียหายรวม 183,897 บาท ซึ่งผู้เสียหายไม่เคยได้รับเงินคืนแม้แต่บาทเดียว
จากการขยายผลเส้นทางการเงิน เจ้าหน้าที่พบว่าคนร้ายใช้กลวิธีสั่งซื้อสินค้าผ่าน SHOPEE และ TikTok Shop ด้วยเงินของผู้เสียหาย ก่อนยกเลิกคำสั่งซื้อทันที ทำให้ยอดเงินไหลย้อนกลับเข้า SHOPEE Wallet และ TikTok Shop Wallet ของคนร้ายเอง จากนั้นจึงถ่ายเทเงินออกไปยังบัญชีธนาคารต่อเป็นทอด ๆ เพื่อตัดตอนและพรางเส้นทางการเงิน
จนกระทั่งเจ้าหน้าที่สามารถสืบสวนจนออกหมายจับและติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งสองรายได้เมื่อวันที่ 7 ส.ค.69
จากการสอบถามปากคำ นายเอกธนัชฯ ให้การว่า ตนสร้างโปรไฟล์ Instagram ปลอมเลียนแบบ อินฟลูเอนเซอร์ชายหน้าตาดีที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก พร้อมสมัครขอเครื่องหมาย Meta Verified (ติ๊กถูกสีฟ้า) ให้กับบัญชีปลอมของตน เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ดูเสมือนเป็นอินฟลูเอนเซอร์ตัวจริง จนมีผู้ติดตามมากกว่าหลักหมื่นคน ก่อนใช้โปรไฟล์ดังกล่าวไล่ล่าเหยื่อกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์หน้าตาดีที่มีผู้ติดตามเยอะ แอบอ้างตำแหน่ง AE ของบริษัทชื่อดัง ตึกฟ้า ย่านอโศก ทำหน้าที่บริหารโปรเจกต์ เจรจาต่อรอง และเป็นตัวกลางประสานงานระหว่างลูกค้าและทีมงานภายในบริษัท พูดคุยตีสนิทกับผู้เสียหายจนเกิดความสนิทสนมและเชื่อใจ แล้วจึงเสนองานรีวิวสินค้า เช่น สินค้าแบรนด์เนม เครื่องสำอาง น้ำหอม โทรศัพท์มือถือ พร้อมค่าตอบแทนที่ดึงดูดใจ
โดยหลอกให้เหยื่อสำรองจ่ายค่าสินค้าผ่าน SHOPEE ก่อน อ้างว่าบริษัทมีข้อตกลงพิเศษกับแพลตฟอร์ม อีกทั้งยังสร้างโปรไฟล์ LINE ปลอมอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ประสานงานแบรนด์ต่างๆ และดูแลผลประโยชน์ของอินฟลูเอนเซอร์ที่รีวิวสินค้าเข้ามาคุยกับเหยื่ออีกทาง เพื่อตอกย้ำความน่าเชื่อถือให้แนบเนียนยิ่งขึ้น
เมื่อเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินแล้ว ผู้ต้องหาจะยกเลิกคำสั่งซื้อทันที ทำให้ได้รับเงินคืนเข้า SHOPEE Wallet ก่อนโอนต่อเข้าบัญชีคนในครอบครัวเพื่ออำพรางเส้นทางการเงิน แล้วจึงนำเงินไปใช้จ่ายส่วนตัว
โดยนายเอกธนัชฯ ให้การว่าก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้วกว่า 2-3 ปี หลอกเหยื่อสำเร็จแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ราย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอประชาสัมพันธ์เตือนภัยประชาชน ผู้ที่ใช้สื่อโซเชียลมีเดีย รวมถึงกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ ขอให้ระมัดระวังการรับงานออนไลน์ โดยเฉพาะ “งานรีวิว” เนื่องจากปัจจุบันมิจฉาชีพอาศัยช่องทางดังกล่าว แอบอ้างเป็นพนักงานหรือ AE ของบริษัทชื่อดัง สร้างตัวตนและโปรไฟล์ปลอมเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ก่อนเสนองานรีวิวสินค้า และหลอกให้ผู้รับงาน “สำรองจ่ายค่าสินค้า” หรือโอนเงินล่วงหน้า
โดยอ้างว่าจะได้รับค่าตอบแทนและคืนค่าสินค้าในภายหลัง ดังนั้น อย่าหลงเชื่อเพียงชื่อ ตำแหน่ง หรือโปรไฟล์ของผู้ติดต่อ ควรตรวจสอบกับบริษัทโดยตรงผ่านช่องทางทางการว่าเป็นพนักงานบริษัทหรือไม่ มีการว่าจ้างจริงหรือไม่ ทั้งนี้ หากงานรีวิวมีเงื่อนไขให้ต้องโอนเงินหรือสำรองจ่ายค่าสินค้าก่อน ขอให้ตั้งข้อสงสัยและตรวจสอบรายละเอียดให้แน่ชัดก่อนโอนเงินทุกครั้ง
ทั้งนี้ หากตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพทางออนไลน์สามารถติดต่อ สายด่วนศูนย์ ACSC โทร. 1441 หรือ www.thaipoliceonli
ne.com
