วันพฤหัสบดี, กรกฎาคม 30, 2026
Latest:
ในประเทศ

ปราจีนบุรี ผ่าแผนทลายเหมืองเถื่อน! สนธิกำลังบุกบ้านบุเสี้ยว ทวงคืนขุมทรัพย์ทองคำแผ่นดินกบินทร์บุรี

ปราจีนบุรี ผ่าแผนทลายเหมืองเถื่อน! สนธิกำลังบุกบ้านบุเสี้ยว ทวงคืนขุมทรัพย์ทองคำแผ่นดินกบินทร์บุรี

 

ปราจีนบุรี – “ใต้ผืนแผ่นดินไทย… คือสมบัติของชาติ ไม่ใช่ขุมทรัพย์ส่วนตนของใคร!” คำประกาศนี้กำลังดังกระหึ่มไปทั่วผืนป่าและเนินเขาในอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี หลังเกิดกระแสลักลอบขุดหาแร่ทองคำเถื่อน! อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย จนภาครัฐต้องส่งสัญญาณเตือนภัยขั้นเด็ดขาด เปิดฉากปฏิบัติการกวาดล้างและเข้าตรวจสอบพิกัดต้องสงสัยอย่างเข้มข้น เพื่อหยุดยั้งกลุ่มทุนและผู้ฉวยโอกาสที่หมายปองทรัพยากรอันทรงคุณค่าของแผ่นดิน

 

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี เพจสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ได้เปิดเผยรายงานการบูรณาการกำลังครั้งสำคัญ โดยนายอภิรักษ์ อ่ำสุริยะ อุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ได้มอบหมายให้นางสาวปริศนา อนุกูลญาติ เจ้าพนักงานทรัพยากรธรณีชำนาญงาน และพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 นำกำลังประสานร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดปราจีนบุรี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดปราจีนบุรี (กอ.รมน.) และเจ้าอาวาสวัดหนองไผ่ล้อม ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อร้องเรียนที่มีการแพร่กระจายบนสื่อสังคมออนไลน์อย่างเร่งด่วน ณ บริเวณพิกัด 13.972764 , 101.906917 หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านนา อำเภอกบินทร์บุรี ซึ่งถูกระบุว่าเป็นจุดที่มีการลักลอบทำเหมืองทองคำเถื่อน

 

การลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ภาครัฐเป็นการยกระดับมาตรการปราบปรามและตรวจสอบอย่างรัดกุม เริ่มจากการปูพรมตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ในโฉนดที่ดินบริเวณดังกล่าวร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด พร้อมทั้งเร่งพิสูจน์ชั้นดินทางวิทยาศาสตร์ โดยประสานงานส่งตัวอย่างดินให้สำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่เขต 8 ชลบุรี นำไปเข้าห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ผลเพื่อยืนยันว่ามีแร่ทองคำปะปนอยู่จริงหรือไม่ ซึ่งอุตสาหกรรมจังหวัดเน้นย้ำว่า หากผลการตรวจพิสูจน์ยืนยันว่าเป็นแร่ทองคำจริง จะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ. แร่ พ.ศ. 2560 อย่างเด็ดขาดโดยไม่มีการละเว้น

 

ต่อมา เวลา 17.55 น.นายสุนทร คมคาย ประธานอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม อ.กบินทร์บุรี ได้ลงพื้นที่สำรวจจุดเกิดเหตุบริเวณบ้านบุเสี้ยวตามพิกัดร้องเรียนดังกล่าว ซึ่งครอบคลุมเนื้อที่กว้างขวางราว 50 ไร่ พบร่องรอยการใช้เครื่องจักรกลหนักประเภทรถแมกโครขุดเปิดหน้าดินเป็นบ่อขนาดใหญ่กระจายอยู่ทั่วบริเวณ ในลักษณะการปรับพื้นที่คล้ายโครงการ “โคกหนองนา” หรือการพลิกหน้าดินสุ่มหาแนวสายแร่

 

โดยนายสุนทรประเมินว่าพฤติกรรมดังกล่าวน่าจะเกิดขึ้นมานานนับปีแล้ว โดยกลุ่มนายทุนหรือผู้รับเหมา(ไม่ทราบเป็นชาวไทย หรือ ต่างชาติ) ที่นำเครื่องจักรกลขนาดใหญ่เข้ามาได้ถอนกำลังและนำเครื่องจักรออกจากพื้นที่ไปทั้งหมดก่อนหน้านี้ ทิ้งไว้เพียงบ่อขุดร้างและรอยแผลบนผืนดิน โดยที่ชาวบ้านในพื้นที่เองก็ไม่ทราบว่าเป็นกลุ่มทุนมาจากที่ใด

 

นายสุนทร รายงานเพิ่มเติมว่า หลังจากกลุ่มทุนถอยออกไป พื้นที่ดังกล่าวได้กลายเป็นเป้าหมายของชาวบ้านในท้องถิ่นประมาณ 4 ถึง 5 คน ที่เดินทางเข้ามาเสี่ยงดวงหาเศษแร่ทองคำตาม “ขี้แร่” หรือชั้นดินที่ถูกรถขุดเปิดทิ้งไว้ ซึ่งไม่ใช่การทำเหมืองสัมปทานขนาดใหญ่ นอกจากนี้จากการสำรวจในป่าไม้ยูคาลิปตัสข้างเคียงที่ไม่ได้รับการเปิดหน้าดิน ยังพบร่องรอยการขุดหลุมขนาดเล็กด้วยมือเปล่าของชาวบ้านกระจายอยู่ทั่วไป ซึ่งเป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมในการร่อนหาเกล็ดทองคำด้วย “เรียง” หรือภาชนะไม้ทรงคล้ายหมวกจีน เพื่อแกว่งวนแยกเกล็ดทองคำตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ทันทีที่มีบุคคลแปลกหน้าเข้าไป ชาวบ้านต่างแสดงอาการหวาดกลัวและปฏิเสธที่จะร่อนทองให้เห็นเนื่องจากเกรงกลัวความผิดทางกฎหมาย

 

สำหรับประเด็นสำคัญที่ยังคงเป็นคำถาม คือเอกสารสิทธิ์ในโฉนดที่ดินครอบครองผืนดังกล่าว ซึ่งยังไม่สามารถระบุตัวตนเจ้าของที่ชัดเจนได้ว่าปล่อยให้มีการนำรถแมกโครเข้ามาขุดปรับหน้าดินได้อย่างไร ซึ่งต้องรอผลการตรวจสอบโฉนดที่ดินจากหน่วยงานภาครัฐ และผลวิเคราะห์ชั้นดินจากสำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่เขต 8 ชลบุรี ต่อไป

 

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไป จากข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร โบราณสถาน โบราณวัตถุ และ เครื่องมือ-ร่องรอยการทำเหมืองแร่ทองคำ ตลอดจนพิพิธภัณฑ์ตำบลบ่อทองที่รวบรวมข้อมูลไว้ ที่พิพธภัณฑ์ตำบลบ่อทอง ติดกับองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อทอง (อบต.) อ.กบินทร์บุรี โรงหลอมทองคำที่ข้างขวนที่พักผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี(หลังเก่า) ติดโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดหลวงปรีชากูล) เขตเทศบาลเมืองปราจีนบุรี อ.เมืองปราจีนบุรีในปัจจุบัน เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นด้วยวิธีการศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นได้ว่า

 

… พื้นที่สายแร่ทองคำกบินทร์บุรี ไม่เพียงแต่เป็นขุมทรัพย์ทางประวัติศาสตร์ แต่ยังเป็นพื้นที่อ่อนไหวที่เสี่ยงต่อการถูกฉวยโอกาส โดยจากบริบททางภูมิศาสตร์และตำนานท้องถิ่น พื้นที่บ้านบุเสี้ยว ตำบลบ้านนา อำเภอกบินทร์บุรี ตั้งอยู่ระหว่างเนินเขา มีสายน้ำจากห้วยทรายและคลองตาหนูไหลผ่าน และห่างจากแหล่งเหมืองทองคำโบราณบ้านบ่อทองเพียง 10 กิโลเมตร ทำให้พาดผ่านแนวสายแร่ธรรมชาติ ในอดีตขุดพบทั้งเกล็ดทองคำและทองคำก้อนลักษณะคล้าย “หยดเทียน” ซึ่งคาดว่าเคยเป็นจุดตั้งเตาหลอมหรือจุดซ่อนทองคำของคนโบราณ

รวมถึงเรื่องเล่า*ตนานปห่งการพบทองคำก้อนเท่าผลมะพร้าวห้าว กอปรกับความเชื่อเรื่องศักดิ์สิทธิ์ของเขาน้ำจันทร์ ที่เชื่อว่ามีเทพยดาและเจ้าป่าเจ้าเขาคอยดูแลปกป้องทรัพย์ในดิน

 

ยิ่งไปกว่านั้น บันทึกทางประวัติศาสตร์ยังยืนยันเป็นรูปธรรมว่า สายแร่ทองคำใน อ.กบินทร์บุรี มีหลักฐานการทำเหมืองมาตั้งแต่ พ.ศ. 2416 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) โดยมีพระปรีชากลการ (สำอาง อมาตยกุล) เจ้าเมืองปราจีนบุรี เป็นแม่กองจัดการเหมือง นำเทคโนโลยีการขุดเหมืองแบบเปิด (Open Cut) มาใช้ จนเกิดเป็น “บ่อสำอาง” ก่อนจะมีการตัด “ถนนเจ้าพ่อสำอาง” ลำเลียงแร่ลงเรือล่องมาตามแม่น้ำปราจีนบุรี เพื่อนำไปถลุง ณ โรงจักรถลุงแร่ทองคำริมวัดหลวงปรีชากูล ส่งเข้ากรมกระษาปน์สิทธิการสำหรับหลอมทำเหรียญเงินตราสยาม

 

ในเวลาต่อมา ยุคบริษัทต่างชาติจากฝรั่งเศสอย่าง The Kabin Syndicate of Siam และ Societé des Mines de Kabin ได้เข้ามาพัฒนานวัตกรรมทำเหมืองอุโมงค์ใต้ดิน จนเกิดเป็นปล่องเหมืองโบราณ เช่น บ่อมะเดื่อ บ่อขี้เหล็ก บ่อพอก บ่อกวาง และบ่อเจ็ก หลังจากนั้นกรมโลหกิจ (กรมทรัพยากรธรณี) และองค์การเหมืองแร่ ได้เข้ามาฟื้นฟูในช่วง พ.ศ. 2494 ถึง 2500

 

โดยมีบันทึกเป็นทางการว่าระหว่าง พ.ศ. 2497 ถึง 2499 สามารถผลิตทองคำได้ปริมาณรวมสูงถึง 54.67 กิโลกรัม กระทั่งปี พ.ศ. 2517 กรมทรัพยากรธรณีได้ส่งทีมช่างและนักธรณีวิทยาเจาะสำรวจชั้นหินลึก 17 หลุม ยืนยันว่าเกิดจากหินอัคนีไดออไรต์พอร์ฟีรีดันแทรกตัว เกิดสายแร่ควอร์ตซ์สีขาวที่มีแร่ทองคำเกิดร่วมกับแร่เงินและแร่ไพไรต์ ยาวต่อเนื่องใต้ผืนดินถึง 4.4 กิโลเมตร

 

… ร่องรอยประวัติศาสตร์เหล่านี้ยังปรากฏชัดเจนในปัจจุบัน ทั้งบ่อแร่โบราณ เส้นทางถนนเจ้าพ่อสำอาง พิพิธภัณฑ์เหมืองทองคำบ้านบ่อทอง ซากเตาหลอมริมแม่น้ำปราจีนบุรีใกล้เรือนจำจังหวัด และศาลเจ้าพ่อสำอางหน้า สภ.เมืองปราจีนบุรี…

 

ปฏิบัติการสนธิกำลังเข้าตรวจสอบจุดลักลอบทำเหมืองเถื่อนที่บ้านบุเสี้ยวในครั้งนี้ จึงนับเป็นก้าวสำคัญของภาครัฐและชุมชนในการร่วมมือกันปราบปรามกลุ่มผู้แสวงหาผลประโยชน์โดยผิดกฎหมาย เพื่อปกป้องทรัพย์ในดินและสมบัติของแผ่นดินไทยให้คงอยู่คู่ชาติต่อไป

 

มานิตย์ สนับบุญ /ปราจีนบุรี

###